
กันยาสะสมอารมณ์เดือด ปชช.เริ่มลงถนน 7 ก.ย. ‘สนธิ’ ไล่ทุนเทาทวงประเทศคืน หวั่น 14 ก.ย. กกต. เติมเชื้อ ‘ฮั้ว สว.’ ผสมศาล รธน.ชี้ชะตาบัตรเลือกตั้ง 28 ก.ย. ขณะที่ดาต้าเซ็นเตอร์ภัยวายวอด
7 ก.ย. 2569 – นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน กล่าวในรายการประเทศไทยต้องมาก่อนว่า การแถลงข่าวลงถนนของนายสนธิ ลิ้มทองกุลนั้น แม้จะรู้จักกัน แต่เรื่องนี้ไม่เคยคุยกัน ดังนั้น จึงไม่ได้ไปร่วมแถลงข่าวด้วย
อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้นายสนธิบอกว่า การลงถนนไม่ได้เรียกร้องให้รัฐบาลลาออกหรือไล่ออก แต่เป็นกรณีกลุ่มเทาทั้งจีนเทา ยิวเทา อินเดียเทา และรัสเซียเทา รวมกระทั่งไทยเทา ขบวนเทาเหล่านี้เป็นหน้าที่ของรัฐบาลต้องนินการ และได้ออกระเบียบใหม่ โดยเนรเทศยิวเทาออกนอกประเทศไทยไปแล้วหนึ่งคน
ส่วนการทวงคืนประเทศไทยนั้น ตนเห็นว่า ในสถานการณ์แบบนี้ถ้าจะชุมนุมแบบม็อบสีเสื้อที่ผ่านมาคงไม่ง่าย หากวันนี้เป็นประเด็นลงถนนไปยื่นหนังสือที่สถานทูตอิสราเอล หรือไปหน้าทำเนียบรัฐบาลย่อมเป็นขั้นตอนตามปกติการแสดงออกของภาคประชาชน
สิ่งสำคัญ รัฐบาลต้องเข้าใจเช่นกัน เพราะก่อนหน้านี้ ไม่ว่าในส่วนของ รมช.มหาดไทย (มท. 2) ได้ลงพื้นที่ จ.กระบี่ ได้พบคนยิวบอกว่าที่นี้คืออิสราเอล แม้ก่อนหน้านี้เข้าใจว่าคนยิวมาแค่พื้นที่ อ.ปาย แม่ฮองสอน และเกาะพะงัน สุราษฎร์ธานี แต่วันนี้ขยายไปทั่วประเทศ โดยภาคอีสานก็มียิวอยู่หลายจังหวัด และยังมีสุสานฝังศพยิวที่ จ.ฉะเชิงเทรา ถึงขณะนี้ไม่แน่ใจว่า คนยิวไปอยู่ครบทุกจังหวัดแล้วหรือยัง คนพวกนี้เข้ามาไทยในวันที่กำลังเดือดร้อนและคนไทยพร้อมขายที่ดินได้ตลอดเวลาเพราะไม่มีเงิน
ทุกพวกทุนเทาที่เป็นปัญหาชาติในขณะนี้ รัฐบาลควรใช้โอกาสนี้กวาดล้างใหญ่ ถ้ารัฐบาลไม่กวาดล้างกระแสสาธารณะนี้จะถูกลากเข้าไปก่อหวอดในทางความรู้สึกกันได้ และข้อมูลที่ทางคณะคุณสนธิ นำมาเผยแพร่ก็จะเป็นประโยชน์
“ภาคประชาชนชุมนุมกันทุกครั้งที่ผ่านมานั้น เป็นเพียงตัวเปิดเกม ส่วนตัวปิดเกมไม่ว่าจะเป็นตุลาการภิวัฒน์ หรือทหารปฎิวัติ ท้ายที่สุดประชาชนก็เป็นแค่บานประตูเปิดเท่านั้นเอง แต่เรื่องพวกทุนเทาๆ ทั้งหลายต้องยอมรับความจริงว่า มันเป็นปัญหาเกิดขึ้นภายในชาติจริงๆ และเป็นเรื่องต้องชำระสะสางกันอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ดังนั้น รัฐบาลต้องกวาดล้างใหญ่ถ้าไม่ทำปัญหาจะลุกลาม” นายจตุพร ระบุ
ทั้งนี้ สิ่งที่จะเป็นพายุโหมจริงๆ คือ ปัญหาวันที่ 14 ก.ย. ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นัดพิจารณากรณีฮั้ว สว. โดยทางการข่าวตนได้ข้อมูลว่า จะส่งฟ้องศาลฎีกาเกิน 100 – 150 คน จากจำนวน 229 คน ของคณะกรรมการไต่สวนสืบสวนข้อเท็จจริงชุดที่ 26
ขณะเดียวกัน เมื่อกรณีนี้ออกสู่สาธารณะแล้ว อารมณ์สังคมจะเป็นอย่างไร โดยรัฐต้องตระหนักเช่นกันว่า เอกสารทั้งชุด 26 หลุดมาถึงนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ไอลอว์ กับ-นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน และยังมีเอกสารชุด 36 ออกมาถึงนายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. ด้วย ย่อมมีนัยยะสำคัญเมื่อเอกสารชุดที่ 26 หลุด ทุกฝ่ายยอมรับเป็นเอกสารจริง ดังนั้น กกต. พิจารณาในวันที่ 14 ก.ย. ต้องมีเหตุผลว่าจะส่งฟ้องใคร ไม่ฟ้องใคร ด้วยเหตุใด เพราะเสี่ยงจะถูกดำเนินคดีเช่นกัน
“ถ้า กกต.พิจารณาตามเอกสารชุด 36 ไม่ฟ้องใครก็จะถูกดำเนินคดี และถ้าส่งฟ้องบ้างคนแล้ว คนที่ถูกฟ้องย่อมฮึดฮัดไม่พอใจเช่นกัน โดยจะเกิดแรงกระพือโหมผสมโรงทุกฝ่าย ซึ่งไม่จำเป็นต้องไหลบรรจบหรือจะบรรจบกันโดยธรรมชาติต้องดูกันตามสถานการณ์” นายจตุพร ระบุ
นายจตุพร กล่าวว่า เมื่อสถานการณ์ลากยาวไปถึงวันที่ 28 ก.ย. ศาลรัฐธรรมนูญนัดอ่านคำวินิจฉัยคดีบัตรเลือกตั้งบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ด ซึ่งเป็นกรณีจะอธิบายได้ทั้งสองทางแบบ 50 ต่อ 50 คือ เป็นความลับและไม่ลับ
“ขณะนี้ ทางการข่าวผสมมุมวิเคราะห์ที่มีทางออกแบบ 50 ต่อ 50 นั้น จะเป็น 50 แบบโน้มไปทางโมฆะ ดังนั้น จึงเป็นสัญญาณแรง การที่ กกต.สะสมวิกฤตศรัทธามาตั้งแต่ต้น ถ้าผล 28 ก.ย.ออกแบบไม่เป็นความลับแล้ว ย่อมเป็นปัญหาการเลือกตั้ง สส. และความเสียนั้น กกต.ต้องรับผิดทั้งทางอาญาและแพ่ง ชดใช้เงินคืนรัฐกว่า 5 พันล้านบาทด้วย ถ้าผลออกมาเป็นความลับ กระดานการเมืองก็เดินต่อไป” นายจตุพร กล่าว
อีกทั้ง สถานะของรัฐบาลที่ผ่านมาและชุดปัจจุบัน ถ้าอะไรอยู่ในอำนาจและไม่อยู่ในอำนาจตัวเองแล้ว ต้องอธิบายให้ประชาชนสิ้นสงสัย เช่นกรณี สว.ในทางกฎหมายรัฐบาลไม่สามารถแทรกแซงได้อยู่แล้ว ดังนั้น เรื่องนี้ต้องเป็นความรับผิดชอบของ กกต. เต็มๆ แต่มันมีผลมายังรัฐบาลทั้งที่รัฐบาลต้องพูดซ้ำ ๆ ก่อนที่ กกต.จะลงมติ
สิ่งสำคัญทุกเรื่องที่ถาโถมเข้ามา จนมีปัญหาต่างๆ เหมือนกรณีดาต้าเซ็นเตอร์ ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่มากกับชุมชนใน กทม. ที่อยู่กับแหล่งสำรองน้ำมัน 2-4 แสนลิตร ใครจะค้ำประกันได้ว่าอนาคตไฟจะไม่ไหม้ หากเกิดการวินาศกรรมคงยากจะเอากันอยู่ ปัญหามันอยู่ว่า ประชาชนในหลายพื้นที่ของ กทม.นั้น ไม่รู้ว่าเขานอนอยู่ใกล้คลังเก็บน้ำมัน ดังนั้น ระหว่างความจำเป็นต้องมีดาต้าเซ็นเตอร์กับความปลอดภัยของประชาชนนั้น เราปล่อยปละละเลยจนเรื่องเกิดขึ้นถึงขณะนี้
“ประชาชนไม่ได้รับรู้ภัย แต่ต้องมาสุ่มเสี่ยงชีวิตกันจึงเป็นเรื่องใหญ่มากและส่งสัญญาณให้รู้กันว่า ยังมีเรื่องที่เราไม่รู้อีกมากเลย ดังนั้น เราต้องชำระสะสางบ้านเมืองกันทุกกระบวนการของประเทศ แม้การเปลี่ยนแปลงจะทำให้เจ็บก็ตาม” นายจตุพร ระบุ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ฮั้ว สว.' จุดชนวน 'สงครามดอกกุหลาบ'
นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ตอนที่ 5 สงครามดอกกุหลาบ (War of the Roses)
รัฐบาลเร่งทำ 'ระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติ' ให้เสร็จ ก.ย. นี้
รัฐบาลตั้งเป้าจัดทำ 'ระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติ' ให้แล้วเสร็จภายใน ก.ย. เผยค่าเบี้ยประกันต่อปีน้อยกว่าวงเงินการจ่ายเงินเยียวยาให้ผู้ประสบภัย
นับถอยหลัง ปิดคดีฮั้วสว. สัญญาณพิเศษกำลังมา! 7กกต.รอรับแรงกระแทก
เหลือเวลาอีก 1 สัปดาห์นับจากนี้ไปจนถึงวันจันทร์ที่ 14 ก.ย. ก็จะรู้ผลกันว่า “คดีฮั้วสว.” จะจบอย่างไร สุดท้ายแล้วมติที่ประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะออกมาแบบใด ตามแนวทาง 3 สูตร คือ
'สามารถ' ยก 4 โจทย์สะกิดรัฐบาล 'ดาต้าเซ็นเตอร์' ต้องกำหนดกติกาชัด สร้างประโยชน์ให้ไทยมากสุด
‘สามารถ’ ตั้งคำถามสำคัญไม่ใช่ เราจะเอา Data Center หรือไม่? แต่คือเราจะทำอย่างไรให้ Data Center ที่เข้ามาในประเทศไทย สร้างประโยชน์ให้ประเทศไทยมากที่สุด?
'สมชาย' เตือน 'กกต.' ลงมติคดีฮั้วสว. 14 ก.ย. ต้องยึดตาม รธน.มาตรา 226 อย่าซ้ำรอยอดีต
อดีตสว.สมชาย ฝากความเป็นห่วงไปยัง กกต. ทั้ง7ท่าน ว่า เมื่อมีหลักฐานควรเชื่อว่า การเลือกสมาชิกวุฒิสภา เมื่อ2567 นั้นไม่สุจริตและเที่ยงธรรม ท่านมีหน้าที่ต้องทำตามรัฐธรรมนูญ มาตรา226

