
7 ก.ค.2569-ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร (วิปฝ่ายค้าน) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญนัดประชุมเพื่อลงมติวินิจฉัยคำร้องที่สส.พรรคร่วมฝ่ายค้านยื่นคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า การที่รัฐบาลออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ.2569 วงเงินไม่เกิน 4 แสนล้านบาท ขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 172 หรือไม่ ว่า หากศาลวินิจฉัยว่าไม่ขัดรัฐธรรมนูญ พ.ร.ก.ก็ต้องเข้าสู่ที่ประชุมสภาฯ โดยจุดยืนของพรรคประชาชนเราเคยพูดไว้แล้วว่าเราไม่อาจที่จะสามารถเห็นด้วยได้ โดยเฉพาะก้อน 2 แสนล้านบาทหลังที่เกี่ยวกับการเปลี่ยนผ่านทางพลังงาน เนื่องจากเห็นว่าโครงการดังกล่าวที่จะสามารถผลักดันหรือสามารถที่จะเสนอได้ผ่านโครงการงบประมาณปกติ ที่สภาฯ มีกลไกในการตรวจสอบได้อย่างเต็มที่
นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า เรามองว่าการที่จงใจนำเรื่องดังกล่าวไปอยู่ในพ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้านบาทนั้น เป็นความตั้งใจของรัฐบาลที่จะหลีกหนีการตรวจสอบของสภาฯ โดยการใช้กลไกการออก พ.ร.ก. ฉะนั้น ย้ำว่าหากศาลวินิจฉัยว่าไม่ขัดรัฐธรรมนูญก็ต้องนำเข้าสภาฯ จุดยืนของพรรคประชาชนคือเราไม่สามารถเห็นด้วยได้ แต่หากศาลวินิจฉัยว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญ ตนคิดว่ารัฐบาลก็ต้องมีความรับผิดชอบ 2 ส่วนคือ 1.การรับผิดชอบทางการคลังว่าเงินที่กู้ไปแล้วจะต้องดำเนินการอย่างไร และ 2.ความรับผิดชอบทางการเมือง หากเราพยายามที่จะอ้างอิงธรรมเนียมปฏิบัติก่อนหน้านี้ เราจะเห็นว่าในกรณีที่พ.ร.ก.ถูกคว่ำโดยสภาฯ นายกรัฐมนตรีจะต้องยุบสภาหรือลาออก แต่กรณีนี้หากศาลวินิจฉัยว่าขัดรัฐธรรมนูญจะไม่ใช่เป็นการถูกคว่ำโดยสภาฯ แต่เป็นการคว่ำโดยศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งจะไม่มีเหตุการณ์ในอดีตที่นำมาอ้างอิงได้ แต่ตนคิดว่านายกรัฐมนตรีหรือรัฐบาลจะต้องรับผิดชอบทางการเมืองทางใดทางหนึ่ง
เมื่อถามว่า ในงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 จะมีงบส่วนหนึ่งที่คล้ายกับจะนำไปกู้อีก 2 แสนล้านบาท มองว่าเป็นการใช้งบซ้ำซ้อนกันหรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า ซ้ำซ้อนหรือไม่ต้องดูรายละเอียด แต่ตนตั้งข้อสังเกตไว้แล้วว่าการที่รัฐบาลนำไปอยู่ในพ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้านบาท โดยเฉพาะ 2 แสนล้านบาทหลังนั้น ทั้งที่สามารถผลักดันผ่านงบประมาณปกติได้ เพราะเมื่อไปอยู่ในพ.ร.ก.กู้เงินเช่นนั้นจะทำให้กลไกการตรวจสอบของสภาฯ ไม่สามารถเอื้อมไปถึงเท่าที่ควร ทำให้มุมหนึ่งคณะกรรมการที่ตั้งขึ้นมากลั่นกรองอนุมัติซึ่งมาจากฝ่ายบริหารเอง เหมือนเป็นการตั้งเอง ชงเอง.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ขู่กกต.ซํ้ารอยยุควาสนา
“เท้ง” ยื่น ป.ป.ช.ไต่สวนคดีฮั้ว สว. “ไอติม” แฉมีช้าง 3 ตัว "สนธิ-คปท." จี้ กกต.ทบทวนมติ ขู่เชือด ม.157
วิปฝ่ายค้านดีด'กธ.'เคลียร์'งูเห่า' ทดสอบคุณภาพ ตรวจสอบเชิงลึก
การที่ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน หรือ วิปฝ่ายค้าน ได้ตัดสินใจปรับ พรรคกล้าธรรม ออกจาก องค์ประกอบวิปฝ่ายค้าน ไม่ใช่เพียงเรื่องความขัดแย้งเชิงกติกาการโหวตเท่านั้น แต่เป็นการ "ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ทางการเมือง"
ถึงคุณไอติม…ชีวิตจริงไม่มีเชิงอรรถ
ซองนี้ไม่ได้เพิ่งมาถึงครับ เจ้าของซองใช้นามว่า “คนธรรมดาคนหนึ่ง” ส่งมาหลายวันแล้ว ผมอ่านแล้วก็วางเอาไว้ก่อ
‘น้ำเงิน’เลี้ยงความหวัง‘กธ.’ เครื่องมือคานอำนาจ‘พท.’
‘พริษฐ์ วัชรสินธุ’ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า เตรียมนำเสนอรายชื่อ ‘กรรมการวิปฝ่ายค้านชุดใหม่’ ต่อผู้นำฝ่ายค้าน เพื่อเสนอต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร
‘ส้ม’ตะเพิด‘เขียว’ เคลียร์ทางซักฟอกน้ำเงิน/อนุทินเย้ยปชน.‘รอบุญถึงก่อน’
“พริษฐ์” ขับ “กล้าธรรม” พ้นวิปฝ่ายค้าน ผวาเป็นหอกข้างแคร่ศึกอภิปราย
ครม. อัดงบเงินกู้ 4.3 หมื่นล้าน ขยาย 'ไทยช่วยไทยพลัส' วงเงิน 1 พันบาท ใช้ได้นาน 2 เดือน
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม. มีมติเห็นชอบโครงการเพิ่มวงเงินสวัสดิการให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 เพิ่มเติม และโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) โดยใช้วงเงินจากพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานฯ พ.ศ. 2569 จำนวน 43,000 ล้านบาท คาดว่าจะช่วยกระตุ้นให้จีดีพีขยายตัวอีกประมาณ 0.1-0.2%

