
‘ชัชชาติ’ ขู่ เล่นงานข้าราชการไม่ดี โว ได้คะแนนเสียงมากกว่านายกฯ ปัดท้าทาย แต่เอาประโยชน์ประชาชนเป็นที่ตั้ง ย้ำ พร้อมทำงานกับสก.ทุกคน พร้อมนำนโยบายที่ดี อดีตผู้ว่าฯ มาทำงาน ขอ ทุกฝ่ายร่วมกันทำงานเพื่อกทม. เผย เตรียมทีมผู้บริหารกทม.พร้อมแล้ว
22 พ.ค.2565- เวลา20.30น. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ว่าที่ผู้ว่าราชการ กทม. กล่าวว่า นายสุชชัชวีร์ นายวิโรจน์ ผู้สมัครผู้ว่ากทม.ได้โทรมาแสดงความยินดี และได้บอกไปว่า พร้อมร่วมงานกับสก.ทุกคน ขอยืนยันต่อชาวกทม.จะไม่ทำให้ผิดหวัง แม้กกต.ยังไม่ประกาศผล เมื่อ8ปี เกิดรัฐประหาร ก็ถูกคลุมหัว มัดมือ พาตัวไปที่ไหนก็ไม่รู้ ไม่ได้รู้สึกโกรธหรือแค้น ให้อภัย เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เป็นเหตุการณ์เตือนใจเรา เมื่อประชาชนทะเลา เกลียด โกรธ ก็มีกลุ่มคนมาได้ประโยชน์ เราเห็นต่างกันได้ อย่าสร้างความเกลียดชังซึ่งกันและกัน เป็นบทเรียน ถ้าเป็น ผู้ว่ากทม. จะเป็นผู้ว่าทุกคนไม่ว่าจะเลือกหรือไม่เลือก เพราะได้เป็นตัวแทนกทม. เราต้องดูแลทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน
“กทม.เป็นมหานครเต็มไปด้วยความหวัง มีความสวยงาม มีสิ่งที่ดี ก็อาสาเป็นผู้นำความหวัง ขอให้พวกเราเดินไป เราเห็นต่างได้ แต่อย่าเกลียด โกรธกัน เชื่อว่าจะทำให้กทม. เป็นมหานครสวยงาม มีความสุข ทุกคนเดินไปพร้อมกัน และน่าอยู่ ก็ตื้นตันใจ พูดไม่ออก ขอบคุณผู้สมัครหลายๆคนที่เดินทางร่วมกันมาเกือบ 2เดือน ได้สิ่งดีหลายอย่าง จะเอานโยบายทุกท่านมารวมกัน พร้อมทำงานกับสก.ทุกคน เราบอบช้ำมาเยอะ เราต้องเดินไป ตอนนี้รอกกต.ประกาศอย่างเป็นทางการ และขอบคุณทีมงานเพื่อนชัชชาติ พลังอิสระ อาสาสมัครทุกคนที่ร่วมเดินมาตั้งแต่2ปีที่แล้ว แม้ตนจะลงในนามอิสระ ไม่เป็นพรรคการเมือง ก็ทำการเมืองได้ และขอให้เดินไปด้วยกัน ทุกฝ่ายจะมาร่วมเปลี่ยนกรุงเทพไปด้วยกัน ในอีก4ปี ทุกคนต้องมาร่วมกัน กทม.ไม่ได้สร้างมาเพื่อกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ขอให้ทุกคนมาร่วมกันทำงาน ทำกรุงเทพให้น่าอยู่สำหรับทุกคน”
นายชัชชาติกล่าวว่า สำหรับทีมผู้บริหารกทม. ตอนนี้ฝ่ายการเมืองมีพร้อมแล้ว ขอให้กกต.ประกาศยืนยันรับรองผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการมาก่อน จากนั้นจะแถลงเป็นทางการอีกครั้ง ส่วนสิ่งแรกที่จะทำหลังจากนี้คือ ฝากข้าราชการกทม.ช่วยอ่านนโยบายของตนในเว็บไซต์อย่างละเอียด เพราะสิ่งที่นำเสนอไปเป็นสิ่งประชาชนต้องการ ซึ่งได้สัญญากับประชาชนไว้ ยืนยันว่า พร้อมทำงานร่วมกับสก.ทุกคน ขอบคุณพล.ต.อ.อัศวิน ที่ดูแลกทม.มา5ปี พร้อมจะสานต่อ โครงการไหนดี เราก็จะดูแลต่อ เพราะทุกคนมีจุดดี จะเอาจุดดีมาต่อยอด การแต่งตั้งโยกย้าย ต้องไม่มีการซื้อขายตำแหน่ง สัญญาว่าจะเป็นผู้นำที่ดี เป็นตัวอย่างที่ดีให้ลูกน้อง ข้าราชการกทม. คนเป็นหัวหน้าไม่ใช่จะไปสั่งอย่างเดียว ข้าราชการที่ดีไม่ต้องกลัว ข้าราชการไม่ดีเตรียมตัวไว้
เมื่อถามว่าจะมีการประสานงานกับนายกฯ อย่างไร เนื่องจากผู้ว่ากทม. อยู่ภายใต้กำกับกระทรวงมหาดไทย นายชัชชาติ กล่าวว่า เดี๋ยวต้องรอดูพรุ่งนี้นะ ผมได้กี่คะแนนเสียง
ถามย้ำว่า จะนำคะแนนเสียงที่ประชาชนมอบให้ไปสู้กับรัฐบาลใช่หรือไม่ นายชัชชาติ ตอบทันทีว่า ใช่ เพราะผู้ว่ากทม. ได้คะแนนเสียงมากกว่านายกฯอีกนะ แต่เราไม่ได้ท้าทาย เราเอาประโยชน์ประชาชนเป็นที่ตั้ง ไม่ได้คุยเรื่องอารมณ์หรือทะเลาะกัน ไม่มี ประชาชนเลือกเรามา เราก็เอาเหตุผล ซึ่งการคุยก็มีระบบในการคุยอยู่ ไม่ใช่เดินเข้าไปคุยกับท่าน มีเอกสาร ระเบียบขั้นตอนอยู่ เมื่อประชาชนเลือกมา ก็เอาประชาชนเป็นที่ตั้ง เรื่องประสานงานไม่ต้องกลัว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ม็อบบุกทำเนียบฯ บี้ 'หนู' เลิกภาษีน้ำมัน-ลดค่าไฟ-แก้ของแพง
'14 กลุ่มภาคประชาสังคม' จี้ 3 ข้อ 'รัฐบาลอนุทิน' แก้ปัญหาพลังงาน-ยกเลิกภาษีสรรพสามิตน้ำมัน ปูดศูนย์กลางปั่นราคาอาจอยู่ทำเนียบฯ จี้รื้อสัญญานายทุนผูกขาด ทำค่าไฟแพง ซัดผู้นำบริหารล้มเหลว
สลค. คึกคัก! 'ครม.อนุทิน 2' แห่ยื่นเอกสารเช็กคุณสมบัติ
ว่าที่รัฐมนตรี 'ครม.อนุทิน 2' ทยอยส่งทีมงาน ยื่นเอกสารตรวจสอบคุณสมบัติ ตัวแทน 'ประเสริฐ-รุทธพล-ยศชนัน-จุลพันธ์-สุริยะ' ถึง สลค.
นั่งไม่ติด! นายกฯ ยกเลิกภารกิจนอกทำเนียบฯตลอดวัน เรียก 'รมต.' ถกด่วนสถานการณ์น้ำมัน
นายกฯเรียกหารือสถานการณ์น้ำมัน พร้อมรับฟังรายงานผลการตรวจสอบคลังน้ำมัน
พยากรณ์อากาศ 24 ชม.ข้างหน้า ทั่วไทยอากาศร้อน 'กทม.' อุณหภูมิสูงสุด 36 องศาฯ
กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน
'โสภณ สุภาพงษ์' แนะฝ่าวิกฤตน้ำมัน ต้องมี 'นายกฯ' ที่สุจริต ไม่มี รมต.ใกล้ชิด 'คดโกง-กักตุน'
โสภณ เล่าเคยถูกตามตัวมาดูแลแก้ไขวิกฤตการณ์น้ำมันในไทยให้นายกรัฐมนตรีพลเอก เปรม ติณสูลานนท์ เนื่องจากวิกฤตการณ์น้ำมันโลกที่ขาดแคลน ราคาสูงขึ้น 400-500%ในปีคศ.1973และ1980 วิกฤตครั้งนั้นรุนแรงกว่าปัจจุบัน
นายกฯ ออกคำสั่งฉบับที่ 4/2569 ปรับมาตรการรับมือน้ำมันเชื้อเพลิงขาดแคลน
ราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 143 ตอนพิเศษ 76ง เผยแพร่คำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 4/2569 เรื่อง กำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง อันเนื่องมาจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

