'โรม' ข้องใจโกงท้องถิ่นตัดตอนนักการเมือง! ฟุ้งขยี้ต่อ

'รังสิมันต์' ลุยสอบทุจริตสอบท้องถิ่น ต่อ จี้ ปปง.สอบฟอกเงิน เร่งอายัดทรัพย์สิน ถามฝ่ายการเมืองถูกตัดตอน-ลอยนวลพ้นผิดเหน็บ 'อนุทิน' รับแต่ชอบ ไม่รู้ในอนาคตมาตรการป้องกันจะรัดกุมหรือไม่

06 ส.ค.2569 - ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรรมและสิทธิมนุษยชน ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุมพิจารณาเรื่องการทุจริตสอบท้องถิ่น ว่า แบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกคือข้อเท็จจริง วันนี้ข้อมูลที่มีการยืนยันกันมาคือรายชื่อที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตกว่า 5,900 รายชื่อ ซึ่งเป็นข้อมูลที่ปรากฏในแฟลชไดร์ฟและอยู่ในมือสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช. ) แล้ว แต่สังคมยังสงสัยขบวนการในการทุจริตสอบท้องถิ่นว่ามีแค่สายเดียวหรือไม่ และคนที่เกี่ยวข้องกับขบวนการทุจริตมีเพียงแค่ขบวนการเดียวหรือมีอีกหลายขบวนการหรือไม่ แต่วันนี้เชื่อได้ว่าคนที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตสอบท้องถิ่นทำเป็นขบวนการแน่นอน

นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ส่วนที่สองคือ อะไรที่ทำให้กระบวนการกฎหมายล่าช้า ก่อนหน้านี้กระบวนการเอาผิดแทบจะไม่มีความคืบหน้าเลย ตอนนี้อาจจะเริ่มเห็นการออกหมายเรียกบ้าง แต่ข้อกล่าวหารวมถึงการฟอกเงินได้ดำเนินการไปถึงไหน มีการตรวจสอบเพราะการฟอกเงินด้วยหรือไม่ ต้องรอให้มีการยักย้ายถ่ายโอนหรือเอาทรัพย์สินไปซุกซ่อนก่อนหรือไม่ค่อยมายึดอายัดไปทีหลัง ซึ่งถ้าทำแบบนั้นประเทศชาติได้ประโยชน์หรือไม่ ดังนั้นมาตรการในเรื่องของการฟอกเงินเราอยากเห็นความเข้มข้น ของการบังคับใช้อย่างจริงจัง เพื่อทำให้ผู้ที่ถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับการทุจริตต่างๆ ไม่สามารถที่จะยักย้ายถ่ายโอนได้ และหากสุดท้ายถูกตัดสินว่ามีความผิด จนทำให้ทรัพย์สินต้องตกเป็นของแผ่นดิน แผ่นดินก็จะได้รับทรัพย์สินกลับสู่แผ่นดิน ในปริมาณที่สมควรกับความเสียหายที่เกิดขึ้น สำหรับของสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ขณะนี้ยังไม่ได้มีการให้ข้อมูลเกี่ยวกับเส้นทางการเงิน แต่วันนี้จะรอฟังก่อน เชื่อว่า ปปง. จะให้ข้อมูลอย่างเต็มที่ เพราะเราได้กระตุ้น ปปง. หลายครั้งแล้ว และคาดหวังว่าปปง. จะดำเนินการตามกฏหมายอย่างจริงจัง เพราะตาม พรบ.ปปง. ให้อำนาจอย่างกว้างขวาง ในการที่จะช่วยทำให้สามารถติดตามเส้นทางการเงินได้ สุดท้ายอาจจะไม่ได้ทั้งหมด แต่ถ้าตรวจสอบดีๆเราจะเจอร่องรอยไม่มากก็น้อย เช่น การยื่นภาษีการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ก็จะเห็นได้ว่าคนที่เกี่ยวข้องเหล่านี้มีแหล่งรายได้มาจากไหน ดังนั้น ปปง. มีเขตอำนาจที่กว้างขวาง ที่จะทำเรื่องนี้ได้อย่างแน่นอน

เมื่อถามว่าสุดท้ายแล้วหากไม่สามารถยึดอายัดทรัพย์ได้เลยเพราะเส้นเงินอาจจะเชื่อมไม่ถึง นายรังสิมันต์ กล่าวว่า นี่คือสิ่งที่ตนกังวล จับเขาไปขัง เขาออกมาก็ต้องใช้เงิน ดังนั้นผู้กระทำผิดไม่มีทางเกรงกลัวและนอกเหนือจากการยึดอายัดทรัพย์ อยากให้มองว่าเรื่องนี้ฝ่ายการเมืองถูกตัดตอนแล้วหรือ ตกลงฝ่ายการเมืองไม่ต้องมีใครรับผิดชอบอะไรเลย

“ ปัญหาของประเทศนี้ ที่มีการทุจริตคอรัปชั่น เป็นเวรกรรมของประเทศชาติ ไม่ได้มีฝ่ายการเมืองไปเกี่ยวข้องจริงหรือ ดังนั้นผมคิดว่าเรื่องนี้อย่าให้เป็นไปตามที่เขากล่าวหากัน ว่าตัดตอนที่ราชการ สุดท้ายมีคนลอยนวลพ้นผิดที่เรียกว่าเป็นฝ่ายการเมือง ซึ่งวันนี้เราก็ยังไม่ยอมแพ้ เรามีการสอบข้อเท็จจริงเรื่องนี้ต่อ ” นายรังสิมันต์ กล่าว

นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า อย่างน้อยกรรมการทีโออาร์ บางคน เคยเป็นหน้าห้องนายอนุทิน ชาญวีรกูลนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แน่ๆ ซึ่งเป็นบุคคลที่ทำให้ทีโออาร์หละหลวมขนาดนี้ ไม่ต้องรับผิดอะไรเลยใช่หรือไม่ นี่จึง เป็นสิ่งที่อยากฝากไปถึงนายอนุทิน

“เวลาบอกว่ารับผิดชอบ รับผิดชอบ เห็นรับแต่ชอบ แต่เวลาที่มีปัญหา มีเรื่องการทุจริตคอรัปชั่น อยากเห็นฝ่ายการเมืองเข้ามารับผิด กับสิ่งเหล่านี้ด้วย” นายรังสิมันต์ กล่าว

เมื่อถามว่าหลายฝ่ายบอกว่าเรื่องนี้จบแล้ว เพราะมีการแจ้งความดำเนินคดีอธิบดี สถ. รวมถึง มศว นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ถ้าจะบอกว่าจบต้องมีสองอย่าง คือ 1. การขยายผลไปถึงผู้กระทำความผิดมีใครบ้าง จากรายชื่อพบว่ามีบิ๊กเนมหลายคน ไม่ใช่แค่อธิบดีคนปัจจุบันแต่ยังมองไปถึงอดีตอธิบดีที่ยังทรงอำนาจ ยังมีอิทธิพลอยู่ในกระทรวงมหาดไทย 2. ต้องมองไปถึงการบังคับใช้กฎหมาย ตราบใดที่ยังไม่เห็นผู้กระทำความผิดถูกลงโทษ จะเรียกว่าจบได้อย่างไร

“คำว่าจบกับตัดตอนไม่เหมือนกัน ถ้าท่านบอกว่าวันนี้ท่านแค่แจ้งความดำเนินคดีอันนี้เขาเรียกว่าตัดตอน เพราะท่านไม่ได้ทำให้มันสุดฝีมือ สุดความสามารถ ท่านอย่าลืมว่านายกรัฐมนตรี ไม่ได้เป็นแค่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แต่ยังเป็นถึงนายกรัฐมนตรีที่มีบทบาทในการกำกับดูแลตำรวจด้วย ดังนั้นถ้าหากยังไม่เห็นการดำเนินการเหล่านี้ ผมคิดว่าก็น่ากังวล เพราะสุดท้ายอาจจะเป็นการช่วยกัน และแม้ว่าท่าน จะบอกว่าส่งเรื่องอยู่ใน ป.ป.ช.แล้ว แต่ปฏิเสธความจริงไม่ได้ว่าองค์กรป.ป.ช. ก็ถูกตั้งคำถามในเรื่องในเรื่องของความเป็นอิสระ ถูกตั้งคำถามในเรื่องของความโปร่งใส ในการทำงานอยู่มากเหมือนกัน ฉะนั้นเจ้าหน้าที่บ้านเมืองก็ต้องติดตามต่อไป ว่าสิ่งที่ ป.ป.ช.กำลังดำเนินการช่วยกันเป็นการช่วยกันหรือไม่ หรือเป็นการปฏิบัติหน้าที่ที่ถูกต้องตามกฏหมาย “ นายรังสิมันต์ กล่าว

นายรังสิมันต์ กล่าวว่า มีอีกหลายส่วนที่เรายังติดตามต่อ เพราะจะปล่อยให้เรื่องนี้จบโดยที่ไม่มีใครถูกลงโทษได้เลยกับการทุจริตที่ใหญ่โต ถ้ายังไม่นับว่าถ้ามีการสอบท้องถิ่นในอนาคตจะไม่มีการทุจริตแบบนี้อีก เราไม่มีทางรู้ด้วยซ้ำว่าในอนาคตจะมีการเปลี่ยนแปลงกฎเกณฑ์กติกา เพื่อให้เกิดความรัดกุมได้อย่างไร สุดท้ายก็จะมีตั๋วนักการเมือง โควตานักการเมืองที่ฝากไปยังมหาวิทยาลัย ฝากผ่านท้องถิ่นกันต่อไป

นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ส่วนที่ได้มีการเชิญ นายปกรณ์ นิลประพันธ์​ รองนายก​รัฐมนตรี​ ที่รับผิดชอบการตรวจสอบเรื่องนี้มาให้ข้อมูล ขณะนี้ยังไม่ได้การตอบรับกลับมาว่าจะมาหรือไม่ ซึ่งตนอยากให้รองนายกฯ มาด้วยตัวเอง ถ้ามั่นใจในการปฏิบัติหน้าที่ต้องกล้าที่จะให้ข้อมูลกับฝ่ายที่กำลังตรวจสอบเรื่องนี้ เพราะถึงตอนนี้ปัญหาใหญ่เรื่องการสอบท้องถิ่น สังคมไม่เชื่อว่ารัฐบาลจะไม่ช่วยกัน ดังนั้นถ้ารัฐบาลทำทุกอย่างโดยที่การตรวจสอบไม่ได้รับความร่วมมืออย่างที่ควรจะเป็นแล้วจะมั่นใจได้อย่างไรว่านั่นคือการแก้ปัญหาจัดการกับคนโกง ไม่ใช่การช่วยคนโกง

 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ภคมน' อัด สส.รัฐบาลแห่เข้าชื่ออภิปราย หวังลากยาวถกงบ 70 ส่อเจตนาปกป้อง กกต.

"ลิซ่า" อ้างมีข้อความจาก "กกต." ส่งถึงรัฐบาล พยายามไม่ให้ สส.อภิปรายรายงานประจำปี ก่อน 14 ก.ย. เสนอถ้าลากยาวจนลงมติงบ 70 ไม่ได้ ให้ไปถกต่อวันศุกร์แทน เชื่อคนจับโป๊ะได้ มีความพยายามเลี่ยง ไม่ให้กระทบรายงาน กกต.

'ณัฐวุฒิ' ชี้งบฝึกอบรมพุ่ง 996 ล้านบาทหวั่นละเลงลงพื้นที่มากกว่าพัฒนาคน!

'ณัฐวุฒิ' จี้ตัดงบกรมการพัฒนาชุมชน 1% ตั้งคำถามงบฝึกอบรมพุ่ง 996 ล้านบาท หวั่นใช้งบลงพื้นที่มากกว่าพัฒนาคน ถามชัดใครเป็นคนได้ประโยชน์

ชงตัดงบโครงการระบบบันทึกข้อมูลผู้เข้าพักรอแก้ไข พ.ร.บ.โรงแรมก่อน!

'ณัฐพล' เสนอตัดงบกรม ปค. 47 ล้านบาท โครงการระบบบันทึกข้อมูลผู้เข้าพักฯ ระบุไม่ช่วยแก้ปัญหาเหตุกระบวนการกลับหัวกลับหาง จี้รัฐบาลนำร่างแก้ไข พ.ร.บ.โรงแรมฉบับใหม่เข้าสภา

'กิตติพงษ์' ฉะกรมการปกครองซื้อโคตรเสื้อเกราะราคาตัวละ 46,000 บาท

'กิตติพงษ์' ฉะกรมการปกครอง ซื้อเสื้อเกราะตัวละ 46,000 บาท ขณะที่ กอ.รมน.ตัวละ 31,000 บาท ทั้งที่สเปกเหมือนกัน แฉบริษัทรับทำเสื้อเกราะ มีธุรกิจขายเสื้อนักเรียน รายได้ต่อปี เพียง 12,000 บาท

ถกงบฯ วันที่สามเด็กส้มประเดิมสับงบ ปค.ซื้อซอฟต์แวร์ตรวจข้อมูลมือถือ 100 ล้าน!

เริ่มถกงบฯ วันที่สาม 'ปชน.' ข้องใจกรมการปกครอง ซื้อซอฟต์แวร์ตรวจข้อมูลมือถือ 100 ล้าน ไม่โปร่งใส สืบราคาจากบริษัทที่มีรายได้ 0 บาท และจัดซื้อซ้ำซ้อนกับตำรวจที่มีระบบตรวจสอบข้อมูลโทรศัพท์มือถืออยู่แล้ว