ศาลสั่งจำคุก 6 เดือน สองหนุ่มสมาชิก “กู้ชาติรัฐปัตตานี” คดีอั้งยี่ เอี่ยว เหตุระเบิดปั๊มน้ำมันต้นปี ศาลอุทธรณ์ให้ประกันตัวติด EM
19 กันยายน 2569 - เพจสื่อศาล ซึ่งเป็นเพจที่ให้ข้อมูลของสำนักงานศาลยุติธรรมได้ สรุปข้อมูลการดำเนินคดี-คำพิพากษาคดีอั้งยี่ ของผู้เข้าร่วมสมาชิกคณะบุคคล “ขบวนการกู้ชาติรัฐปัตตานี” ที่มีการกล่าวหาว่าเชื่อมโยงเหตุการณ์คนร้ายลอบวางระเบิดบริเวณปั๊ม ปตท. อ.ตันหยงมัส จ.นราธิวาส
กรณีเมื่อวันที่ 11 ม.ค. 2569 เกิดเหตุคนร้ายปกปิดใบหน้าลอบวางระเบิดบริเวณปั๊ม ปตท. อ.ตันหยงมัส จ.นราธิวาส เจ้าพนักงานสืบสวนหาผู้กระทำผิด
ในชั้นสอบสวนเจ้าพนักงานเริ่มต้นจากการกล่าวหาว่าจำเลยทั้งสองเข้าร่วมขบวนการกู้ชาติรัฐปัตตานีและอาจจะมีส่วนร่วมในเหตุการณ์ลอบวางระเบิดเมื่อวันที่ 11 ม.ค. 69 ดังกล่าว
แต่จากการสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานสุดท้ายวันที่ 2 มิ.ย. 2569
พนักงานอัยการสำนักงานคดีอาญา 4 ภาค 9 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายฮัมบาลี อายุ 24 ปี และนายฮีกมี อายุ 23 ปี จำเลยที่ 1-2 ต่อศาลจังหวัดนราธิวาส
เฉพาะความผิดฐานเป็นอั้งยี่ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 209 เพียงข้อหาเดียว
โดยคำฟ้องระบุพฤติการณ์ว่า เมื่อประมาณเดือน ก.ค. 2566 -8 ม.ค. 2569 จำเลยทั้งสองได้บังอาจเข้าร่วมเป็นสมาชิกของคณะบุคคลซึ่งใช้ชื่อว่า “ขบวนการกู้ชาติรัฐปัตตานี” อันเป็นคณะบุคคลซึ่งปกปิดวิธีดำเนินการ และมีความมุ่งหมายเพื่อการอันมิชอบด้วยกฎหมาย โดยมีความมุ่งหมายกระทำการก่อการร้ายด้วยวิธีการต่างๆ เพื่อแบ่งแยกดินแดนและเพื่อยึดอำนาจปกครองในส่วนจังหวัดปัตตานี ยะลา นราธิวาส และบางอำเภอของจังหวัดสงขลา อันเป็นส่วนหนึ่งของราชอาณาจักรไทย ออกจากราชอาณาจักรไทย แล้วจัดตั้งขึ้นเป็นประเทศหรือรัฐใหม่ที่มีอำนาจอธิปไตยเป็นของตนเอง เรียกว่า “รัฐปัตตานีหรือปัตตานีดารุลสลาม”
ต่อมาวันที่ 11 มี.ค. 2569 เจ้าพนักงานจับกุมจำเลยที่ 1 ได้นำส่งพนักงานสอบสวน และวันที่ 24 เม.ย. 2569 เจ้าพนักงานจับกุมจำเลยที่ 2 ได้นำส่งพนักงานสอบสวนทำการสอบสวน ในชั้นสอบสวนจำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพ ส่วนจำเลยที่ 2 ให้การปฏิเสธ
ศาลจังหวัดนราธิวาส ประทับฟ้องไว้เป็นคดีอาญาหมายเลขดำที่ อ.615/2569
ต่อมาวันที่ 12 มิ.ย. 2569 ศาลจังหวัดนราธิวาส นัดสอบคำให้การจำเลยทั้งสอง จำเลยทั้งสองแถลงขอต่อสู้คดีและแถลงขอแต่งตั้งทนายความเอง
ศาลนัดพร้อมเพื่อคุ้มครองสิทธิ สอบคำให้การ ตรวจพยานหลักฐาน และกำหนดวันนัดสืบพยาน ในวันที่ 21 ก.ค. 2569 เวลา 09.30 น.
จนวันที่ 21 ก.ค. 2569 ศาลจังหวัดนราธิวาสออกนั่งพิจารณาในวันนัดพร้อมเพื่อคุ้มครองสิทธิฯ
ซึ่งอัยการโจทก์ จำเลยทั้งสองและทนายความจำเลยทั้งสองมาศาล โดยศาลอ่านและอธิบายฟ้องรวมทั้งแจ้งสิทธิหน้าที่ต่างๆ ตามกฎหมาย ขั้นตอนการดำเนินคดีของศาลและพยานหลักฐานซึ่งเป็นเอกสารในสำนวนคดีและที่โจทก์จะอ้างส่งศาลเป็นพยานหลักฐาน ตลอดจนผลดีและผลเสียในการดำเนินคดีให้จำเลยทั้งสองฟังต่อหน้าทนายความจำเลยทั้งสอง จนจำเลยทั้งสองเข้าใจดีแล้ว จำเลยทั้งสองแถลงขอให้การรับสารภาพตามฟ้อง ศาลได้บันทึกคำให้การจำเลยทั้งสองไว้
โดยในวันนัดดังกล่าวอัยการโจทก์ และจำเลยทั้งสอง แถลงไม่ติดใจสืบพยาน คดีเป็นอันเสร็จการพิจารณา ลขณะที่จำเลยทั้งสองและทนายจำเลยทั้งสองแถลงร่วมกันว่าขอให้ศาลมีคำสั่งให้สืบเสาะจำเลยทั้งสองก่อนอ่านคำพิพากษา จึงขอเลื่อนคดีออกไปสักนัดหนึ่ง ศาลสอบถามโจทก์แล้วแถลงไม่ค้าน
ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่ากรณีมีเหตุอันสมควร เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม จึงเห็นควรให้พนักงานคุมประพฤติสืบเสาะและพินิจก่อนอ่านคำพิพากษา จึงให้นัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 16 ก.ย. 2569 เวลา 09.30 น.
ต่อมาวันที่ 16 ก.ย. 2569 ศาลจังหวัดนราธิวาสอ่านคำพิพากษาให้คู่ความฟังสรุปว่า โจทก์ฟ้อง จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า จำเลยที่ 2 ต่างเข้าร่วมเป็นสมาชิกของคณะบุคคลซึ่งใช้ชื่อว่า “ขบวนการกู้ชาติรัฐปัตตานี” อันเป็นคณะบุคคลซึ่งปกปิดวีธีดำเนินการและมีความมุ่งหมายเพื่อการอันมิชอบด้วยกฎหมาย โดยมีความมุ่งหมายเพื่อแบ่งแยกดินแดนและเพื่อยึดอำนาจปกครองในส่วนจังหวัดปัตตานี ยะลา นราธิวาส และบางอำเภอของจังหวัดสงขลา อันเป็นส่วนหนึ่งของราชอาณาจักรไทย ออกจากราชอาณาจักรไทย แล้วจัดตั้งขึ้นเป็นประเทศหรือรัฐใหม่ที่มีอำนาจอธิปไตยเป็นของตนเอง เรียกว่า “รัฐปัตตานีหรือปัตตานีดารุลสลาม” อันเป็นคณะบุคคลที่ปกปิดวิธีดำเนินการและมีความมุ่งหมายเพื่อการอันมิชอบด้วยกฎหมาย เหตุเกิดที่ ต.ตันหยงมัส อ.ระแงะ จ.นราธิวาส
จึงพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 209 วรรคหนึ่ง จำคุกคนละ 1 ปี จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้คนละกึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกคนละ 6 เดือน พิเคราะห์รายงานการสืบเสาะและพินิจจำเลยประกอบกับพฤติการณ์การกระทำผิดแล้ว ยังไม่มีเหตุให้รอการลงโทษ
ต่อมาจำเลยทั้งสองยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์ โดยศาลอุทธรณ์ภาค 9 มีคำสั่งว่า จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ แต่ศาลชั้นต้นลงโทษจำคุกจำเลยทั้งสองไม่สูงมากนัก ดังนั้นหากจำเลยทั้งสองยินยอมให้ใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถใช้ในการตรวจสอบหรือจำกัดการเดินทาง (EM) ก็อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว มิฉะนั้นให้ยกคำร้อง ตีราคาประกันคนละ 150,000 บาท ร่วมกับการใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ต่อมาจำเลยทั้งสองทำสัญญาประกันและติด EM ตามคำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 9 และได้รับการปล่อยตัวระหว่างอุทธรณ์แล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 209 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า ผู้ใดเป็นสมาชิกของคณะบุคคลซึ่งปกปิดวิธีดำเนินการและมีความมุ่งหมายเพื่อการอันมิชอบด้วยกฎหมาย ผู้นั้นกระทำความผิดฐานเป็นอั้งยี่ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปี และปรับไม่เกินหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ปิดฉาก 5 จังหวัดชายแดนใต้! พว. ปักธงสงขลา พลิกการศึกษาไทยทั้งระบบ ตั้งเป้า 5 ปี ก่อนขยาย GPAS 5 Steps สู่เอเชีย
สงขลา จังหวัดสุดท้ายของภารกิจพลิกโฉมการศึกษาชายแดนใต้! กระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) และสถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.) ผนึกเครือข่ายโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม ปิดท้ายการขับเคลื่อน Active Learning ด้วยกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps ในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมประกาศเป้าหมายยกระดับคุณภาพการเรียนรู้จากห้องเรียนสู่การเปลี่ยนแปลงทั้งระบบ ก่อนต่อยอดองค์ความรู้สู่ระดับนานาชาติ
ยะลาพลิกโฉมการศึกษา! ปั้นนักคิดรุ่นใหม่ ตอบโจทย์ PISA ต่อยอดเศรษฐกิจชายแดนใต้
เดินหน้าสู่วันที่ 4 ที่จังหวัดยะลา กับภารกิจพลิกโฉมการศึกษาชายแดนใต้ สร้างนักคิดและนักนวัตกรรุ่นใหม่ ต่อยอดทรัพยากรท้องถิ่นสู่เศรษฐกิจอนาคต ขณะที่ ดร.ศักดิ์สิน โรจน์สราญรมย์ ชู Active Learning GPAS 5 Steps เป็นเครื่องมือยกระดับทักษะการคิดวิเคราะห์ของเด็กไทย ตอบโจทย์ผลประเมิน PISA ด้านเครือข่ายโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามขานรับ พร้อมเปลี่ยนวิธีสอน สร้างโอกาสการเรียนรู้ให้เด็กชายแดนใต้
'อนุทิน' ถก สมช. แก้ชายแดนใต้ สั่งหน่วยงานทบทวนจุดอ่อน ลดความซ้ำซ้อน
นายกฯอนุทิน เอาจริงแก้ปัญหาชายแดนใต้ สั่งทุกหน่วยงานทบทวนจุดอ่อน ลดความซ้ำซ้อน บูรณาการทำงานเป็นเอกภาพ ย้ำความปลอดภัยประชาชนต้องมาก่อน เดินหน้าพูดคุยสันติสุข ไม่ยอมรับความรุนแรง
วิสามัญฯ 3 ศพ! เหตุปะทะเดือดนราธิวาส พบหมายจับติดตัวคดีระเบิดปั๊ม
คืบหน้าเหตุปะทะในพื้นที่ อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส พบผู้ก่อการร้ายเสียชีวิตเพิ่ม 2 ราย รวมเป็น 3 ราย พบประวัติเชื่อมโยงให้การสนับสนุนการก่อเหตุหลายคดี
ขอให้ปลอดภัย! ส่งตัว 2 ทหารพรานกล้า ปะทะเดือดศรีสาคร ถึงมือแพทย์แล้ว
กอ.รมน.ภาค 4 สน. รายงานความคืบหน้าการส่งต่อเจ้าหน้าที่ผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุปะทะในพื้นที่ อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส ส่งถึงโรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ เรียบร้อยแล้ว
อส.ปัตตานี สู้ยิบตา! ถูกประกบยิงกลางสวนยาง ดวลปืนดับทั้งคู่
พ.ต.อ.อรรถวุฒิ หทัยชนกชนนี ผู้กำกับการ สภ.ไม้แก่น จ.ปัตตานี รับแจ้งเหตุยิงกันมีผู้เสียชีวิต บริเวณถนนภายในหมู่บ้านตะโละ หมู่ 2 ต.ตะโละไกรทอง อ.ไม้แก่น จึงรายงานผู้บังคับบัญชา ก่อนนำกำลังเข้าตรวจสอบ พร้อมด้วย พล.ต.ต.สุวโรจน์ ลุ้งลอย ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปัตตานี และ พ.อ.ณัฐวุฒิ ศรีสังข์ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 44

