เปิดผลสอบโกงท้องถิ่นชุด 'ปกรณ์' ชี้มีช่องโหว่เกือบทุกขั้นตอน!

เปิดผลสอบโกงท้องถิ่นชุด 'ปกรณ์' ชี้ช่องโหว่เกือบทุกขั้นตอน ตะลึงอัตราว่าง 8,548 อัตราบรรจุจริง 15,520 อัตรา จ่อทบทวนบทบาท ก.สถ. และทำฐานข้อมูลกลางคนทุจริตสอบ

12 ส.ค.2569 - มีรายงานว่า คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย กรณีทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ปี 2568 ที่มีนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธานคณะกรรมการ ได้เสนอรายงานผลสอบดังกล่าว ถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2569

โดยรายละเอียด ระบุว่า ผลการตรวจสอบพบช่องว่างที่เอื้อต่อการทุจริตและลักษณะที่อาจขัดต่อกฎหมาย เกือบทุกขั้นตอน ตั้งแต่การกำหนดอัตราว่าง การอนุมัติจัดสอบ การจัดทำ TOR การจัดหาผู้รับจ้าง การจัดสอบและตรวจคะแนน การประกาศผล ไปจนถึงการเรียกบรรจุและการดำเนินการหลังพบขบวนการทุจริต

คณะกรรมการพบว่า ก. กลาง อนุมัติอัตราว่างสำหรับการสอบ 8,545 อัตรา แต่มีการบรรจุจริง 15,520 อัตรา จึงเสนอให้ตรวจสอบว่าการบรรจุเกินอัตราดังกล่าวเป็นไปตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องหรือไม่

ส่วนการจัดทำ TOR พบว่า ก.สถ. มอบฝ่ายเลขานุการเป็นผู้ดำเนินการจัดทำ TOR และกำหนดให้ผู้รับจ้างรับผิดชอบการสอบในลักษณะเบ็ดเสร็จเด็ดขาด แต่คณะกรรมการย้ำว่าเงื่อนไขดังกล่าวไม่ทำให้ ก.สถ. พ้นจากความรับผิดชอบตามกฎหมาย เนื่องจากยังมีหน้าที่กำกับและรับผิดชอบต่อกระบวนการจัดสอบ

นอกจากนี้ ยังพบว่าผู้รับจ้างนำงานตรวจผลสอบไปให้ ผู้รับจ้างช่วง ดำเนินการ และมีการทำสำเนาข้อมูลผลสอบเพิ่มอีก 1 ชุด ซึ่งคณะกรรมการเห็นว่าเป็นความเสี่ยงต่อการทุจริตและควรตรวจสอบว่าเกิดขึ้นโดยเจตนาหรือไม่

ประเด็นสำคัญที่สุดของรายงาน คือพบความผิดปกติของผลคะแนนสอบ โดยผลการตรวจคะแนนของผู้รับจ้างช่วงทันทีหลังการสอบภาค ก. และ ข. ไม่ตรงกับผลที่มีการประกาศ

จากการตรวจสอบ Digital Footprint และคำให้การของผู้เกี่ยวข้อง พบหลักฐานการสั่งการและประสานให้เจ้าหน้าที่แก้ไขข้อมูลผลสอบหลายครั้ง โดยมีทั้ง การแก้คะแนนผู้สอบตกให้เป็นผู้สอบได้ และการเพิ่มคะแนนผู้ที่สอบได้อยู่แล้ว ซึ่งส่งผลต่อลำดับบัญชีและโอกาสได้รับการเรียกบรรจุ

คณะกรรมการระบุว่าเป็นความบกพร่องร้ายแรง และการมอบหมายหรือประสานกับ บุคคลภายนอกที่ไม่มีหน้าที่และอำนาจ ให้แก้ไขผลสอบที่มีการประกาศแล้ว เป็นพฤติกรรมผิดปกติและทุจริตอย่างชัดแจ้ง

รายงานยังวิจารณ์ว่า ก.สถ. ไม่ได้ตรวจสอบรายละเอียดผลสอบอย่างเพียงพอก่อนรับรอง โดยอ้างว่าเป็นข้อมูลลับ ทั้งที่ ก.สถ. เป็นผู้กำหนดชั้นความลับเองและมีหน้าที่รับผิดชอบผลสอบ อีกประเด็นที่คณะกรรมการตั้งข้อสังเกต คือ หลังมีการจับกุมขบวนการทุจริต ก.สถ. ยังดำเนินการเรียกบรรจุต่อ ก่อนจะมีคำสั่งให้ชะลอการบรรจุในภายหลัง โดยคณะกรรมการเห็นว่าเป็นเรื่องผิดปกติ และสะท้อนปัญหาในระบบการสั่งการและบังคับบัญชาของกระทรวงมหาดไทย รวมถึงกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนต่อระบบราชการ

คณะกรรมการยังเสนอให้กระทรวงมหาดไทย ดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องทั้งทางแพ่ง อาญา ปกครอง และด้านมาตรฐานทางจริยธรรม พร้อมตรวจสอบผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติม เนื่องจากเห็นว่าพฤติการณ์มีลักษณะทำเป็นขบวนการอย่างชัดเจน

พร้อมเสนอให้ทบทวนว่า ก.สถ. ควรจัดสอบต่อไปหรือไม่ เนื่องจากความเชื่อมั่นต่อ ก.สถ. และระบบการจัดสอบได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง หากยังให้จัดสอบต่อ ต้องปรับกลไกและโครงสร้างให้มีธรรมาภิบาลและระบบควบคุมที่เข้มงวดขึ้น

สำหรับผลสอบ เสนอให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจัดทำ คะแนนและบัญชีรายชื่อผู้สอบผ่านภาค ก. และ ข. ใหม่จากฐานข้อมูล OMR คัดแยกผู้ที่มีหลักฐานว่าถูกแก้ไขคะแนนโดยมิชอบ ทบทวนการรับรองผล และ เพิกถอนการขึ้นบัญชีหรือการบรรจุผู้ไม่มีสิทธิ รวมถึงติดตามเรียกเงินเดือนและค่าตอบแทนคืน หากเป็นกรณีที่ไม่มีสิทธิได้รับ

นอกจากนี้ เสนอให้ สำนักงาน ก.พ. จัดทำฐานข้อมูลกลางผู้ทุจริตการสอบเข้าราชการ เพื่อให้หน่วยงานรัฐตรวจสอบได้ตั้งแต่ขั้นตอนสมัครสอบ และป้องกันไม่ให้ผู้มีประวัติทุจริตกลับเข้าสู่ระบบราชการ

ยังเสนอให้กรมบัญชีกลางร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำ TOR มาตรฐานกลาง สำหรับการจัดสอบ ครอบคลุมความปลอดภัยระบบ IT การคุ้มครองข้อมูล การควบคุมสิทธิ์เข้าถึง การจัดทำ Audit Log และระบบตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงคะแนน

พร้อมให้สำนักงาน ก.พ. ป.ป.ท. ตำรวจ กระทรวงมหาดไทย และสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ร่วมปรับปรุงกฎหมายเกี่ยวกับ คุณสมบัติ ลักษณะต้องห้าม ฐานความผิด และบทลงโทษการทุจริตสอบเข้ารับราชการ

ทั้งนี้ คณะกรรมการเสนอให้ข้อมูลผู้เกี่ยวข้องกับการทุจริตส่งให้สำนักงาน ก.พ. จัดทำฐานข้อมูลกลาง และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รายงานความคืบหน้าต่อนายกรัฐมนตรีทุก 3 เดือน

อย่างไรก็ตามนายอนุทินได้ลงนามเห็นชอบ ตามที่คณะกรรมการเสนอ และเพิ่มข้อสั่งการโดยมอบหมายให้นายปกรณ์ กำกับดูแล ติดตาม และรายงานนายกรัฐมนตรีทุกระยะโดยเร็วที่สุด ลงวันที่ 11 ส.ค.2569

 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ปกรณ์' แย้มอาจออกกฎกระทรวงคุมเข้มปืนก่อนรอแก้กฎหมาย!

'ปกรณ์' จ่อหารือ 'กรมการปกครอง - กฤษฎีกา' แก้ พ.ร.บ.อาวุธปืน วางมาตรการเข้มตามรูปแบบต่างประเทศ เชื่อมโยงทั้งระบบ เล็งให้ต่อใบอนุญาตทุก 3 ปี รับอาจออกกฎกระทรวงก่อน เหตุใช้เวลาแก้ กม.นาน

'อนุทิน' ไฟเขียว '7 รองนายกฯ' ใช้งบได้คนละ 100 ล้าน รับมือสถานการณ์น้ำในกรณีฉุกเฉิน

“เจเศรษฐ์” เผย ปภ.ประสานศูนย์เตือนภัยพิบัติฯ เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำพื้นที่ภาคเหนือ-อีสาน ยืนยันความพร้อมการแจ้งเตือนประชาชน ขอให้ติดตามผ่านระบบ Cell Broadcast - หอกระจายข่าว - ผู้นำชุมชน ขณะที่ “นายกฯ” ไฟเขียวทุกรองนายกฯใช้งบ 100 ล้านบาท รับมือสถานการณ์น้ำหากเกิดกรณีฉุกเฉิน

'ยศชนัน' สั่ง ศธ. ดูแลความปลอดภัยขั้นสูงสุด คลี่คลายเหตุกราดยิง

นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า "ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้สูญเสีย

'ศุภจี' จ่อคุย 'เอกนิติ' ใช้งบหรือเงินกู้ ลุย 'ไทยเที่ยวไทยพลัส'

'ศุภจี' ขอดูความเหมาะสมใช้งบประมาณ หรือเงินกู้ 'ไทยเที่ยวไทยพลัส' รับต้องดูความเหมาะสม ไม่จำเป็นต้องออกพร้อม 'ไทยช่วยไทยพลัส'

'อนุทิน' ย้ำไม่เกิน 30 ก.ย.รีเซ็ตมหาดไทยจบ

'อนุทิน' เผยรอ 'ปกรณ์' ส่งผลการตรวจสอบเป็นลายลักษณ์อักษร ปมทุจริตสอบท้องถิ่น ยันจบ ปชช.ไม่ต้องกังวลปกป้องใคร พอใจ ขรก.ยึดแนวทางปิดชื่อถือพฤติกรรม บอกไม่มีใครวิ่งเต้นได้ ชี้รีเซ็ต มท.จบใน ก.ย.นี้