คนไทยเฮ 'ยูเนสโก' มีมติขึ้นทะเบียน 'วัดพระมหาธาตุ' เมืองคอน มรดกโลกแห่งที่ 9 ของไทย

คนไทยเฮ ยูเนสโกมีมติขึ้นทะเบียนพระมหาธาตุเมืองนครฯ มรดกโลกแห่งที่ 9 ของไทย

25 กรกฎาคม 2569 - เวลา 16.55 น. ตามเวลาสาธารณรัฐเกาหลี (14.55 น. เวลาไทย) ที่ประชุมคณะกรรมการมรดกโลก สมัยสามัญ ครั้งที่ 48 ขององค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) ซึ่งจัดขึ้น ณ เมืองปูซาน สาธารณรัฐเกาหลี มีมติขึ้นทะเบียน วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นมรดกโลกด้านวัฒนธรรม นับเป็นมรดกโลกลำดับที่ 9 ของประเทศไทย และเป็นมรดกโลกแห่งแรกของภาคใต้

โอกาสเดียวกันนี้ ณ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้มีการจัดงานฉลองสมโภชการขึ้นทะเบียนวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารเป็นมรดกโลก โดยมีนายไกรศร วิศิษฎ์วงศ์ ที่ปรึกษานายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยพระธรรมวชิรากร (สมปอง ปญฺญาทีโป) เจ้าอาวาสวัดพระมหาธาตุฯ นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร ผู้บริหารหน่วยงานภาครัฐ นักเรียน และประชาชน เข้าร่วมแสดงความยินดี

สุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะรองประธานคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก คนที่หนึ่ง และหัวหน้าคณะผู้แทนไทย พร้อมด้วย นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ในฐานะรองประธานคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก คนที่สาม และประธานคณะอนุกรรมการมรดกโลกทางวัฒนธรรม ร่วมกับผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย กรมศิลปากร สํานักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงศึกษาธิการ และจังหวัดนครศรีธรรมราช เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญ ครั้งที่ 48 ณ นครปูซาน สาธารณรัฐเกาหลี

ผลการพิจารณาของที่ประชุมคณะกรรมการมรดกโลกได้บรรลุผลสำเร็จตามเป้าหมายของรัฐบาลไทย โดยคณะกรรมการฯ มีมติเอกฉันท์เห็นชอบให้ขึ้นทะเบียนวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมแห่งใหม่ นับเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญของประเทศไทย สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของกระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนในการดำเนินงานเพื่อการอนุรักษ์ คุ้มครอง และส่งเสริมมรดกทางศิลปวัฒนธรรมของชาติให้เป็นที่ประจักษ์และได้รับการยกย่องในระดับสากล

สืบเนื่องจากความสำเร็จในครั้งนี้ กระทรวงวัฒนธรรมจะบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อจัดทำแผนยุทธศาสตร์การบริหารจัดการพื้นที่แหล่งมรดกโลกอย่างยั่งยืน โดยมุ่งเน้นการรักษาสมดุลระหว่างการอนุรักษ์โบราณสถานและการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจให้แก่ชุมชนท้องถิ่น อันจะนำไปสู่การพัฒนาที่สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองมรดกโลกทางวัฒนธรรมและทางธรรมชาติขององค์การยูเนสโกต่อไป

นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม(รมว.วธ) ซึ่งเดินทางไปเข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญ ครั้งที่ 48 (48th Session of the World Heritage Committee) ณ นครปูซาน สาธารณรัฐเกาหลี ได้แสดงความยินดีในโอกาสที่องค์การเพื่อการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโก ได้ประกาศให้วัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมแห่งใหม่ของประเทศไทย โดยเป็นแหล่งมรดกโลกแห่งแรกในพื้นที่ภาคใต้ของไทย นับเป็นแหล่งมรดกโลกลำดับที่ 9 และแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมแห่งที่ 6 ของประเทศ

รมว.วธ กล่าวว่า การที่ยูเนสโกประกาศให้วัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นมรดกโลกในครั้งนี้ เป็นการยืนยันถึงความสําคัญของอัตลักษณ์และภูมิปัญญาท้องถิ่นที่สืบทอดมาอย่างยาวนาน วัดพระมหาธาตุฯ มิได้เป็นเพียงมรดกของ ประเทศไทย แต่เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่มีคุณค่าต่อมนุษยชาติ จึงเป็นทั้งความภาคภูมิใจและความรับผิดชอบร่วมกันของทุกคนในการอนุรักษ์มรดกของมนุษยชาติ และสืบสานคุณค่าเหล่านี้ให้คงอยู่ต่อไป จึงขอเชิญชวนให้ชาวไทยทั่วประเทศร่วมแสดงความยินดี และเฉลิมฉลองในโอกาสที่วัดพระมหาธาตุฯ ได้รับการประกาศเป็นมรดกโลกแห่งใหม่ของไทย พร้อมทั้งเดินทางไปเยี่ยมชมวัดพระมหาธาตุฯ จังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อสัมผัสคุณค่าแห่งมรดกโลกด้วยตนเอง ทั้งนี้ กรมศิลปากรได้เปิดให้เข้าชมห้องจัดแสดงนิทรรศการถาวรพระมหาธาตุ แห่งเมืองนครศรีธรรมราช ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ นครศรีธรรมราช เป็นครั้งแรก เพื่อร่วมเฉลิมฉลองในโอกาสสำคัญนี้

สำหรับวัดพระมหาธาตุฯ จังหวัดนครศรีธรรมราช คณะกรรมการมรดกโลกพิจารณาขึ้นทะเบียนแหล่งมรดกวัฒนธรรม ภายใต้เกณฑ์คุณค่าความโดดเด่นอันเป็นสากล (OUV) คือ เป็นหลักฐานการหลอมรวมศาสนาพราหมณ์ ฮินดู พุทธศาสนามหายาน และเถรวาท ในเอเชียกลางและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แสดงถึงศิลปะและสถาปัตยกรรม ประเพณีทางศาสนาและท้องถิ่นที่ส่งอิทธิพลให้กับอาคารสิ่งก่อสร้างในภูมิภาค มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ของมรดกโลก (Criterion) ได้แก่ เกณฑ์ข้อที่ 2 วัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร แสดงถึงอิทธิพลของศาสนาพราหมณ์ ฮินดู พุทธศาสนามหายาน และพุทธศาสนาเถรวาท ที่มีต้นแบบมาจากศิลปะปาละในนาลันทา ชวาภาคกลาง ลังกา และมอญจากภาคใต้ของเมียนมา และส่งอิทธิพลให้กับศาสนสถานในประเทศไทย มาเลเซีย และแหล่งอื่น ๆ

และเกณฑ์ข้อที่ 6 วัดพระมหาธาตุฯ เป็นประจักษ์พยานของระบบความเชื่ออันหลากหลายและเป็นศูนย์กลางทางจิตวิญญาณของนครศรีธรรมราช เป็นแหล่งประเพณีทางศาสนาที่ยังคงดำเนินอยู่มีความโดดเด่นระดับสากลในทางศิลปะและวรรณกรรม อาทิ การแสดงโนรา และตำนานท้องถิ่น แสดงถึงความสัมพันธ์ระหว่างแหล่งศักดิ์สิทธิ์และชุมชนโดยรอบ สร้างแรงบันดาลใจให้ศาสนสถานและชุมชนต่าง ๆ ในประเทศไทยและแหล่งอื่น ๆ

ประวัติวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดวรมหาวิหาร เดิมชื่อ "วัดพระบรมธาตุ" เป็นวัดพุทธาวาสประจำเมืองที่ไม่มีพระภิกษุจำพรรษาถาวร โดยมีเจ้าผู้ครองนคร พระเถระผู้ใหญ่ และวัดทั้ง 4 ทิศ ร่วมกันดูแลบำรุงรักษา จนกระทั่ง พ.ศ. 2458 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 6) โปรดให้นิมนต์พระครูวินัยธร (นุ่น) จากวัดเพชรจริก มาจำพรรษาและดูแลวัด พร้อมพระราชทานนามใหม่ว่า "วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร"

ศูนย์กลางของวัดคือ พระบรมธาตุเจดีย์ ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระทันตธาตุเบื้องซ้ายและพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า ถือเป็นปูชนียสถานสำคัญที่พุทธศาสนิกชนทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศให้ความเคารพศรัทธา ในอดีตพระบรมธาตุเจดีย์เปรียบเสมือนหลักเมืองนครศรีธรรมราช ผู้คนเดินทางมาสักการะและถวายเครื่องบูชานานาชนิดอย่างต่อเนื่อง จนทำให้วัดเป็นแหล่งรวบรวมโบราณวัตถุและศิลปวัตถุอันทรงคุณค่าจำนวนมาก และเป็นโบราณสถานสำคัญคู่บ้านคู่เมืองนครศรีธรรมราชมาจนถึงปัจจุบัน

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เอาแล้ว! เชียงใหม่กังวลภูมิทัศน์เมืองฉุดมรดกโลก หวั่นไม่พร้อมรับประเมิน ICOMOS

สภาเมืองเจียงใหม่ส่งสัญญาณห่วงความพร้อมเสนอ “เชียงใหม่ นครหลวงแห่งล้านนา” เป็นมรดกโลก หลังพบปัญหาภูมิทัศน์เมืองเก่ายังไม่ได้รับการแก้ไข โดยเฉพาะป้ายโฆษณาและป้ายสถานประกอบกา

"คนไทยเตรียมเฮ! 'วัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร' จ่อนั่งแท่นมรดกโลก 'สุชาติ' ชูความสำเร็จนโยบายรัฐบาลยกระดับทุนวัฒนธรรมไทยสู่เวทีโลก"

นายสุชาติ กล่าวว่า เป็นเรื่องน่ายินดีอย่างยิ่งที่องค์กรที่ปรึกษาของคณะกรรมการมรดกโลกได้เสนอแนะให้ขึ้นทะเบียนวัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร เป็นแหล่งมรดกโลก โดยเห็นถึงคุณค่าโดดเด่นในฐานะแหล่งสะท้อนความหลากหลายทางศาสนา ความเชื่อ และจิตวิญญาณที่สืบทอดต่อเนื่องยาวนานกว่า 1,500 ปี

เชียงใหม่สืบชะตาเมือง ฉลอง 730 ปี ลุ้นขึ้นทะเบียนมรดกโลก

จังหวัดเชียงใหม่จัดพิธีสืบชะตาเมืองประจำปี 2569 พร้อมกัน 10 จุดรอบคูเมือง เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่บ้านเมืองและประชาชน สืบสานประเพณีล้านนาโบราณ ควบคู่การเฉลิมฉลองครบรอบ 730 ปีการก่อตั้งนค