'ท่านใหม่' เผยเรื่องจริงที่พสกนิกรคนไทยในพระราชอาณาจักรนี้ ควรรู้ ไม่หลงเชื่อข่าวลือใส่ร้าย

17 มี.ค.2565 - ม.จ.จุลเจิม ยุคล หรือ ท่านใหม่ โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กว่า "เรื่องที่พสกนิกรคนไทย ในพระราชอาณาจักรนี้ ควรทราบ" คนชอบวิจารณ์กันโดยไม่รู้จริง ว่าพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว หรือ ร.10 ไม่ค่อยทรงงาน และข้าพเจ้าก็คิดว่าพระองค์ก็ทรงทราบว่ามีคนกล่าวหาใส่ร้าย แต่ไม่ทรงใส่พระทัยแต่อย่างใด พระเจ้าแผ่นดินก็ทรงเป็นมนุษย์ปุถุชน อาจจะทรงรู้สึกอะไรบ้าง แต่ด้วยพระขันติธรรมก็พระราชทานเมตตาให้ผู้ที่กล่าวหาว่าร้าย

ในเรื่องที่คนกล่าวหาเล่าลือว่าพระเจ้าอยู่หัว ร.10 ไม่ค่อยทรงงานนั้น ข้าพเจ้าทราบว่าไม่เป็นความจริงเลย แท้จริงทรงงานหนักมาก และทรงงานด้วยวิธีการอันเป็นแบบฉบับเฉพาะของพระองค์

เรื่องนี้ทราบมาตั้งแต่เหตุการณ์หมู่ป่าอคาเดมีติดถ้ำขุนน้ำนางนอน ทรงโปรดให้เจ้าหน้าที่ของพระองค์ไปประจำที่หน้าถ้ำ ทรงให้ถ่ายวีดีโอ ให้ถ่ายรูปขึ้นไปถวาย ให้เขียนรายงานทูลเกล้าถวายตลอดเวลาผ่าน line ทรงหาอุปกรณ์ต่างๆ ตลอดจนทรงติดต่อนักดำน้ำและผู้เชี่ยวชาญจากทั่วโลกด้วยพระองค์เอง และทรงให้คำปรึกษา ความช่วยเหลืออย่างใกล้ชิดติดตามทุกระยะด้วยพระองค์เอง ทรงอดหลับอดนอนติดตามเหตุการณ์ทุกอย่างด้วยพระองค์เอง ตามแบบฉบับของพระองค์ คือ ไม่ทรงต้องการให้ใครทราบว่าทรงงานเรื่องใด ทรงโปรดที่จะเงียบ โปรดที่จะให้เป็นความลับ ไม่ประกาศ ปิดทองหลังพระเงียบที่สุด แม้ผู้ที่ทำงานถวายใกล้ชิด เช่น ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายในขณะนั้น นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ก็ทราบดีและเทอดทูนพระมหากรุณาธิคุณสูงสุดอย่างยิ่ง แต่ทุกคนที่ทำงานถวายใกล้ชิดก็ทราบว่าทรงโปรดการทรงงานแบบเงียบที่สุด ไม่ให้เป็นข่าว

พระเจ้าอยู่หัว ร.10 ทรงใช้อุปกรณ์สื่อสารต่างๆ อินเทอร์เน็ต และสมาร์ทโฟน อันทันสมัยในการสั่งงาน ในการติดตามงาน (ในขณะที่พวกเราคนไทยจำนวนมากกำลังส่งดอกไม้เจ็ดสี สวัสดีเจ็ดวัน และแชร์ข่าวลือและข้อความอันเป็นเท็จกันให้ว่อน โดยไม่ผ่านการตรวจ และใช้เพื่อความบันเทิงมากกว่าการทำงาน) ทรงติดตามงานอย่างใกล้ชิด ทรงจดจำได้ทุกรายละเอียดอย่างแม่นยำ และใส่พระทัยอย่างยิ่ง ทำให้คนทำงานถวายทำงานกันแทบไม่ทัน
เมื่อทรงตื่นจากพระบรรทมก็แทบจะทรงสั่งงานและตามงานในทันที และทรงงานผ่าน line application สั่งราชการคณะองคมนตรี และสำนักพระราชวังหรือส่วนราชการอื่น ๆ แทบจะทั้งวัน

ในรัชกาลนี้ ทรงแบ่งและมอบหมายงานให้องคมนตรีแต่ละท่าน ทำงานถวายเป็นด้าน ๆ ไป องคมนตรีแต่ละท่านมีงานที่ต้องรับผิดชอบทำถวายในภารกิจที่แตกต่างกันค่อนข้างชัดเจน บางท่านรับผิดชอบสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ บางท่านรับผิดชอบด้านสาธารณสุข บางท่านรับผิดชอบด้านเกษตร บางท่านรับผิดชอบเรื่องความมั่นคง และบางท่านรับผิดชอบด้านการศึกษา ทรงมอบหมายงานแบบทหาร คือแบ่งงานและให้รับผิดชอบในแต่ละงานอย่างชัดเจน นี่คือสิ่งที่ข้าพเจ้าได้ยินมา

พระเจ้าอยู่หัว ร.10 ไม่ทรงชอบตรัส ข้าพเจ้าจำได้ว่าเมื่อคราวสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฏราชกุมาร (พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว) ตามเสด็จสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ (พระบรมราชชนนีพันปีหลวง) ประพาสสหรัฐอเมริกา และเมื่อสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงให้พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระราชดำรัสกับคนไทยในสหรัฐอเมริกาที่มาเข้าเฝ้า ทรงส่ายพระพักตร์ ด้วยความประหม่า และเขินอาย และมีพระราชกระแสว่า ข้าพเจ้าไม่ใช่คนพูดเก่งนัก และตรัสเพียงสั้น ๆ แล้วทรงให้ขอเชิญเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงต่อไป

แสดงให้เห็นว่ามีพระอุปนิสัยไม่โปรดที่จะตรัสมากนักมาแต่ไหนแต่ไร

แม้จะไม่ทรงชอบตรัส ก็ไม่ได้หมายความว่าไม่ได้ทรงงานแต่อย่างใด ในทางตรงกันข้ามโปรดเขียนและพิมพ์สั่งงาน ติดตามงานด้วยพระองค์เอง ผ่านอุปกรณ์สื่อสารต่าง ๆ ข้าพเจ้าได้รับฟังมาว่าในบางคราวมีพระราชหัตถเลขาให้องคมนตรีเชิญไปให้ผู้ที่ต้องรับรับสั่งหรือทำงานถวายได้มีโอกาสได้อ่านพระราชดำริในการทรงงานอย่างชัดเจนด้วยตัวเอง

ในหลวง ร.10 ทรงงานในเวลาเดียวกับ ในหลวง ร.9 คือทรงงานเวลากลางคืนและบรรทมในเวลากลางวัน ไม่ว่าจะประทับที่ประเทศใดก็ตาม ธรรมเนียมการทรงงานในเวลาค่ำคืนของพระเจ้าแผ่นดินนี้สืบทอดกันมาในพระมหาบรมราชจักรีวงศ์ เท่าที่ข้าพเจ้าได้อ่านและได้ศึกษามาด้วยตนเอง เป็นเช่นนี้ย้อนหลังไปอย่างน้อยที่สุดตั้งแต่รัชกาลที่ 4

ข้าพเจ้าโชคดี ได้มีโอกาสรับฟัง น้อง ๆ พี่ ๆ ที่ทำงานให้องคมนตรีหลายท่าน ได้รับรับสั่งให้ทำงาน ติดตามงาน ได้เล่าให้ฟังว่า ทรงงานหนักมาก และทรงแม่นยำ ติดตาม ใส่พระทัยในงานต่าง ๆ อย่างยิ่ง ทำงานถวายกันไม่ได้หยุดเลย เพราะทรงงานหนักมาก

แบบฉบับการทรงงานเช่นนี้ ทำให้แม้แต่การเขียนเล่าเรื่องราวเหล่านี้ให้ประชาชนทราบก็เป็นสิ่งที่ข้าพเจ้าเองก็ไม่มั่นใจว่าจะเป็นการขัดพระราชอัธยาศัยหรือไม่ แต่เนื่องจากมีคนจำนวนมากกล่าวให้ร้ายพระองค์ท่านว่าไม่ทรงงาน ซึ่งอันนี้เป็นข้อความอันเป็นเท็จ เป็นการใส่ร้ายพระองค์ และไม่เป็นธรรมแก่พระองค์ด้วย

ข้าพระพุทธเจ้าจึงอยากจะเขียน เพื่อให้คนไทย ได้รับทราบความจริง ไม่หลงเชื่อข่าวลือใส่ร้าย และให้คนเหล่านั้นที่ใส่ร้ายพระองค์ได้ทราบความจริงและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณล้นเกล้าล้นกระหม่อม

ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน

ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ
ม.จ. จุลเจิม ยุคล
ขอบคุณเรารัก พ่อหลวง

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ในหลวง พระราชินี ทรงวางพวงมาลาถวายราชสักการะ พระบรมราชชนก เนื่องในวันมหิดล

ในหลวง พระราชินี ทรงวางพวงมาลาถวายราชสักการะพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก เนื่องใน “วันมหิดล”

ในหลวง พระราชินี พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ทูตต่างประเทศ เฝ้าฯ ถวายพระราชสาส์นตราตั้ง และอักษรสาส์นตราตั้ง

ในหลวง พระราชินี พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ เอกอัครราชทูตต่างประเทศประจำประเทศไทย เฝ้าฯ ถวายพระราชสาส์นตราตั้ง และอักษรสาส์นตราตั้ง

ในหลวง พระราชินี พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ทูตต่างประเทศ เฝ้าฯ ถวายอักษรสาส์นตราตั้ง

ในหลวง พระราชินี พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ เอกอัครราชทูตต่างประเทศประจำประเทศไทย เฝ้าฯ ถวายอักษรสาส์นตราตั้ง

ในหลวง พระราชินี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสตมวาร 100 วัน เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง ไปในการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสตมวาร (100 วัน) พระราชทานพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา พระบรมมหาราชวัง

ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรการสอนภาษา-หัตถกรรมไทย ม.ฮานอย ก่อนเสด็จฯ กลับไทย

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จออก ณ โรงแรมแฟร์มอนต์ กรุงฮานอย สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ คณะผู้ตามเสด็จถวายงานฝ่ายเวียดนาม และคณะผู้ตามเสด็จถวายงานฝ่ายไทย เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท รับพระราชทานของที่ระลึก ในโอกาสเสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามอย่างเป็นทางการ ตามคำทูลเชิญของนายโต เลิม (Mr. To Lam) เลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามและประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ระหว่างวันที่ 14 – 16 กันยายน 2569

ในหลวง พระราชินี ทรงวางพวงมาลาอนุสาวรีย์วีรชนผู้เสียสละบั๊กเซิน และสุสานโฮจิมินห์

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง จากโรงแรมแฟร์มอนต์ กรุงฮานอย (Fairmont Hanoi) โรงแรมที่ประทับ ไปทรงวางพวงมาลา ณ อนุสาวรีย์วีรชนและผู้เสียสละบั๊กเซิน (Bac Son Martyrs’ Monument