7 ก.ย.2565 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 20.57 น. หลังสมาชิกรัฐสภา ขานชื่อลงมติครบทุกคนแล้ว ปรากฏว่า ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเพิ่มเติมทั้ง 4 ร่าง ไม่มีร่างได้คะแนนเห็นชอบเกินกึ่งหนึ่งหรือ 364 คน จากจำนวนสมาชิกรัฐสภาที่ปฏิบัติหน้าที่ได้ทั้งหมด 727 คน โดยร่างที่1 ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเพิ่มเติม มาตรา 43 เกี่ยวกับสิทธิบุคคลและชุมชน ที่นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย และคณะเป็นผู้เสนอ ผลการลงคะแนน ดังนี้ เห็นชอบ ส.ส. 342 คะแนน ส.ว. 40 คะแนน ไม่เห็นชอบ ส.ส. 99 คะแนน ส.ว. 153 คะแนน งดออกเสียง ส.ส. 2 คะแนน ส.ว. 26 คะแนน
ร่างที่ 2 ร่างแก้ไขมาตรา 25 มาตรา 29 มาตรา 34 เกี่ยวกับสิทธิและเสรีภาพประชาชน ที่นพ.ชลน่านและคณะเป็นผู้เสนอ ผลการลงคะแนน ดังนี้ เห็นชอบ ส.ส. 338 คะแนน ส.ว. 8 คะแนน ไม่เห็นชอบ ส.ส. 103 ส.ว. 196 คะแนน งดออกเสียง ส.ส. 2 คะแนน ส.ว. 15 คะแนน
ร่างที่ 3 ร่างแก้ไขมาตรา 159 และ 170 เกี่ยวกับคุณสมบัติและที่มาของนายกฯ ที่นพ.ชลน่านและคณะเป็นผู้เสนอ ผลการลงคะแนน ดังนี้ เห็นชอบ ส.ส. 337 คะแนน ส.ว. 9 คะแนน ไม่เห็นชอบ ส.ส. 100 คะแนน ส.ว. 192 คะแนน งดออกเสียง ส.ส. 6 คะแนน ส.ว. 18 คะแนน
ร่างที่ 4 ร่างแก้ไขมาตรา 272 เกี่ยวกับการตัดอำนาจส.ว.ในการเลือกนายกรัฐมนตรี ที่นายสมชัย ศรีสุทธิยากร และประชาชนเข้าเชื่อเสนอ ผลการลงคะแนน ดังนี้ เห็นชอบ ส.ส. 333 คะแนน ส.ว. 23คะแนน ไม่เห็นชอบ ส.ส. 102 คะแนน ส.ว. 151 คะแนน งดออกเสียง ส.ส. 8 คะแนน ส.ว. 45 คะแนน
ทั้งนี้ ผลการคะแนนส.ส.พรรคพลังประชารัฐ พรรครวมพลัง และส.ส.พรรคเล็กลงมติไม่รับหลักการทั้ง 4 ร่าง
ขณะที่พรรคร่วมรัฐบาลอื่นอย่างพรรคภูมิใจไทย พรรคประชาธิปัตย์ และพรรคฝ่ายค้านทุกพรรคลงมติรับหลักการทั้ง 4 ร่าง
สำหรับ ส.ว.ส่วนใหญ่ โดยเฉพาะส.ว.ที่เป็นตำรวจ ทหารลงมติไม่รับหลักการทั้ง 4 ร่าง มีเพียง ส.ว.บางส่วนเท่านั้น ที่ลงมติรับหลักการในร่างที่ 4 เรื่องการตัดอำนาจส.ว.โหวตเลือกนายกรัฐมนตรี อาทิ นางกาญจนารัตน์ ลีวิโรจน์ นายคำนูณ สิทธิสมาน นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ พญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ นายเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ นายพิศาล มาณวพัฒน์ นายวันชัย สอนศิริ นายมณเฑียร บุญตัน พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'โสภณ' เซ็นคำสั่ง สส. เข้าประชุมสภาฯ ไม่จำเป็นต้องสวมสูท เพื่อประหยัดพลังงาน
นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ลงนามในคำสั่งประกาศสภาผู้แทนราษฎร เรื่องการแต่งกายของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ระบุว่า สืบเนื่องจากสถานการณ์ความขัดแย้งและการสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ได้ส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ด้านพลังงานและเชื้อเพลิงของประเทศ อันเป็นปัจจัยสำคัญในการดำรงชีวิตและเศรษฐกิจของประชาชน
'อดิศร' กระทุ้งนายกฯ-รมต. ไม่ตอบสภาถกแก้วิกฤตน้ำมัน ระวังรัฐบาลใหม่พังเพราะประชาชนไม่ไว้ใจหมดศรัทธา
นายอดิศร เพียงเกษ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า การอภิปรายของบรรดา สส.ทุกพรรคการเมือง กว่าร้อยขีวิตในญัตติเรื่องวิกฤติพลังงานน้ำมัน ทึ่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร เป็นการอภิปรายในทางการเมืองที่เป็นประวัติศาสตร์ จะต้องจารจารึกไว้
'ณัฐชา' อ้างชาวบ้านเห็นเรือแอบขนน้ำมันเถื่อนไปโรงกลั่น เหน็บบางปั๊มให้เติมแค่ 500 กับสมัครสมาชิก
“ณัฐชา” อ้างชาวบ้านแอบเห็นเรือขนน้ำมันเถื่อน ไปโรงกลั่น มาฟันกำไรกับปชช. เหน็บบางปั๊มให้เลือกแค่ 2 อย่าง เติม 500 กับสมัครสมาชิกปั๊ม ถ้าสมัครสมาชิกพรรคด้วยจะยุ่ง
สส.ณัฐธิดา แนะรัฐปฏิรูปพลังงาน หนุนชีวมวลจากเกษตร
สส.ณัฐธิดา แนะ รัฐบาลปรับโครงสร้างพลังงานไทย หนุนส่งเสริมพลังงานจากชีวมวลจากของเหลือใช้การเกษตร ชี้ได้ 2 เด้ง ทั้งผลิตไฟฟ้า-ลดปัญหาฝุ่นพีเอ็ม 2.5
'อรรถวิชช์' แฉกลางสภา 'ไอ้โม่ง' คือ โรงกลั่น กักตุนน้ำมัน รอขายเมื่อราคาสูง
"อรรถวิชช์" แฉ "ไอ้โม่ง" คือโรงกลั่น ชี้ให้ไปถามว่าน้ำมันหน้าปั๊มไปไหน ยกปัญหากลไก 2 ราคา ค้าปลีกลดลง-ค้าส่งแพงขึ้น ทำให้หน้าปั๊มขาดแคลน แนะนายกฯ ใช้ พ.ร.ก. ป้องกันขาดแคลนน้ำมัน ทุบโรงกลั่นตั้งราคาตายตัว
'อาจารย์เชน' อภิปรายครั้งแรก จี้ใช้ระบบดิจิทัลติดตามโรงกลั่น ไม่ใช่แค่ปั๊มน้ำมัน
"ยศชนัน" ลุกอภิปรายครั้งแรก แนะมอง 3 มิติแก้ปัญหาพลังงานอย่างรอบคอบ บอก วิกฤตครั้งนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับ "ก.พลังงาน" อย่างเดียว แต่เป็นความร่วมมือทุกภาคส่วน

