ยิ่งกว่าชัด 'ดร.ไตรรงค์' : อำนาจและหน้าที่ของศาลรธน.วินิจฉัยปม 8 ปีนายกฯ

23 ส.ค.2565 - ดร.ไตรรงค์ สุวรรณคีรี อดีตรองนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก มีเนื้อหาดังนี้

การทบทวนความถูกต้องทางกฎหมาย #JudicialReview

การทบทวนความถูกต้องทางกฎหมาย หรือ Judicial Review นี้ ถือว่าเป็นหน้าเป็นตาที่แสดงออกถึงความทันสมัยของรัฐธรรมนูญที่เป็นเสรีนิยมในปัจจุบัน สิ่งนี้หมายถึงการให้อำนาจแก่ศาลในการควบคุมการออกกฎหมายและการบริหารงานของรัฐบาลให้อยู่ในกรอบของบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญซึ่งบ่อยครั้งที่อำนาจหน้าที่นี้จะได้รับการมอบหมายให้แก่ศาลพิเศษที่เรียกว่า ศาลรัฐธรรมนูญ (Constitutional Court) ในประเทศเยอรมันและอิตาลี ได้จัดให้มีศาลรัฐธรรมนูญเพื่อทำหน้าที่นี้หลังจากสงครามโลกครั้งที่สองได้ยุติลง ที่ตามมาติดๆก็คือประเทศฝรั่งเศส (ค.ศ.1958) แต่ที่ทำก่อนประเทศเยอรมันก็คือประเทศออสเตรีย (ค.ศ.1920)

สำหรับประเทศสหรัฐอเมริกานั้นแม้จะไม่มีการบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญมาตั้งแต่เริ่มแต่ศาลสูง (Supreme Court) ของสหรัฐก็ได้เป็นผู้สร้างอำนาจนี้ขึ้นมา ดังที่ปรากฏในคดี MARBURY V. MADISON เมื่อปี ค.ศ.1803 ซึ่งถือเป็นคำพิพากษาที่ได้สร้างการพัฒนาไปอีกระดับหนึ่งของประวัติศาสตร์แห่งกฎหมายรัฐธรรมนูญ (เพราะกลายเป็นกฎหมายรัฐธรรมนูญของสหรัฐฯมาจนถึงปัจจุบัน) ดังปรากฏในเหตุผลของประธานศาลสูง (Chief Justice Marshall) ที่ได้กล่าวไว้ว่า “วัตถุประสงค์ของการมีรัฐธรรมนูญที่เป็นลายลักษณ์อักษรก็เพื่อจะจำกัดอำนาจของสภานิติบัญญัติและฝ่ายอื่นๆของรัฐบาลซึ่งเป็นหลักการพื้นฐานของรัฐธรรมนูญ จะมีประโยชน์อะไรที่จะมีรัฐธรรมนูญเป็นลายลักษณ์อักษร ถ้ารัฐสภายังสามารถออกกฎหมายที่เป็นการกระทำเกินขอบเขตที่เป็นอำนาจของตนที่ถูกจำกัดไว้ในรัฐธรรมนูญ.......จึงเป็นหน้าที่ของศาลต่างๆที่จะต้องแก้ปัญหาความขัดแย้งระหว่างบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ กับการออกกฎหมายของรัฐสภา เพราะหน้าที่ของศาลก็คือต้องทำให้รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดให้ได้.....ท่านผู้อ่านที่สนใจจะอ่านฉบับที่เป็นภาษาอังกฤษ สามารถหาอ่านได้ในหนังสือชื่อ “มารยาททางการเมืองกับกฎหมายรัฐธรรมนูญ” เขียนโดย ดร.ไตรรงค์ สุวรรณคีรี หน้า 108-109”

คำกล่าวข้างต้นนี้ เป็นการยืนยันความคิดที่เห็นว่า #บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญต้องถือว่าเป็นกฎหมายที่ผูกพันทุกองค์กร และ #ศาลต้องมีหน้าที่ที่จะบังคับให้เป็นไปตามนั้น ไม่ใช่คิดเพียงว่า บทบัญญัติเหล่านั้นเป็นเพียงหลักการทางการเมืองที่ต้องปล่อยให้ (สมาชิก) สภานิติบัญญัติตีความกันเอาเองตามอำเภอใจ

ปัญหาเรื่องการนับวาระการดำรงตำแหน่งของนายกรัฐมนตรีตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 จึงควรปล่อยให้เป็นอำนาจและหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญเป็นผู้พิจารณาชี้ขาด #ไม่ควรที่ใครจะตีความกันเอาเองตามอำเภอใจ (หรือเพื่อเอาใจใคร) แล้วใช้ความเป็นอนาธิปไตย ก่อความวุ่นวายให้เกิดขึ้นกับบ้านเมือง

ประเทศได้รับความบอบช้ำมามากแล้วด้วยวิธีการดังกล่าว(ไม่ว่าจะจากฝ่ายไหนก็ตาม) ไม่คิดเมตตาปล่อยให้ประเทศได้มีความมั่นคง ไม่วุ่นวายจนไม่มีใครอยากมาลงทุน ไม่คิดจะช่วยส่งเสริมให้ประเทศได้เดินหน้าสู่ความเจริญและมีการพัฒนาเหมือนอย่างประเทศอื่นที่ดีๆ ไม่มีความวุ่นวายไม่รู้จบไม่รู้สิ้นกันบ้างเลยหรือครับ เพราะประเทศจะมั่นคง ไม่วุ่นวายก็ต่อเมื่อทุกฝ่ายยอมรับหลัก “นิติธรรม” กล่าวคือทุกฝ่ายต้องปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 3 ที่บัญญัติในวรรค 2 ไว้ว่า

“รัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล องค์กรอิสระและหน่วยงานของรัฐ ต้องปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ กฎหมาย และหลักนิติธรรม #เพื่อประโยชน์ส่วนรวมของประเทศชาติและความผาสุกของประชาชนโดยรวม”

ถ้าทุกฝ่ายตามที่ระบุไว้ในมาตรา3วรรค2 ต่างก็ปฏิบัติหน้าที่โดยยึดหลักนิติธรรม (คือให้กฎหมายและธรรม เป็นใหญ่ในแผ่นดิน) แต่เกิดมีประชาชนบางส่วนไม่ยอมรับหลักนิติธรรมดังกล่าว กลับไปยึดหลักที่ให้ “อำนาจเป็นธรรม” มิใช่ “ธรรมเป็นอำนาจ” แล้วประเทศของเราจะสงบ มั่นคง และเจริญมั่งคั่งได้อย่างไรครับ อย่ายึดต่างชาติเป็นพ่อ อย่าเอาตัวอย่างเลวๆของประเทศตะวันตกมาใช้กับประเทศไทยซิครับ ก็ประเทศของพวกเขาภายใต้ระบบจอมปลอมของพวกเขาปัจจุบันนี้จึงมีแต่พวกไร้บ้าน (homeless) ยึดทางเท้าเป็นบ้านกันทั่วไปในเมืองใหญ่ๆของพวกเขากันหมดแล้ว

ไม่เชื่อ ก็ลองไปขอภาพถ่ายจากสถานทูตสหรัฐและแคนาดา มาดูเล่นบ้างก็ได้นะครับ เผื่อจะได้มีสติ คิดอะไรที่ดีๆขึ้นมาให้กับอนาคตของประเทศของตนเองได้บ้าง (ของฝากเสริมความรู้สำหรับแฟนคลับ ภาษาละตินอีกประโยคหนึ่ง กล่าวว่า NULLA PAENA SINE LEGE : บุคคลจะไม่ต้องรับโทษ หากไม่มีกฎหมายกำหนดไว้)

ผมขอเรียนว่าความเห็นที่ลงในเฟซบุ๊กเป็น #ความเห็นส่วนตัวไม่เกี่ยวกับพรรคปชปแต่อย่างใด

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ศาลรัฐธรรมนูญ นัดชี้ขาด พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน 9 ก.ค.นี้

ศาลรัฐธรรมนูญได้มีการอภิปรายเพื่อนำไปสู่การวินิจฉัยในคดีที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จำนวน 133 คน ซึ่งเป็นจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้า ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร เข้าชื่อเสนอความเห็นต่อประธาน สภาผู้แทนราษฎร

ราชกิจจาฯ ประกาศ 15 รายชื่อตรวจสอบประวัติผู้ได้รับเสนอชื่อเป็นตุลาการศาลรธน.

ราชกิจจานุเบกษษ เผยแพร่ประกาศวุฒิสภา เรื่อง ตั้งคณะกรรมาธิการสามัญเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติและพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลผู้ได้รับการเสนอ

ดร.ณัฎฐ์ ชี้ยึดคำวินิจฉัยศาล รธน. ปมเลือกตั้ง สสร. ความเห็นส่วนตัวไม่มีผลผูกพัน

“ดร.ณัฏฐ์” ระบุกรณีมีกระแสอ้างว่าประธานศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่าสามารถเลือกตั้ง สสร.จากประชาชนได้ 100% ว่า หากเป็นเพียงความเห็นส่วนตัว ย่อมไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย พร้อมย้ำต้องยึดคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 18/2568 ซึ่งกำหนดให้รัฐสภาไม่มีอำนา

'ไอติม' ข้องใจ 'ภท.' รีบปฏิเสธข้อมูลใหม่เลือกตั้ง สสร. ถามหรือมีธงอยู่แล้วใช่หรือไม่

ประธานวิปฝ่ายค้าน ชี้หาก 'ภูมิใจไทย' จริงใจที่จะหาแนวทางให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการเลือกตั้ง สสร. เสนอว่าเราทุกฝ่ายควรหารือร่วมกันอย่างจริงจัง

'เพื่อไทย' นัดถกปรับโมเดล 'สสร.' หลังประธานศาลรธน. ยันเลือกตั้ง 100% ทำได้

พรรคเพื่อไทยเตรียมหารือผู้บริหารพรรค 23 มิ.ย. เพื่อพิจารณาปรับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ หลังประธานศาลรธน. ระบุเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ จากประชาชนสามารถทำได้ 100%