
มวลน้ำเหนือยังเพิ่ม เขื่อนเจ้าพระยาเร่งระบาย 2,300 ลบ.ม./วินาที ชาวบ้านท้ายเขื่อนชัยนาทยอมถอย เลิกทำคันกั้นน้ำหลังระดับน้ำขึ้นเร็ว ขณะที่สุพรรณบุรี-อุทัยธานีแจ้งเตือนพื้นที่เสี่ยง ด้าน กทม.ระดมกำลังช่วยชาวแฟลตคลองจั่น-เคหะร่มเกล้าหลายหมื่นชีวิต กรมอุตุฯ เตือน 4-6 ต.ค. ฝนกลับมาเพิ่ม ก่อนกระทบภาคกลาง กทม.และปริมณฑล
1 ตุลาคม 2569 สถานการณ์อุทกภัยในหลายพื้นที่ยังต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะลุ่มน้ำเจ้าพระยา หลังปริมาณน้ำจากตอนบนเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลให้เขื่อนเจ้าพระยาต้องเพิ่มการระบายน้ำ ขณะที่หลายพื้นที่ในกรุงเทพมหานครยังมีน้ำท่วมและประชาชนจำนวนมากต้องพึ่งพาการช่วยเหลือจากหน่วยงานต่างๆ ท่ามกลางการจับตาฝนระลอกใหม่ที่กรมอุตุนิยมวิทยาคาดว่าจะกลับมาเพิ่มขึ้นในช่วงวันที่ 4-6 ตุลาคม
สถานการณ์แม่น้ำเจ้าพระยาใน จ.ชัยนาท ปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยน้ำที่ไหลผ่านสถานี C2 จ.นครสวรรค์ อยู่ที่ 2,610 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพิ่มขึ้นจากวันก่อน 284 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ขณะที่เขื่อนเจ้าพระยาปรับเพิ่มการระบายน้ำจาก 2,200 เป็น 2,300 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และมีแผนเพิ่มการระบายไปถึง 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
ผลจากการเพิ่มการระบายน้ำทำให้ระดับน้ำท้ายเขื่อนสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยที่ ต.หาดอาษา อ.สรรพยา จ.ชัยนาท ชาวบ้านตัดสินใจหยุดทำคันกระสอบทรายตลอดแนวแม่น้ำเจ้าพระยาระยะทางประมาณ 7 กิโลเมตร หลังไม่สามารถรับมือกับระดับน้ำที่เพิ่มขึ้นได้ทัน และหันกลับไปเร่งขนย้ายทรัพย์สินขึ้นที่สูงแทน
นางชัณณ์ญาช์ สุภาวิตา นายกเทศมนตรีตำบลหาดอาษา ระบุว่า พื้นที่ทั้ง 7 หมู่บ้านไม่สามารถนำเครื่องจักรเข้าไปทำคันกั้นน้ำได้ ต้องใช้กำลังคนขนกระสอบทรายเข้าไปเรียง ขณะที่ระดับน้ำเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยบริเวณหมู่ 3 บ้านบางตาเณร ซึ่งเป็นจุดต่ำสุดของตำบล น้ำเริ่มไหลข้ามแนวกระสอบทรายแล้ว หากเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มการระบายน้ำเป็น 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที คาดว่าพื้นที่ทั้ง 7 หมู่บ้าน บ้านเรือนกว่า 1,700 หลังคาเรือนจะได้รับผลกระทบ
ชาวบ้านในพื้นที่จึงเร่งขนย้ายรถยนต์ รถการเกษตร สัตว์เลี้ยง และทรัพย์สินไปไว้ริมถนนคันคลองมหาราช บางส่วนกางเต็นท์และสร้างเพิงพักริมถนน ขณะที่บางครอบครัวเตรียมเดินทางไปพักอาศัยกับญาติในต่างจังหวัด
สุพรรณบุรี-อุทัยธานีเตือนพื้นที่เสี่ยง
นอกจากลุ่มน้ำเจ้าพระยาแล้ว กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ยังแจ้งเตือนสถานการณ์แม่น้ำท่าจีนใน จ.สุพรรณบุรี หลังระดับน้ำมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง จากการระบายน้ำบริเวณประตูระบายน้ำโพธิ์พระยาและประตูระบายน้ำจรเข้สามพันในอัตรา 200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำท่าจีนและคลองระบายใหญ่สองพี่น้องเพิ่มสูงขึ้น โดยแจ้งเตือนประชาชนใน อ.ศรีประจันต์ อ.เมืองสุพรรณบุรี อ.บางปลาม้า อ.สองพี่น้อง และ อ.อู่ทอง ให้ยกของขึ้นที่สูง เคลื่อนย้ายรถยนต์และทรัพย์สินมีค่าทันที เก็บเอกสารสำคัญ ระวังไฟฟ้าดูด และอพยพกลุ่มเปราะบาง โดยเฉพาะเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ป่วย
ปภ.ได้ร่วมกับผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ AIS, True และ NT ส่งข้อความแจ้งเตือนผ่านระบบ Cell Broadcast ไปยังประชาชนในพื้นที่เสี่ยงดังกล่าว
ส่วน จ.อุทัยธานี ปภ.แจ้งเตือนหลังปริมาณน้ำในแม่น้ำแควตากแดดและคลองโพเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยขอให้ประชาชนในพื้นที่น้ำท่วม โดยเฉพาะ ต.สว่างอารมณ์ อ.สว่างอารมณ์ อพยพไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราวที่โรงเรียนสว่างอารมณ์วิทยาทันที พร้อมเคลื่อนย้ายรถและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ โดยมีการส่งข้อความแจ้งเตือนผ่านระบบ Cell Broadcast เช่นเดียวกัน
ระดมกำลังช่วยแฟลตคลองจั่น
ขณะที่กรุงเทพมหานคร การช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่น้ำท่วมยังดำเนินต่อเนื่อง โดยบริเวณแฟลตคลองจั่น ซึ่งมีประชาชนกว่า 12,000 คนในพื้นที่ ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 1 โดยกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ ร่วมกับสำนักงานเขตบางกะปิ กองบัญชาการตำรวจนครบาล และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จัดระบบบริหารการช่วยเหลือ แบ่งพื้นที่ออกเป็น 5 โซน เพื่อให้แต่ละหน่วยรับผิดชอบพื้นที่อย่างชัดเจน
เจ้าหน้าที่จัดรถยกสูงและเรือให้บริการรับ-ส่งประชาชนเข้าออกพื้นที่ แจกจ่ายอาหารและน้ำดื่ม รวมถึงช่วยเหลือผู้ป่วยและผู้สูงอายุ พร้อมจัดกำลังพลประจำตามแฟลตต่างๆ เพื่อเป็นผู้ประสานงานรับแจ้งความต้องการและเหตุฉุกเฉิน รวมทั้งนำทีมแพทย์เข้าไปตรวจรักษาประชาชนถึงที่พัก เพื่อลดความซ้ำซ้อนและให้ความช่วยเหลือครอบคลุมพื้นที่มากที่สุด
แบ่ง 2 โซนดูแลเคหะร่มเกล้า 5.2 หมื่นชีวิต
ส่วนชุมชนเคหะร่มเกล้า ซึ่งมีประชาชนกว่า 52,000 คน ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพภาคที่ 1 โดยกองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ ร่วมกับกรมการทหารช่าง สำนักงานเขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร และมูลนิธิร่วมกตัญญู แบ่งพื้นที่ปฏิบัติการออกเป็น 2 โซนหลัก ได้แก่ โซนทิศเหนือ N แบ่งเป็นโซนย่อย N1-N9 และโซนทิศใต้ S แบ่งเป็นโซนย่อย S1-S10
แต่ละหน่วยจัดกำลังพร้อมรถบรรทุกขนาด 2 1/2 ตัน และเรือสำหรับรับ-ส่งประชาชน แจกจ่ายอาหารและน้ำดื่ม ช่วยเหลือผู้ป่วยและผู้สูงอายุ รวมถึงจัดกำลังพลรับผิดชอบแต่ละโซนเพื่อเป็นผู้ประสานงานรับแจ้งขอความช่วยเหลือกรณีเร่งด่วน และนำทีมแพทย์กับทีมแพทย์ทหารเดินเท้าเข้าไปตรวจรักษาประชาชนในที่พักอาศัย
ด้านการดูแลสุขภาพ กองทัพไทยส่งทีมแพทย์จากสำนักงานแพทย์ทหาร หน่วยแพทย์จากโรงเรียนช่างฝีมือทหาร และศูนย์รักษาความปลอดภัย ลงพื้นที่ชุมชนเคหะร่มเกล้า บริเวณซอยเคหะร่มเกล้า 33 และโรงเรียนรัตนโกสินทร์สมโภชลาดกระบัง แจกจ่ายยาและเวชภัณฑ์ พร้อมให้คำแนะนำเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพ การป้องกันโรคที่อาจเกิดขึ้นในช่วงน้ำท่วม และการปฏิบัติตัวอย่างปลอดภัยเมื่อต้องสัมผัสหรือลุยน้ำ
โรงครัวยังเดินหน้าส่งอาหาร
ขณะเดียวกัน การช่วยเหลือด้านอาหารยังดำเนินต่อเนื่องในหลายจุด โดยโรงครัวของหน่วยงาน ภาคเอกชน พรรคการเมือง และอาสาสมัครยังประกอบอาหารส่งให้ประชาชนในพื้นที่น้ำท่วม รวมถึงโรงครัวตอบโต้ภัยพิบัติของกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติและมูลนิธิเพชรเกษม ที่สำนักงานเขตคันนายาว ซึ่งมีเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครร่วมจัดเตรียมอาหารส่งต่อไปยังพื้นที่ประสบภัย
ส่วนโรงครัวพรรคภูมิใจไทยยังเปิดประกอบอาหารแจกจ่ายผู้ประสบภัยในกรุงเทพฯ โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ระบุว่า โรงครัวจะเปิดต่อไปจนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะเรียบร้อย โดยวันที่ 1 ตุลาคม สามารถผลิตอาหารได้ประมาณ 12,000 กล่อง
กรมอุตุฯ เตือนฝนกลับมา 4-6 ต.ค.
สำหรับแนวโน้มสภาพอากาศ กรมอุตุนิยมวิทยาคาดหมายช่วงวันที่ 30 กันยายน-6 ตุลาคม 2569 ว่า ในช่วงวันที่ 30 กันยายน-3 ตุลาคม ภาคใต้มีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนประเทศไทยตอนบนมีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่ เนื่องจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังอ่อนพัดปกคลุมภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้ ขณะที่มีลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก
อย่างไรก็ตาม ในช่วงวันที่ 4-6 ตุลาคม ประเทศไทยตอนบนจะมีฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และฝนตกหนักบางพื้นที่ โดยเริ่มจากภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ก่อนส่งผลกระทบต่อภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และภาคตะวันออกในระยะต่อมา ส่วนภาคใต้ยังคงมีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักบางแห่ง
กรมอุตุนิยมวิทยาระบุว่า สภาพอากาศดังกล่าวเกิดจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังอ่อนพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย
เฉพาะกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ในช่วงวันที่ 30 กันยายน-4 ตุลาคม มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30-40 ของพื้นที่ ก่อนเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ในช่วงวันที่ 5-6 ตุลาคม พร้อมมีฝนตกหนักและลมกระโชกแรงบางพื้นที่
กรมอุตุนิยมวิทยาจึงเตือนประชาชนในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และภาคตะวันออก ให้ระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงในช่วงวันที่ 4-6 ตุลาคม
สถานการณ์น้ำในช่วงต่อจากนี้จึงยังต้องติดตามทั้งมวลน้ำจากตอนบนที่ไหลลงสู่ลุ่มเจ้าพระยา การเพิ่มการระบายน้ำของเขื่อนเจ้าพระยาซึ่งส่งผลต่อพื้นที่ท้ายเขื่อน รวมถึงฝนระลอกใหม่ช่วงวันที่ 4-6 ตุลาคม ซึ่งอาจเพิ่มปริมาณน้ำในพื้นที่ที่ยังอยู่ระหว่างการระบายน้ำและฟื้นฟูจากอุทกภัย.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
คนกรุงแห่ยื่นเยียวยา
"ศุภจี" เร่งหนุนส่งถุงยังชีพถึงพื้นที่น้ำท่วม คุมเข้มราคาสินค้า เบรกส่งออก 30-50% ป้องกันของขาดตลาด
'วราวุธ' เด้งรับนโนบาย 'นายกฯ' เร่งช่วยเหลือฟื้นฟู ผู้ประกอบการอุตฯน้ำท่วม
เดินหน้าเร่งช่วยเหลือและฟื้นฟู! 'วราวุธ' ร่วมประชุม บกปภ.ช. รับมอบ 4 ข้อสั่งการเร่งด่วนจากนายกฯอนุทิน
กทม. ย้ำวิธีลงทะเบียนขอรับเงินช่วยเหลือ ผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่กรุงเทพมหานคร
กทม.แจ้งวิธีลงทะเบียนขอรับเงินช่วยเหลือสำหรับผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่กรุงเทพมหานคร
'อนุทิน' แสยงจับตะหลิวผัดอาหาร บอกเดี๋ยวโดนว่าอีก
นายกฯ จับตะหลิวแต่ไม่ได้ผัดอาหาร บอก เดี๋ยวโดนว่าอีก ยกมือไหว้ อวยพรแม่ครัวขอให้เจริญๆ ชี้ จ.ปราจีนเป็นอุทกภัยหนักสุดในช่วงนี้ เหตุ ย้ายผู้ป่วยทั้งหมดรพ.ประจำจังหวัด ชม “อบจ.-จังหวัด” ระดมทรัพยากรตั้งศูนย์พักพิง-โรงครัวขนาดใหญ่ ขอ ขยายกรอบงบทดรองราชการฉุกเฉิน รับมือผู้ประสบภัยเต็มที่
น้ำเน่าส่งกลิ่น 'มท.4' สั่ง 'อจน.' ฉีดพ่นจุลินทรีย์บำบัด
มท.4 “วรศิษฎ์” ลุยน้ำท่วมเคหะร่มเกล้า สั่งการ องค์การจัดการน้ำเสีย (อจน.) “ฉีดพ่นจุลินทรีย์บำบัดน้ำเน่าเสีย-ดับกลิ่นรบกวน ควบคู่เร่งสูบระบายน้ำ” พร้อมแจ้งประชาชนหากพบน้ำเริ่มส่งกลิ่น สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ให้เข้าฉีดพ่นได้ทันที
'ดร.เอ้' โอดลาดกระบังฝนตกซ้ำ น้ำเน่าเหม็นมาก ขอเครื่องสูบน้ำช่วยต่อชีวิตผู้ประสบภัย
ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อดีตอธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง และหัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่ ซึ่งเป็นผู้ประสบภัยน้ำท่วม

