'อนุทิน' ซัดคนไม่ชอบรัฐบาลคิดสั้น! อย่าเอาความเจริญประเทศแลกกับรัฐบาลแค่ 35 คน

นายกฯ ย้ำคนไทยใช้ชีวิตตามปกติ ไม่ต้องตื่นตระหนกกักตุนเสบียง 72 ชั่วโมง มั่นใจไทยมีความมั่นคงทางอาหาร พร้อมเดินหน้าดึงลงทุนต่างชาติ เผย Google สนใจลงทุนเพิ่ม ก่อนสวนคนไม่ชอบรัฐบาล อย่าเอาความมั่งคั่งและความก้าวหน้าของประเทศมาแลกกับรัฐบาล 35 คน ลั่นทำดีหรือไม่ดีให้ประชาชนตัดสินในการเลือกตั้งครั้งหน้า

7 พฤศจิกายน 2569 - เมื่อเวลา 09.05 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวในรายการ "คุยกับนายกฯ อนุทิน" ถึงกระแสข่าวการเตรียมรับมือภัยความมั่นคงทางไซเบอร์ และการสำรองอาหารไว้ 72 ชั่วโมงว่า ประชาชนสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ ไม่จำเป็นต้องตื่นตระหนกหรือกักตุนอาหาร เพราะโดยทั่วไปแต่ละครัวเรือนมีอาหารสำรองอยู่แล้ว ทั้งอาหารแช่แข็ง อาหารสำเร็จรูป และเครื่องอุปโภคบริโภคต่างๆ

นายอนุทินกล่าวว่า ประเทศไทยมีความมั่นคงทางอาหารสูง โอกาสเกิดภาวะขาดแคลนอาหารในสถานการณ์ฉุกเฉินยังห่างไกล สิ่งที่รัฐบาลให้ความสำคัญมากกว่าคือการเข้าช่วยเหลือประชาชนที่ติดอยู่ในบ้าน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง ผู้ป่วย และผู้ที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ซึ่งต้องมีหน่วยเคลื่อนที่เร็วเข้าถึงพื้นที่และนำตัวออกมาอยู่ในที่ปลอดภัย

"ใช้ชีวิตตามปกติ ไม่ต้องมีความกังวลว่ารัฐบาลจะปล่อย ผมกล้าพูดว่า ไม่มีทางปล่อยให้ครอบครัวใดครอบครัวหนึ่งต้องประสบสภาวะขาดอาหารจนถึงจุดที่เขาไม่สามารถดำรงชีพได้ ยังไงความช่วยเหลือต้องไปถึงอย่างทันท่วงที" นายอนุทินกล่าว

เมื่อถามถึงกรณีการโจมตีระบบไซเบอร์ในยุโรปที่ส่งผลกระทบต่อระบบจัดเก็บอาหาร นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ประเทศไทยมีข้อได้เปรียบจากการเป็นประเทศผู้ผลิตอาหารครบวงจร มีทั้งตลาดสดและแหล่งอาหารกระจายอยู่ทั่วประเทศ จึงมีความยืดหยุ่นในการรับมือมากกว่า ขณะที่ภัยไซเบอร์ในประเทศไทยส่วนใหญ่ยังเกี่ยวข้องกับการหลอกลวงทางการเงินของสแกมเมอร์และการโจรกรรมข้อมูล

นายอนุทินกล่าวว่า ความมั่นคงทางอาหารถือเป็นจุดแข็งสำคัญของประเทศ และยังสามารถพัฒนาต่อยอดไปสู่การสร้างความมั่นคงทางอาหารให้ประเทศคู่ค้าได้ โดยเปรียบอาหารเป็นพลังงานสำคัญต่อการดำรงชีวิต ซึ่งประเทศไทยมีศักยภาพผลิตได้เอง ต่างจากพลังงานน้ำมันที่ยังต้องพึ่งพาการนำเข้า

ส่วนสถานการณ์พลังงาน นายกรัฐมนตรีระบุว่า แม้ความขัดแย้งในตะวันออกกลางส่งผลให้ราคาน้ำมันผันผวน แต่ประเทศไทยไม่ได้ประสบปัญหาขาดแคลนปริมาณน้ำมัน เนื่องจากสามารถนำเข้าจากหลายแหล่งทั่วโลก โดยรัฐบาลพยายามใช้มาตรการภาษีและขอความร่วมมือโรงกลั่นเพื่อลดต้นทุน พร้อมส่งเสริมการใช้น้ำมันชีวภาพ เช่น B20 ซึ่งมีส่วนผสมจากน้ำมันปาล์ม 20% เพื่อลดการนำเข้าและเพิ่มความต้องการผลผลิตทางการเกษตร

นายอนุทินกล่าวถึงการยกระดับรายได้เกษตรกรว่า ต้องยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โดยให้ความสำคัญกับการมีรายได้อย่างต่อเนื่องมากกว่าการมุ่งหวังกำไรสูงเพียงอย่างเดียว พร้อมระบุว่าราคาพืชผลทางการเกษตรหลายชนิดปรับตัวสูงขึ้น การส่งออกและการลงทุนจากต่างประเทศเพิ่มขึ้น รวมถึงดัชนีตลาดหลักทรัพย์ที่ปรับตัวดีขึ้น ซึ่งสะท้อนความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจไทย

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ข้อกล่าวหาที่ว่ารัฐบาลเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มทุนบางประเภทเป็นเพียงวาทกรรม โดยยืนยันว่ารัฐบาลเปิดโอกาสให้นักลงทุนทุกรายเข้ามาดำเนินธุรกิจในประเทศไทย และพร้อมพบปะนักลงทุนเพื่อสร้างความมั่นใจ

"ที่บอกว่ารัฐบาลนี้ช่วยเหลือกลุ่มธุรกิจบางประเภทเอื้อนายทุนมันก็เป็นวาทกรรม เป็นสิ่งที่พูดไปก็ไม่เกิดอะไรขึ้นมา เพราะความเป็นจริงรัฐบาลนี้เปิดโอกาส ไม่ใช่เฉพาะกับคนไทยแต่เปิดโอกาสให้ประเทศไทย เมื่อวันนี้ประเทศไทยมีความพร้อมทุกอย่าง นักลงทุนทั้งหลายเข้ามาเยือนผมเป็นนายกฯ ยินดีพบทุกคน ทุกราย เพื่อสร้างความมั่นใจให้เขามากขึ้นไปอีก" นายอนุทินกล่าว

นายอนุทินกล่าวถึงนโยบายส่งเสริมการลงทุนว่า รัฐบาลกำลังยกระดับมาตรฐานประเทศเพื่อเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) และผลักดันมาตรการ Thailand Fast Track โดยให้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เป็นจุดประสานงานหลัก เพื่อลดขั้นตอนการติดต่อหลายหน่วยงานและสร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุน

นายกรัฐมนตรียังเปิดเผยถึงการหารือกับผู้บริหาร Google ว่า บริษัทมีความพร้อมลงทุนในประเทศไทยเพิ่มเติม โดยมองว่าจุดแข็งของไทยไม่ได้อยู่ที่ค่าแรงราคาถูกอีกต่อไป แต่อยู่ที่คุณภาพแรงงาน ทำเลที่ตั้ง โครงสร้างพื้นฐาน และระบบโลจิสติกส์ ซึ่งสามารถต่อยอดไปสู่เศรษฐกิจปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ได้

"ไม่ให้ AI คุมเรา เราต้องคุม AI นี่เป็นนโยบาย ไม่ให้ AI มาทำให้ประชาชนชาวไทยตกงาน เพราะฉะนั้นเราต้องคุม AI ให้ได้ นักลงทุนที่เข้ามาต้องสร้างการจ้างงานและถ่ายทอดโอกาสให้แรงงานไทย ไม่ใช่เพียงนำเงินทุนเข้ามาอย่างเดียว" นายอนุทินกล่าว

นายอนุทินกล่าวอีกว่า นักลงทุนต่างชาติมองเห็นความพร้อมของประเทศไทยและมีความเชื่อมั่นต่อศักยภาพของประเทศ แต่กลับมีคนในประเทศบางส่วนที่ไม่ชอบรัฐบาลและไม่ต้องการให้รัฐบาลอยู่ต่อ โดยตั้งคำถามว่าเหตุใดจึงนำความก้าวหน้าของประเทศมาแลกกับความไม่พอใจรัฐบาลที่มีบุคคลเพียง 35 คน

"นักลงทุนต่างชาติมองเรามีความพร้อม เชื่อว่าเราพร้อมมานานแล้ว แต่คนในประเทศที่ไม่ชอบรัฐบาลต่างหาก ไม่อยากให้รัฐบาลอยู่ได้ แต่ไม่รู้ว่าเขาจะเอารัฐบาลที่ประกอบด้วย 35 คนมาแลกกับความมั่งคั่ง มาแลกกับการเจริญก้าวหน้าของประเทศไทย ผมคิดว่าเขาคิดสั้นมาก" นายอนุทินกล่าว

นายกรัฐมนตรียืนยันว่า รัฐบาลชุดปัจจุบันมีความชอบธรรมในการบริหารประเทศตามกติกาประชาธิปไตย และหากรัฐบาลทำงานดีหรือไม่ดี ประชาชนย่อมมีสิทธิตัดสินด้วยตนเองในการเลือกตั้งครั้งต่อไป.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

‘นายกฯ’ไฟเขียว ม็อบกํานันมะโน ชุมนุมตามสิทธิ

นายกฯ ย้ำม็อบกำนันชุมนุมได้ตามสิทธิ ไม่สืบสาวท่อน้ำเลี้ยงหากไม่ทำผิด กม. ขอไม่ก้าวล่วงอำนาจศาล “ปลัด สปน.” ส่งเจ้าหน้าที่สแตนด์บายรับเรื่องร้องเรียน เชื่อยังคุยกันได้ เผยมีเรื่องเข้าอนุฯ กลั่นกรองนิรโทษกรรมแล้วเกือบ 30 คำร้อง

ริบอํานาจกมธ.ลาม ‘ศุภชัย-โรม’ฟาดเดือด/‘อนุทิน’ยินดีร่วมมือแต่ต้องยึดกม.

“อนุทิน” เคลียร์ปมร้อน "น้ำเงินกินรวบ-ศึกซักฟอก" ในรายการ “คุยกับนายกฯ อนุทิน” เสาร์นี้ “มท.1” แจงข้อครหา กมธ.เพิกเฉยไม่สั่ง "อธิบดีปกครอง"

จับตา 'คุยกับนายกฯอนุทิน' เคลียร์ปมร้อน รับมือภัยพิบัติ-แก้วิกฤตพลังงาน-กระแสน้ำเงินกินรวบ

จับตา “คุยกับนายกฯอนุทิน” เสาร์นี้ นายกฯ เคลียร์ชัดกระแสสำรองเสบียง 72 ชั่วโมง เปิดมุมไทยกับความมั่นคงอาหาร-พลังงาน เผยสัญญาณลงทุนต่างชาติ พร้อมตอบปมร้อน “น้ำเงินกินรวบ”- ศึกซักฟอก

นายกฯ ซัด กมธ.กฎหมาย ถนัดให้ข่าวเท็จ ยันสั่ง 'อธิบดีปกครอง' แจงโกงสอบท้องถิ่น

“อนุทิน” ยันสั่ง “อธิบดีปกครอง” แจงแล้ว หลังกมธ.กฎหมายฯ ออกมติ 7-0 ให้นายกฯแจงที่ประชุมสภาฯ อ้างเหตุเพิกเฉย เหน็บ “ไม่รู้ตั้งใจให้ข่าวเท็จหรือไม่ เขาถนัดอยู่แล้ว” ระบุ พร้อมให้ความร่วมมือ แต่ต้องอยู่ภายใต้ระเบียบกฎหมาย เหน็บ เป็นงานถนัด

'อนุทิน' เลือกประนีประนอม เปิดทางม็อบกำนันชุมนุมตามกฎหมาย ไม่สืบท่อน้ำเลี้ยง

นายกฯ ย้ำม็อบกำนันชุมนุมได้ตามสิทธิ ไม่สืบสาวท่อน้ำเลี้ยงหากไม่ทำผิดกม. ขอไม่ก้าวล่วงอำนาจศาล ปมคนมีชื่อขอนิรโทษร่วมชุมนุมถูกตัดสิทธิ์หรือไม่