ดีเดย์ 1 – 30 ก.ย. Otteri Wash & Dry เปิดรับบริจาคเสื้อผ้า ลุยโครงการ ‘ซักเพื่อให้’ ครั้งที่ 2 ผนึกกำลังพันธมิตรบูรณาการการทำงานอย่างครบวงจร

นายกวิน นิทัศนจารุกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เค-เน็กซ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ภายใต้แบรนด์ร้านสะดวกซัก “อ๊อตเทริ วอช แอนด์ ดราย” (Otteri Wash & Dry) และผู้ก่อตั้ง บริษัท ชูมณี จำกัด บริษัทธุรกิจเพื่อสังคม เปิดเผยว่าจากความสำเร็จในโครงการ “ซักเพื่อให้” ครั้งที่ 1 ที่ได้ร่วมกับมูลนิธิกระจกเงา ในการรับบริจาคเสื้อผ้าเพื่อนำมาซักให้และส่งต่อไปยังผู้ไร้บ้าน ผ่านสาขาของร้านสะดวกซักอ๊อตเทริ กว่า 100 แห่ง มีเสื้อผ้าที่ถูกส่งมาบริจาคกว่า 40 ตัน แม้ในปีที่แล้วสถานการณ์โควิดยังไม่คลี่คลายดีนัก จึงมองเห็นโอกาสต่อยอดมาในครั้งที่ 2 ในปี 2565 นี้ 

ซึ่งได้ร่วมมือกับพันธมิตรมากมาย ได้แก่ มูลนิธิกระจกเงา, บมจ. ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก หรือ OR โดยแบรนด์ "ก๊าซหุงต้ม ปตท.", บริษัท ไอ.พี. วัน จำกัด, บริษัท แฟลช เอ็กซ์เพรส จำกัด, บริษัท ชิปป๊อป จำกัด, บริษัท แสงเจริญ แกรนด์ จำกัด, บริษัท ตระกูลเฉิน จำกัด, บริษัท ทีพีบีไอ จำกัด (มหาชน), บริษัท แม็คกรุ๊ป จำกัด (มหาชน), บริษัท สุภารากรุ๊ป จำกัด ที่จะช่วยกันดูแลการรับบริจาคเสื้อผ้าตั้งแต่เริ่มต้นจนกว่าจะถึงมือผู้รับ 

“จุดเริ่มต้นของโครงการนี้มาจากการที่เราได้รับการติดต่อมาจากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ให้เราไปร่วมโครงการซักผ้าเพื่อคนไร้บ้าน เราจึงต่อยอดมาเป็นโครงการซักเพื่อให้ ที่ให้ความสำคัญของการ “บริจาค” เพื่อลดพฤติกรรม “เบื่อแล้วทิ้ง” ทั้งยังต้องการให้ตระหนักถึงการซักทำความสะอาดก่อนบริจาคเพื่อเสริมสร้างสุขภาพอนามัยที่ดีต่อผู้ได้รับ และการเลือกมูลนิธิกระจกเงานั้น เนื่องจากเห็นว่าเป็นกลุ่มที่เข้าใจและมีความเข้าถึงกลุ่มคนไร้บ้านได้ดีที่สุด” นายกวิน กล่าว 

นายกวิน กล่าวว่า เสื้อผ้าที่รับบริจาคมาทั้งหมดจะถูกนำมาซักอบทำความสะอาดที่อ๊อตเทริ ด้วยผลิตภัณฑ์ซักผ้าและผลิตภัณฑ์ปรับผ้านุ่มไฮยีน จากนั้นพับใส่ถุงพลาสติกจากโครงการ “วน” โดยทีพีบีไอ แล้วจึงขนส่งข้ามจังหวัดไปที่มูลนิธิกระจกเงา โดยชิปป๊อปจะขนส่งในเขตกรุงเทพและปริมณฑล และแฟลช เอ็กซ์เพรสจะขนส่งในเขตต่างจังหวัด เมื่อมูลนิธิกระจกเงาได้รับเสื้อผ้าแล้ว พลาสติกที่ได้จากถุงใส่ผ้าบริจาคทั้งหมดจะถูกรีไซเคิลเป็นเม็ดพลาสติกนำกลับมาใช้ใหม่ 

ทั้งนี้เสื้อผ้าจะถูกคัดแยกเป็น 3 ส่วน 1.นำไปบริจาคให้กับผู้ที่ขาดแคลน ผู้ประสบภัย หรือผู้ที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล 2.ให้คนไร้บ้านที่เป็นสมาชิกของมูลนิธิกระจกเงามาซื้อในราคาถูกเพื่อนำไปขายเลี้ยงชีพ 3.เสื้อผ้าที่หมดสภาพแล้วจะถูกส่งต่อให้ เอส ซี แกรนด์ รีไซเคิลเป็นผ้าพับใหม่ ส่งให้แม็คยีนส์ จีคิว และอ๊อตเทริผลิตเป็นเสื้อตัวใหม่นำไปบริจาคหรือขายเพื่อนำเงินไปบริจาคต่อไป 

“ในการดำเนินโครงการครั้งที่ 2 นี้ มีเป้าหมายที่จะทำงานให้เป็นซีโร่ เวส หรือการเหลือขยะเป็นศูนย์มากยิ่งขึ้น จึงได้ร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ที่มีความหลากหลาย ให้มีการจัดการตั้งแต่เริ่มกระบวนการ ทั้งเรื่องของการรีไซเคิลถุงพลาสติกไปจนถึงการนำเสื้อผ้าที่ไม่สามารถใส่ต่อได้แล้วไปรีไซเคิลและทอใหม่ออกมา ขณะที่ความช่วยเหลือด้านก๊าซแอลพีจีที่นำมาใช้ในเครื่องอบผ้าก็ได้รับการสนับสนุนจากบริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ โออาร์” นายกวิน กล่าว 

อย่างไรก็ตามโครงการดังกล่าวได้เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 – 30 ก.ย. 2565 ซึ่งจะเปิดรับบริจาคเสื้อผ้าพร้อมกันทั่วประเทศ ตามจุดรับบริจาคเสื้อผ้าที่ร้านสะดวกซัก อ๊อตเทริ วอช แอนด์ ดราย ทั้งหมด 218 สาขากระจายตามภาคต่าง ๆ และแบ่งประเภทเสื้อผ้าที่รับบริจาคเป็น 4 ประเภท 1.เสื้อผ้าแฟชั่น 2.ชุดนักเรียน 3.ผ้าขนหนูและผ้าเช็ดตัว 4.ตุ๊กตา บุคคลทั่วไปที่ต้องการนำเสื้อผ้ามาบริจาค สามารถคัดเลือกเสื้อผ้าสภาพดี มาบริจาคได้ที่จุดรับบริจาคเสื้อผ้าที่ใกล้ที่สุดผ่านแอป Otteri โดยคาดว่าโครงการครั้งที่ 2 นี้จะมีผู้เข้ามาร่วมบริจาคกว่า 100 ตัน 

ด้านนายศิระ ศรีสุกใส ผู้จัดการฝ่ายบริหารธุรกิจไลฟ์สไตล์ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ โออาร์ กล่าวว่า จากแผนดำเนินงานดังกล่าวของชูมณี โออาร์ได้เข้าร่วมเป็นหนึ่งในโครงการ ภายใต้การเป็นพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจกับ ร้านสะดวกซักอ๊อตเทริ โดยโออาร์จะให้สนับสนุนการใช้ก๊าซแอลพีจี ที่ใช้ในการอบผ้าในโครงการฟรี ซึ่งคาดว่าจะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นิกร โสมกลาง เผย 'บ้านมั่นคงชายแดน' ยกระดับที่อยู่อาศัย-คุณภาพชีวิต 2.5 แสนครัวเรือน สร้าง 'ชุมชนชายแดนเข้มแข็งพิทักษ์พื้นที่ส่วนหลัง' เสริมความมั่นคงประเทศ

นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวง พม. เผยแผนยุทธศาสตร์และกรอบดำเนินงาน “โครงการเสริมสร้างเครือข่ายองค์กรชุมชนกับการจัดการภัยพิบัติและพัฒนาพื้นที่ชายแดน” ระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2570–2574) ครอบคลุม 26 จังหวัด 94 อำเภอ 752 ชุมชน รวม 259,037 ครัวเรือน ชูงบสนับสนุนสูงสุด 176,000 บาท/ครัวเรือน มุ่งแก้ปัญหาที่อยู่อาศัย ที่ดินทำกิน ความไม่สงบ และภัยพิบัติ พร้อมบูรณาการกลไก 5 ระดับเพื่อกระจายอำนาจสู่การจัดการตนเองของชุมชนอย่างยั่งยืน

’นิกร‘ เล็งฟื้นฟู "เคหะชุมชนทุ่งสองห้อง " สร้างคอนโดติดสถานีรถไฟฟ้า พลิกฟื้นคุณภาพชีวิต ลดภาระคนตั้งตัว

เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569 นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโครงการเคหะชุมชนทุ่งสองห้อง ถนนกำแพงเพชร 6 แขวงดอนเมือง

PTT Station แดนอีสาน เมื่อ ‘สถานีบริการ’ ถูกขับเคลื่อนด้วย ‘ความสุขและสติ’

ดินแดนที่ราบสูงภาคอีสาน ขึ้นชื่อเรื่องระยะทางที่ทอดยาว ความอบอุ่นของผู้คน และแสงแดดที่ร้อนแรง แต่ท่ามกลางถนนสายยาวที่เชื่อมต่อระหว่างจังหวัด

PTT Station สร้างการเดินทางที่สมบูรณ์แบบ ตลอดเส้นทางสู่ภาคเหนือ ด้วยหัวใจของคนหลังปั๊ม

การขับรถออกจากความเร่งรีบของเมืองหลวงมุ่งหน้าสู่ลมหนาวของภาคเหนือ คือเส้นทางในฝันของใครหลายคน ทัศนียภาพสองข้างทางค่อย ๆ 

การเคหะแห่งชาติ ร่วมทีม พม. ฟื้นฟูบ้านเรือนผู้ประสบอุทกภัยอำเภอปัว คืนความมั่นคงและคุณภาพชีวิตแก่ประชาชน

นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ มอบหมายให้นายคมสัน พิลาสมบัติ รองผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ พร้อมด้วยนายธีระวัฒน์ สุมังคโล ผู้ช่วยผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ และผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้อง

“รมว.พม.” นำทัพลงพื้นที่ภาคใต้ มอบโฉนด-สัญญาเช่าที่ดิน-งบพัฒนากว่า 51 ล้าน เปิด “บ้านมั่นคงพะตง” ต้นแบบบ้านมั่นคงริมรางภาคใต้ เร่งรัดการจัดสรรสิทธิ์ในที่ดินเพื่อยกระดับต้นทุนชีวิต

นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) ร่วมด้วยนายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวง พม.