แข็งแกร่ง! วันวิชิต ชี้ไร้สัญญาณพิเศษล้มรัฐบาลอนุทิน กองทัพหนุนเต็มเหนี่ยวแบบทีมไทยแลนด์

“วันวิชิต”  ชี้ไร้สัญญาณพิเศษล้มรัฐบาล “อนุทิน” ยังแข็งแรง–กองทัพหนุนทำงานแบบทีมไทยแลนด์

20 ก.ย.2569 – ผศ.ดร.วันวิชิต บุญโปร่ง อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวถึงกระแสข่าวที่อ้างว่า มีกลุ่มอำนาจหรือ “สัญญาณพิเศษ” ต้องการล้มรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล ว่า จากข้อมูลและสภาพแวดล้อมทางการเมืองในปัจจุบัน ยังไม่เห็นสัญญาณดังกล่าว และขอใช้เสียงหัวเราะเป็นคำตอบต่อข่าวลือที่ว่า รัฐบาลจะอยู่ได้เพียงปลายปีนี้หรือต้นปีหน้า

ผศ.ดร.วันวิชิตระบุว่า ผู้ปล่อยข่าวอาจไม่พอใจการทำงานของรัฐบาล แต่ก่อนพูดถึงการล้มรัฐบาลต้องตอบให้ได้ว่า หากรัฐบาลนายอนุทินพ้นจากอำนาจแล้ว ใครจะเข้ามาบริหารประเทศต่อ และจะรับมือกับปัญหาความมั่นคงที่กำลังเกิดขึ้นรอบด้านได้ดีกว่าหรือไม่ ปัจจุบันรัฐบาลต้องรับผิดชอบทั้งสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา กระบวนการประนอมภายใต้ UNCLOS ปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ตลอดจนสถานการณ์ฝั่งเมียนมา หากเกิดการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลกลางทาง ความต่อเนื่องของนโยบายและทีมงานด้านความมั่นคงอาจได้รับผลกระทบโดยตรง

“โดยเฉพาะกรณีไทย–กัมพูชา ซึ่งต้องใช้เวลาดำเนินการอีกประมาณ 12 เดือน ทีมงานของนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว และผู้เชี่ยวชาญที่ติดตามเรื่องนี้มาอย่างต่อเนื่องควรได้ทำงานต่อให้จบ เพราะเป็นเรื่องอธิปไตย เกียรติภูมิ และผลประโยชน์ของประเทศ ไม่ควรเปลี่ยนตัวผู้รับผิดชอบกลางทางเพียงเพราะเกมการเมือง” ผศ.ดร.วันวิชิต ระบุ

สำหรับความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลกับกองทัพ ผศ.ดร.วันวิชิตเชื่อว่า กองทัพยังสนับสนุนรัฐบาลนายอนุทิน และทุกฝ่ายยังทำงานร่วมกันในลักษณะ “ทีมไทยแลนด์” เนื่องจากนายกรัฐมนตรีไม่ได้เข้าไปแทรกแซงหรือปลดผู้บัญชาการเหล่าทัพ ขณะที่การประสานงานด้านความมั่นคงยังดำเนินไปตามปกติ

จึงไม่เห็นเหตุผลว่ากองทัพจะออกมาเคลื่อนไหวล้มรัฐบาล หรือมีดีลลับตามที่มีการปล่อยข่าว เพราะในสถานการณ์ปัจจุบัน ฝ่ายการเมืองและฝ่ายความมั่นคงต่างต้องพึ่งพาและร่วมมือกัน โดยเฉพาะการรักษาอธิปไตยและรับมือกับความท้าทายตามแนวชายแดน

ผศ.ดร.วันวิชิตยังไม่เห็นด้วยกับการกล่าวหาว่า ประเทศไทยกำลังอยู่ภายใต้ “ระบอบเนวิน–อนุทิน” หรือรัฐบาลใช้อำนาจเบ็ดเสร็จ เพราะหากรัฐบาลควบคุมทุกองคาพยพและปิดกั้นเสรีภาพจริง สื่อมวลชนและประชาชนคงไม่สามารถวิพากษ์วิจารณ์นายอนุทินได้อย่างเปิดเผยทุกวันเช่นที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน การที่ประชาชนและสื่อยังตรวจสอบรัฐบาลได้ แสดงว่าพื้นที่เสรีภาพยังคงมีอยู่ และยังไม่ปรากฏพฤติการณ์ว่านายอนุทินหรือนายเนวิน ชิดชอบพยายามรวบอำนาจหรือท้าทายพลังจารีตตามข้อกล่าวหาของฝ่ายตรงข้าม อย่างไรก็ตาม หากวันหนึ่งองค์กรอิสระหรือกระบวนการยุติธรรมมีคำวินิจฉัยต่อรัฐบาลหรือบุคคลใด ทุกฝ่ายก็ต้องยอมรับและดำเนินการตามกฎหมาย แต่ไม่ควรใช้ข่าวลือ ความไม่พอใจ หรือจินตนาการเรื่อง “สัญญาณพิเศษ” มาสร้างความปั่นป่วนให้บ้านเมือง

“รัฐบาลนายอนุทินจึงยังมีความเข้มแข็ง สามารถเดินหน้าบริหารประเทศต่อไปได้ และยังไม่ปรากฏสัญญาณจากกองทัพหรือกลุ่มอำนาจใดว่าต้องการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลนอกระบบ วันนี้ยังไม่มีสัญญาณพิเศษล้มรัฐบาล กองทัพกับรัฐบาลยังร่วมมือกันทำงานในลักษณะทีมไทยแลนด์ ภารกิจด้านความมั่นคงยังไม่จบ โดยเฉพาะเรื่องไทย–กัมพูชาที่ควรให้ทีมเดิมทำงานต่อเนื่องจนครบกระบวนการ” ผศ.ดร.วันวิชิตกล่าว.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นายกฯ คอนเฟิร์มข่าวดี เห็นชอบต่ออายุ 'ไทยช่วยไทยพลัส' เฟส 2

นายกฯ เผยเห็นชอบหลักการต่ออายุ “ไทยช่วยไทยพลัส เฟส2 ” แล้ว รอ ’เอกนิติ‘ แถลงความชัดเจน ย้ำไม่ใช่นโยบายประชานิยม แต่เป็นนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ ยุคข้าวยากหมากแพง

รออีก 1 ปี! รัฐบาลลุยเชื่อมฐานข้อมูล ติดต่อราชการไม่ต้องถ่ายสำเนาเอกสาร 58 รายการ

นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้าลดภาระประชาชนในการติดต่อราชการ โดยผลักดันแนวทาง “ไม่เรียกเอกสารจากประชาชน” สำหรับเอกสารสำคัญ 58 รายการ ผ่านศูนย์แลกเปลี่ยนข้อมูลกลางภาครัฐ หรือ Government Data Exchange (GDX) เพื่อให้หน่วยงานของรัฐสามารถตรวจสอบและใช้ข้อมูลระหว่างกันแทนการขอสำเนาเอกสารจากประชาชน

ชายไทยแห่สมัคร 'หน่วยรบพิเศษ' กองทัพบก เต็มแล้ว 7 หน่วย

ยอดสมัคร 'พลทหารอาสา' 5 วัน 'ทบ.' 4,180 คน คิดเป็น 22% พบชายไทยสนใจหน่วยรบพิเศษ สมัครเต็มแล้ว 7 หน่วย เชิญชวนผู้สนใจยังสมัครได้ถึง 24 ม.ค. 70

'ทภ.2' แจงไทม์ไลน์ยิบ ทหารกลับจากลาพักเสียชีวิตหลังค่าย พร้อมร่วมมือตรวจสอบโปร่งใส

กองทัพภาคที่ 2 ขอชี้แจงข้อเท็จจริงและลำดับเหตุการณ์เบื้องต้น เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูลที่ถูกต้อง กรณีพลทหารเสียชีวิตภายในพื้นที่ใกล้เคียงหน่วย

สยบข่าวตี‘ศุภจี’ นำ เข้าข้าวโพด เป็นเรื่องเอกชน

รัฐบาลแจงข่าวบิดเบือน “ศุภจี” ไม่เคยลงนามนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์สหรัฐ ย้ำเป็นข้อตกลงระหว่างเอกชน การนำเข้าต้องเป็นไปตามเงื่อนไขรัฐ-คุมผลกระทบเกษตรกรไทย