'จตุพร' วิจารณ์เกม 'ยิ่งชีพ' เปิดชื่อ 9 นักการเมือง โยงฮั้ว สว. เสี่ยงเข้าคิลลิ่งโซน

“จตุพร” ประเมินการเปิดรายชื่อ 9 นักการเมืองภูมิใจไทยที่ถูกกล่าวหาพัวพันฮั้ว สว. เป็นเกมเสี่ยง ชี้หากเดินเกมต่ออาจเข้าทางฝ่ายถูกกล่าวหา เปิดพื้นที่ให้ชี้แจงข้อกล่าวหา ขณะที่ กกต.เตรียมพิจารณาคำร้องในช่วงเดือน ส.ค. พร้อมระบุการต่อสู้ทางกฎหมายอาจกลายเป็นภาระระยะยาวของ “ยิ่งชีพ”
 
25 กรกฎาคม 2569 - นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน กล่าวในรายการประเทศไทยต้องมาก่อน โดยระบุถึงนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้จัดการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (ไอลอว์-iLaw) ระบุ 9 ชื่อนักการเมืองพรรคภูมิใจไทย (ภท.) พัวพันฮั้ว สว. จึงเป็นเกมเสี่ยง และยอมพลีชีพ เดินเข้าคิลลิ่งโซน (Killing Zone) หรือ เขตสังหารด้วยตัวเอง
 
สิ่งสำคัญคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กำหนดจะพิจารณาคำร้องกล่าวหาฮั้ว สว.ให้แล้วเสร็จในเดือนสิงหาคม ดังนั้น ในความเป็นจริงแล้ว นายยิ่งชีพ ไม่ควรตัดสินใจพูดเอง เพราะไม่ได้เป็น สส. และไม่มีเอกสิทธิ์คุ้มกัน
 
อีกทั้งกล่าวว่า การฟ้องปิดปากกับปกป้องสิทธิ์นั้น ยังมีเส้นแบ่งบางๆ กั้นอยู่ ดังนั้น เกมฮั้ว สว.ขณะนี้จึงเป็นเรื่องระหว่างนายยิ่งชีพกับ 9 นักการเมืองที่ถูกระบุชื่อมีส่วนพัวพันในการฮั้ว จึงเป็นการออกแบบที่ผิดพลาด และไม่ควรเดิมเกมเสี่ยงกันแบบนี้
 
"ผมไม่เข้าใจ เพราะการเดินเกมนี้มันแปลก ถ้าเขาเลือกเส้นทางนี้ต้องเรียงเรื่องราวทั้งหมด หลักฐานทั้งหมดที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่ภาพปรากฎ คลิปเสียงทุกเรื่อง แต่เมื่อมีท่วงทำนองบอกเขาเล่าว่า หรือบอกอย่าฟ้องเลย ต่อมาก็ว่าถ้าฟ้อง ผมจะอย่างนั้น อย่างงี้ ซึ่งเป็นท่วงทำนองที่แปลก ทะแม่งๆ”
 
นายจตุพร กล่าวว่า การคิดเปิดชื่อ 9 นักการเมืองพัวพันฮั้ว สว. เป็นรื่องใหญ่ และการนัดแถลงล่วงหน้าแสดงว่าเตรียมการ และต้องเตรียมเรื่องราว เพราะการแถลงครั้งแรกคือข่าวพาดหัว เมื่อฟ้องคดีแล้วเลือกแจ้งความกับตำรวจเพื่อให้มีเวลา ซึ่งต้องผ่านช่วงเดือนสิงหาคมอยู่ดี
 
ดังนั้น ถ้าคดีเดินไปยาวๆ นายยิ่งชีพ ย่อมเข้าทางเกมของนักการเมือง ภท. และจะติดคุกโดยไม่น่าติดเลย สิ่งสำคัญการเปิดเกมใส่กันย่อมจะทำให้ กกต.ทำงานง่ายขึ้น เพราะไม่ต้องแบกความกดดันไว้ด้านเดียว
 
อย่างไรก็ตาม ไอลอว์ เป็นองค์กรเกี่ยวข้องด้านกฎหมายและมีความชำนาญ เมื่อพูดรุกเข้าไปกินแดนบุคคลอื่น คนที่ถูกระบุชื่อจะไม่แจ้งความย่อมไม่ได้ เพราะข้อกล่าวหายิ่งทำให้เสียหายหนักไปกันใหญ่ จึงเป็นหมากบังคับให้ต้องฟ้องคดีหมิ่นประมาท และนางสุขสมรวย วันทนียกุล สส. ภูมิใจไทยและ รมต.ประจำสำนักนายกฯ ลงมือแจ้งความกับตำรวจก่อนแล้วที่ จ.อำนาจเจริญ
 
อีกทั้งประเมินว่า กรณีฮั้ว สว.จะมีความกดดันหนักสุดในเดือนสิงหาคม ถึง กกต.จะตัดสินใจออกมุมไหนย่อมเกิดปัญหาข้างหน้าทั้งสิ้น ส่วนฝ่ายที่ถูกข้อกล่าวหาหรือถูกต้ั้งข้อสงสัยรอคิดทำอะไรย่อมยากเหมือนกัน
 
"เมื่อนายยิ่งชีพ มาเปิด 9 นักการเมือง ภท.เกี่ยวข้องฮั้ว สว. จึงเข้าทางเลย เหมือนมาชุบชีวิตให้ลุกขึ้นสู้ ได้อธิบายถัดจากนี้ คนที่ถูกเอ่ยชื่อมาทั้งหมดอยู่ดีๆ จะมาพูดเรื่องนี้ไม่ได้ เขาหามุมไม่ได้ แต่การสัประยุทธ์ระหว่างนายกฯ พรรค ภท.และคนที่ถูกระบุชื่อ จะอยู่ในห้วงเวลาสิงหาคม ที่ กกต.ต้องตัดสินใจอย่างใดอย่างหนึ่ง"
 
นายจตุพร กล่าวด้วยว่า การตะลุมบอนกรณีเปิดชื่อ 9 นักการเมืองพัวพันฮั้ว สว.นั้น ยิ่งทำให้สถานการณ์ทุกอย่างฟุ้งกระจายขึ้น นอกจากนี้ยังลากไปตั้งนายอานนท์ นำภา เป็นทนายอีก แม้เป็นกลเกมการต่อสู้ แต่ทุกพื้นที่ไปทำหน้าที่ทนายจึงไม่ง่าย เพราะนักโทษต้องเดินทางด้วยรถกระบะ พักในที่คุมขัง ไม่ได้นอนโรงแรม ถ้าเดินทางไปหลายจังหวัดคงไม่สนุกแน่นอน
 
สิ่งสำคัญ การนำนายอานนท์ เป็นทนายว่าความให้ยิ่งชีพ อาจได้ผลทางการเมือง แต่ยังต้องต่อสู้ในคดีของตัวเองด้วย ดังนั้น การคิดมิติทางการเมืองได้ ขณะที่ในทางความเป็นจริงจะเหนื่อยมาก
 
อย่างไรก็ตาม แม้นายยิ่งชีพ เปิดเกมรุกต่อ โดยพูดว่า ถ้าถูกแจ้งความจะเปิดข้อมูลเพิ่มหรือจะไปจัดกิจกรรมในพื้นที่ แต่หากนัดทางคดีอยู่ในช่วงเวลาใกล้กัน และขยายไปหลายพื้นที่คงไม่ลำบาก เพราะจะเป็นเรื่องใหญ่ทั้งทนายความและการเดินทางต่อสู้คดี.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กันยาเดือด! 'สนธิ' นำม็อบลงถนน กกต. เติมเชื้อ 'ฮั้ว สว.' ผสมศาลชี้คดีบาร์โค้ด

กันยาสะสมอารมณ์เดือด ปชช.เริ่มลงถนน 7 ก.ย. 'สนธิ' ไล่ทุนเทาทวงประเทศคืน หวั่น 14 ก.ย. กกต. เติมเชื้อ 'ฮั้ว สว.' ผสมศาล รธน.ชี้ชะตาบัตรเลือกตั้ง 28 ก.ย. ขณะที่ดาต้าเซ็นเตอร์ภัยวายวอด

บทเรียนจำแม่น! 'ศิริกัญญา' ขอไม่โต้ 'อนุทิน' ปม MOA 'ภท.-ปชน.' เป็นปิงปองมากกว่าสาระ

‘ศิริกัญญา’ ขอ ไม่โต้ นายกฯ ปม MOA บอก 2 คนยลตามช่องเป็นปิงปองมากกว่าสาระ  แจง ที่บอกลืมไปแล้วหมายถึงวันครบรอบ แต่บทเรียนจำแม่น หลังถูกถามคนไม่พอใจ เหตุขานชื่อ ‘อนุทิน’ แล้วลืมวันครบรอบ

นับถอยหลัง ปิดคดีฮั้วสว. สัญญาณพิเศษกำลังมา! 7กกต.รอรับแรงกระแทก

เหลือเวลาอีก 1 สัปดาห์นับจากนี้ไปจนถึงวันจันทร์ที่ 14 ก.ย. ก็จะรู้ผลกันว่า “คดีฮั้วสว.” จะจบอย่างไร สุดท้ายแล้วมติที่ประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะออกมาแบบใด ตามแนวทาง 3 สูตร คือ