31 มี.ค.2565 - นายวันชัย สอนศิริ สมาชิกวุฒิสภา(ส.ว.) โพสต์ข้อความในเฟซบ๊ก โดยมีรายละเอียดดังนี้
เกมแห่งอำนาจของครอบครัว
นับแต่นี้ระหว่างที่มีการเลือกตั้งผู้ว่ากทม.และสภาก็ใกล้จะเปิด การเมืองทั้งสนามเล็กและสนามใหญ่ก็จะเร่าร้อนขึ้นโดยลำดับ แต่ละคนแต่ละพรรคก็จะแสดงบทบาทกันอย่างเต็มที่ นักการเมืองบางคนที่ทั้งปีทั้งชาติไม่ได้มีบทบาทอะไรเลยก็จะรวมหัวกันขึ้นมาแสดงแต่ละช่วงแต่ละจังหวะ แม้แต่มวยเก่าม้าแก่ที่หมดเสียงหมดแรงก็ยังออกมาแสดงกับเขาด้วย
ทั้งๆบทที่แสดงออกมานั้นเขาเรียกว่านักเลงโบราณ ควรจะเลิกไปได้แล้วในยุคสมัยดิจิตอล แต่ก็ไม่รู้ตัว ยังหลงเงาตัวเอง ลองเทียบชั้นกันดูระหว่างอุ๊งอิ๊งกับนักเลงโบราณ มันห่างกันกี่ยุคสมัย หรือจะเกาะชายกระโปรงเด็กเพื่อจะขอเกิดอีกสักครั้ง
สิ่งหนึ่งที่เห็นในช่วงนี้ นักการเมืองมักจะท่องคาถาว่าตนมาจากการเลือกตั้งมาจากประชาชน แล้วก็กล่าวหาอีกฝ่ายว่าเป็นเผด็จการมาจากรัฐประหาร อีกฝ่ายที่เป็นเผด็จการ ก็ท่องคาถาว่ามาเพื่อความสงบเพื่อแก้ปัญหาให้กับประชาชนแล้วก็โจมตีอีกฝ่ายว่าเอาการเมืองมาทำมาหากิน ข้อกล่าวหาและข้อโจมตีนี้จะมีขึ้นและดังขึ้นโดยลำดับ จนกระทั่งถึงวันเลือกตั้งในเดือนมีนาคมโน่น วงจรอุบาทว์ของการกล่าวหาและโต้แย้งจะเป็นเช่นนี้ตลอดไประหว่างนักเลือกตั้งกับนักเผด็จการ
ซึ่งต้องยอมรับว่าทั้งนักเลือกตั้งและนักเผด็จการที่ผ่านมา มีทั้งจุดอ่อนและจุดแข็งระหว่างกัน ถ้าสองส่วนนี้หาความพอดีกันให้ได้ เชื่อว่าจะเป็นประชาธิปไตยที่เข้มแข็งได้และเผด็จการก็จะหมดไป แต่การเมืองที่ผ่านมาไม่ว่าจะเป็นประชาธิปไตยหรือเผด็จการ พอมีอำนาจแล้วหลงระเริงจนทำให้การเมืองผิดเพี้ยนไป และแต่ละฝ่ายก็ไม่เคยตักน้ำใส่กะโหลกชะโงกดูเงาหัวตัวเองกันบ้าง ต่างแต่กล่าวหากันไปมา
ความจริงคุณทักษิณและครอบครัว ถ้าหวังจะช่วยประเทศไทย จะช่วยเหลือประชาชนคนไทย ไม่จำเป็นต้องมีอำนาจ ไม่ต้องให้ครอบครัวมาเป็นนายกรัฐมนตรีก็ได้ ถ้าใจบริสุทธิ์ มีเงินทรัพย์สินเหลือเฟือดังที่พูด ก็สร้างความยิ่งใหญ่ได้โดยบริจาคเงินทองทรัพย์สินสร้างสาธารณประโยชน์ให้กับประเทศไทยให้กับคนไทยได้ทุกจังหวัดที่ยังลำบากยากจนกันอยู่เยอะแยะ ลองสร้างโรงพยาบาลใหญ่ๆให้ทุกจังหวัดหรือจะทุกอำเภอก็ได้ แค่นี้คนก็นับถือกันทั้งประเทศแล้ว เป็นเทพของคนไทยแล้ว พิมรี่พายทำแค่นิดเดียวยังระเบิดระเบ้อ แล้วนี่ทำมาก ทำใหญ่ ทำทั่ว คนจะไม่คารวะได้อย่างไร ไม่ต้องเล่นการเมืองก็ได้ ก็ใหญ่ในหัวใจของคนไทยแล้ว
แต่ที่ไม่ทำเพราะอยากใหญ่อยากโต อยากได้อำนาจมากกว่าอยากให้ ความยิ่งใหญ่ของมนุษย์บนโลกใบนี้ไม่จำเป็นต้องเป็นนายกรัฐมนตรี ไม่จำเป็นต้องเป็นหัวหน้าครอบครัวใครใดๆทั้งสิ้น มีคนบนโลกใบนี้ที่มีคนนับถือเป็นพันๆปีโดยที่เขาไม่ได้เล่นการเมือง ไอ้ที่พูดๆกันสารพัดนั่นก็เพราะอยากได้อำนาจ ทุกอย่างในชีวิต ทรัพย์สินเงินทองมีท่วมหัวแล้วแต่ที่ยังไม่มีทุกวันนี้ก็คืออำนาจ เกมกีฬาที่สนุกและลุ้นมันส์มากของมหาเศรษฐีพวกนี้ ก็คือเกมแห่งอำนาจ เมื่อชนะแล้วใช้อำนาจเป็น ก็เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชน ถ้าใช้ไม่เป็น หาประโยชน์เข้าตัวก็หายนะ... แผ่นดินก็ไม่มีอยู่...
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
อ่าน 'ทักษิณ' ผ่านคำ 'ลืม' สะท้อนสำนึกการ 'จำ' บ่งบอก'ยุ่ง-ไม่ยุ่งการเมือง'
'จตุพร' ชี้สองทางเลือก 'ทักษิณ' วางมือ-ไม่วางมือการมือง ยกโพลทุกสำนักกว่า 80% เชื่อไม่วางมือ ส่อเปิดหน้าออกความเห็นวิจารณ์การเมือง ระบุคำพูดการเมือง บอก 'ลืม' คือการสะท้อนถึงความจำ
ลุ้นพิเชษฐชิงผู้ว่าฯ แม้วควงอ้อเช็กฟิต
“ทักษิณ” ควงคุณหญิงอ้อพร้อม 2 ลูกสาวเช็กสุขภาพ รพ.พระราม 9
เพื่อไทยจัดทัพใหม่ทันควัน! สั่งแต่งตั้งคณะผู้บริหารพรรคชุดใหม่ 11 คน
พรรคเพื่อไทย ออกคำสั่งแต่งตั้งคณะผู้บริหารพรรค ชุดใหม่ 11 คน "จุลพันธ์" นั่งประธาน ขณะที่ "ภูมิธรรม-พรหมินทร์-สมศักดิ์" เป็นกรรมการ มอบอำนาจขับเคลื่อนงานบริหาร กำหนดยุทธศาสตร์ และกลั่นกรองเรื่องสำคัญของพรรค ดำรงตำแหน่ง 2 ปี
แม้วไปจำศีลมาจันทร์ส่องหล้าคึก
"ทักษิณ" ดี๊ด๊าหลุดพ้นลูกกรง บอกเข้าไปจำศีลมา 8 เดือน จำอะไรไม่ได้แล้ว
อิสรภาพของ 'ทักษิณ ชินวัตร' วันที่อำนาจไม่คอยท่า ยุคสมัยไม่รอใคร!
11 พฤษภาคม 2569 คือวันที่ “ทักษิณ ชินวัตร” ได้รับการพักการลงโทษและก้าวออกจากเรือนจำ ภายใต้เงื่อนไขควบคุมเข้ม ทั้งการติดกำไล EM การรายงานตัวทุกเดือน และข้อจำกัดในการเดินทางออกนอกจังหวัด
เปิดเงื่อนไข 11 ข้อ ระหว่างพักโทษ 'ทักษิณ' ฝ่าฝืนกลับคุกทันที
กรมคุมประพฤติแจง 'ทักษิณ' ติดกำไล EM ทันทีหลังพักโทษ ห้ามออกนอกจังหวัด-รายงานตัวทุกเดือน ฝ่าฝืนเสี่ยงถูกเพิกถอนพักโทษ กลับเข้าเรือนจำ ก่อนพ้นโทษเต็ม 9 ก.ย. 69

