“อภิสิทธิ์” ถามเหตุใดไม่ตัดงบศึกษา “แลนด์บริดจ์” ทั้งที่มียอมรับว่าไม่คุ้มค่า ซัดรัฐบาลโฆษณาโครงการไม่ตรงปก แฉ ตั้งงบต่ำทิ้งเป็นเชื้อสร้างภาระผูกพันมหาศาลเอื้อกลุ่มทุน พร้อม ฉะพฤติกรรมต้องเลือกยกจังหวัด แล้วจะได้โครงการ
8 กันยายน 2569 - จากนั้นเวลา 14.30 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส. บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายมาตรา 15 ว่า ตนได้แปรญัตติขอปรับลดงบประมาณของกระทรวงคมนาคมร้อยละ 10 ซึ่งตนมีความข้องใจเกี่ยวกับการทำงานของรัฐบาลและกระทรวงคมนาคม จากการที่ตนได้ติดตามข่าวสารจะสังเกตอยู่ตลอดว่ากระทรวงนี้เป็นกระทรวงหนึ่งที่มีมีการประกาศนโยบายในการประกาศโครงการต่างๆอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะเมื่อตัวรัฐมนตรีเดินทางไปยังจังหวัดต่างๆจะเป็นในรูปแบบของการสัญจรบ้าง หรือการไปตรวจเยี่ยมราชการบ้าง สิ่งสำคัญคือการการประกาศในเรื่องราวต่างๆนั้นไม่ได้สอดคล้องกับเรื่องของการจัดสรรงบประมาณที่เราพบเห็นอยู่ในงบประมาณฉบับนี้ จึงเป็นความข้องใจว่าทางคณะกรรมาธิการได้ติดตามตรวจสอบการจัดงบประมาณของกระทรวงนี้อย่างเป็นระบบหรือไม่ว่ากำลังตอบโจทย์สิ่งที่รัฐบาลกำลังสื่อสารกับประชาชนมากน้อยแค่ไหน
นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า ก่อนหน้านี้มีการวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากคือการที่รัฐบาลให้ความสำคัญสูงสุดกับโครงการเรียกว่าแลนด์บริดจ์ หรือมีความพยายามที่จะเชื่อมโยงสองฝั่งทะเล ซึ่งต่อมาทางคณะรัฐมนตรีได้มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาศึกษาเรื่องความคุ้มค่า ควบคู่ไปกับการพิจารณาในเรื่องของระเบียงการพัฒนาเศรษฐกิจภาคใต้ หรือ SEC หลังจากที่มีเสียงทักท้วงคัดค้านมากมายในแง่ของแลนด์บริดจ์ คือความคุ้มค่า และในแง่ของ SEC คือ ปัญหาสิ่งแวดล้อมและผลกระทบที่จะเกิดขึ้น ปรากฏว่าในที่สุดคณะกรรมการที่ทางรัฐบาลตั้งขึ้นก็ยอมรับสิ่งที่พวกเราเคยท้วงติงไปในเรื่องความคุ้มค่าของแลนด์บริดจ์ แต่ก็แปลก ซึ่งงบในเรื่องของการศึกษาแลนด์บริดจ์ ก็ยังปรากฏอยู่หลังจากที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว เป็นจำนวนเงินไม่มาก ตนเพียงแต่สงสัยว่า ที่ทิ้งค้างไว้เพราะอะไร
นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ตนทราบว่าคณะกรรมาธิการอาจจะบอกว่าพิจารณาเรื่องนี้ประมาณ 1 หรือ 2 วันก่อน คณะกรรมการของนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง จะได้ข้อสรุป แต่ตนเชื่อว่าไม่ได้เกินกำลังของคณะกรรมาธิการว่าเมื่อรับทราบมติของคณะกรรมการชุดดังกล่าวแล้วจะกลับมาทบทวนเพื่อตัดรายการนี้ออก จึงอยากทราบความชัดเจนว่าที่ไม่ตัดออก เพราะตัดไม่ทันหรือยังทิ้งเป็นเชื้อไว้ที่อาจจะมีการดำเนินการเดินหน้าโครงการนี้ต่อไป
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า อีกประเด็นคือโครงการต่างๆที่รัฐบาลหรือรัฐมนตรีไปโฆษณา บางครั้งใช้วิธีในการพาดพิงให้เสียหายกับพรรคการเมืองในพื้นที่ ที่เคยมีสส. แต่ความจริงท่านไม่ได้ชี้แจง ว่าหลายโครงการที่ท่านพูดในขณะนี้เป็นการสานต่อสิ่งที่รัฐบาลก่อนๆ ได้อนุมัติไว้ เช่น ที่รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์อนุมัติในเรื่องของรถไฟทางคู่ไว้ ตั้งแต่สมัยรัฐบาลนายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี และมีการที่จะจัดสรรงบงบประมาณเพิ่มเติมในรัฐบาลที่ตนเป็นหัวหน้ารัฐบาล แต่การมีแผนที่จะมีความชัดเจนว่าระบบโลจิสติกส์ที่เราเคยทำ ราง ถนนจะเป็นอย่างไร จะเสริมกันอย่างไร แบบที่เรียกว่าเซาท์เทิร์นคอนเน็คขณะนี้ ไม่ได้เกิดขึ้น
“รัฐบาลเดินทางไปประกาศโครงการจังหวัดนั้นที จังหวัดนี้ที แต่งบประมาณไม่มี และงบประมาณที่มีอยู่ ก็เป็นอย่างที่สส. ฝ่ายค้าน ทั้งกรรมาธิการเสียงข้างน้อยและเพื่อนสมาชิกได้อภิปรายไปคือมุ่งเน้นไปในเรื่องของการก่อสร้างถนน โดยปัจจุบันนี้ใช้วิธีการอนุมัติโครงการเป็นเชื้อไว้ เอาให้ต่ำที่สุด แต่กลับสร้างงบผูกพันเป็นภาระมหาศาลสำหรับปีงบประมาณต่อไป ยิ่งทำให้สงสัยว่าแล้วบรรดาโครงการที่ท่านไปโฆษณาตามพื้นที่ต่างๆ จะมีงบประมาณในปีต่อๆ ไปหรือไม่” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า จึงอยากให้กรรมาธิการชี้แจงว่า ตกลงแล้วการอนุมัติโครงการต่างๆได้ดูตามเจตนาหรือตามคำโฆษณาของรัฐบาลมากน้อยแค่ไหน ไม่เช่นนั้นจะทำให้สิ่งที่สส.ฝ่ายค้านอภิปรายไปว่าดูแล้วเหมือนเป็นเรื่องของการอนุมัติโครงการเพื่อเอื้อกลุ่มทุนหรือผู้รับเหมาเพียงบางกลุ่มเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ปัญหาของภาคตะวันออกก็ยิ่งหนักหน่วง หลังจากที่เกิดปัญหาเรื่องของรถไฟสามสนามบิน ในขณะที่ประเทศไทยกำลังต้องการเครื่องยนต์ในทางเศรษฐกิจที่มีการพัฒนาและมีโครงสร้างพื้นฐานที่ดีเพียงพอ และรองรับปัญหาที่ตามมาเรื่องสิ่งแวดล้อม ความไม่ชัดเจนและความไม่แน่นอนตรงนี้ เราไม่สามารถบอกทิศทางได้จากงบประมาณที่ปรากฏอยู่
“เรื่องคมนาคม โลจิสติกส์ เป็นหัวใจของขีดความสามารถการแข่งขัน ผมอยากให้รัฐบาลไทยมีแผนที่ชัดเจนจัดสรรงบประมาณให้สอดคล้องกับแผนนั้น ไม่ใช่จัดเงินเพื่อเอื้อกลุ่มทุนและโฆษณหาเสียงโครงการโลจิสติกส์ไปวันๆ ผมว่าการซื้อเสียงแย่แล้ว กำลังมีปรากฏการณ์กรรโชกเสียงอีก ในเรื่องของการไปพูดถึงว่า ต้องเลือกสส.ทั้งจังหวัด จึงจะได้โครงการนั้น โครงการนี้” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ศุภณัฐ' เฉ่งกรมประมง ละเลงงบสร้างอควาเรียมหลายแห่ง ชี้ควรร่วมเอกชน กลับทำเองหวังงบผ่านมือ
นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ สส.กทม.พรรคประชาชน อภิปรายมาตรา 14 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ว่า ตนได้ติดตามงบกรมประมง พบว่า สร้างในสิ่งไม่ควรสร้าง โดยเฉพาะสร้างอควอเรียมที่อยู่ในการดูแลของกรมประมง 16 แห่ง และยังไม่มีท่าทีจะหยุดสร้าง
ปชน. แฉงบคมนาคม ฮั้วซ่อม-สร้างถนน ปั้นบิ๊กโปรเจกต์ 600 ล้านบาท เอื้อผู้รับเหมาชั้นพิเศษ กว่า 70 โครงการ
นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายมาตรา 15 งบประมาณกระทรวงคมนาคม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องวงเงิน 1.66 แสนล้านบาท ว่า ขอปรับลดงบประมาณ 3% เพราะกระทรวงคมนาคมตั้งงบประมาณมาแบบหาทำไปเรื่อย
'มนพร' แจงสร้างศูนย์แสดงพันธุ์สัตว์น้ำอุดรฯ เริ่มยุครัฐบาลเศรษฐาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว
นางมนพร เจริญศรี สส.นครพนม พรรคเพื่อไทย ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ. )วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 ชี้แจงการจัดสรรงบในมาตรา 14 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
'กรณ์' แนะควบรวม 2 กรมจัดเก็บภาษี ลดภาระค่าใช้จ่าย เพิ่มประสิทธิภาพทำงาน
นายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายงบประมาณมาตรา 8 กระทรวงการคลัง ว่า โครงสร้างงบประมาณของ 3 กรมจัดเก็บภาษีหลักมีความไม่สอดคล้องกับรายได้จริง โดยกรมสรรพากรได้รับงบประมาณราว 1 หมื่นล้านบาท
ปชน. ข้องใจงบซ่อมเรือตรวจการณ์ กรมศุลกากร 57 ล้าน ซ้ำซ้อนหน่วยงานอื่น แต่ไม่ถูกตัดแม้แต่บาทเดียว
น.ส.นฤมาศ เปี่ยมบัณฑิต สส.ชลบุรี พรรคประชาชน อภิปรายว่า ขอตั้งข้อสังเกตค่าใช้จ่ายในการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดต่อปิโตรเลียม ซึ่งเมื่อรวมค่าซ่อมแซมเรือตรวจการณ์ศุลกากร จำนวน 19 ลำที่ใช้ในภารกิจเดียวกัน มีวงเงินรวม 57.3 ล้านบาท น่าสังเกตว่างบก้อนนี้ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ
สส.ปชน. ซัด 'กลาโหม' ของบไม่ตรงภารกิจ สร้างเจดีย์-ถนน หนุนทหารทำเกษตรปศุสัตว์
“สภาฯ” ถกงบ กลาโหม “ฝ่ายค้าน” ขอปรับลด เหตุของบไม่เกี่ยวภารกิจ สร้างสถูปเจดีย์-ทำถนน-ทำเกษตร ซัดซ้ำซ้อนกับหน่วยงานอื่น

