เอาแล้ว! ดร.เสรี เปิดจุดอ่อน 'สลิ่ม -FCลุงตู่'​

5 ก.พ.2566- ดร.เสรี วงษ์มณฑา นักวิชาการด้านการตลาดและการสื่อสาร โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กว่าจุดอ่อนของสลิ่มและ FC ลุงตู่ ก็คือเป็น passive fans ไม่เป็น active evangelists หมายความว่า รัก ชอบ ชื่นชม แต่ไม่สื่อสารใดๆ อ่าน post แต่ไม่กด like ไม่กด share และไม่เขียน comment ที่เป็นการพูดคุย

แล้วก็มาตกใจที่เห็นวาทกรรมด่าลุงตู่ ข้อความชังชาติ แล้วก็ชมว่าพวกเขา PR เก่ง แล้วก็ก่นด่าต่อว่าการประชาสัมพันธ์ของรัฐว่าสู้ของฝ่ายตรงกันข้ามไม่ได้

ของเขาได้ผลเพราะพอมีคน post สารตั้งต้น ก็จะมีคนพวกเดียวกันมากด like มากด share มา retweet มาใช้ # คือพวกเขาทำหน้าที่เป็น PR officers กันด้วย จึงมี high reach, high frequency

เมื่อพวกเขามี sources ของ messages กันเยอะ เราจึงเห็นเรื่องราวของเขาเยอะใน social media ที่ทำใก้สลิ่มและ FC ลุงตู่ตกใจกล้วจะแพ้

แทนที่จะมัวแต่กลัว มัวแต่ตกใจ เปลี่ยนมาเป็น active evangelists ที่แปลว่าคนทำหน้าที่เผยแพร่ความรักเหมือนนักศาสนานำเอาคำสอนศาสนาไปเผยแพร่ด้วยความรักเพื่อนมนุษย์

มาเผยแพร่ผลงานลุงตู่ ความดีลุงตู่ ความงดงามของพรรค รทสช. กันเยอะๆไหมคะ ทุกวันนี้บางทีก็ท้อนะคะ เผยแพร่อะไรไปด้วยความรัก ไม่มีการ share ไม่ค่อยเขียน comments กันเลย

ถ้าเป็นเช่นนี้ก็นั่งตกใจกันไปอีกนาน แล้วอาจจะต้องนั่งเสียใจหลังสันเลือกตั้งนะคะ อยากได้อะไร ต้องถามตัวเองว่าจะต้องช่วยทำอะไร เพื่อให้สิ่งที่อยากได้เป็นจริงนะคะ

ช่วยกันเป็น PR officer กันหน่อยนะคะ ไม่กลัวได้นายกฯคนอื่นเหรอคะ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

คิดจะฟ้องไทย...ไงกลายเป็นหมาหัวเน่า

สันดานโจร สันดานคนโกหก กล่าวหาไทยด้วยข้อความเป็นเท็จ พูดจาด้วยท่าทีที่รุนแรง หวังที่จะฟ้องประชาคมโลกให้ช่วยรุมประณามไทย ดรามาว่าข้อพิพาทระหว่างเขากับเราในเวลานี้ ไทยเราเป็นคนเริ่มต้น ไทยเราเป็นผู้ใหญ่รังแกเด็กอย่างไร้มนุษยธรรม ดรามาทำตัวเป็นผู้ถูกกระทำที่น่าสงสาร ใช้คนแก่

แสนคนด่า...แต่ว่าล้านคนรัก

เมื่อนักการเมืองคนหนึ่งทำตัวชั่วร้ายแบบมีหลักฐานเชิงประจักษ์ชัดเจนจนกลายเป็นคดีความและผ่านการไต่สวนของศาล จนถูกตัดสินว่ามีความผิดจริงต้องติดคุกติดตาราง แต่เขาก็ใช้อำนาจทางการเมืองและทางการเงินเอาชนะกระบวนการยุติธรรมของไทย ทำให้กฎหมายไม่ศักดิ์สิทธิ์ ทำให้คำตัดสินของศาลไร้ความหมาย ประชาชนผู้รักความยุติธรรม

วิกฤตในคราวนี้...สามัคคีคือพลัง

ด้วยความรักและความห่วงใยบ้านเมือง เมื่อเราติดตามสถานการณ์ของบ้านเมืองเรา ก็จะเห็นว่าบ้านเมืองเรากำลังเผชิญกับวิกฤตทั้งศึกนอกและศึกในที่พวกเราต้องสามัคคีและร่วมมือกันในการฝ่าวิกฤตครั้งนี้

ใครทำให้เสือกลายเป็นแมวขี้เซา

ตอนเด็กๆ จำได้ว่าคุณครูบอกว่าประเทศไทยเป็น 1 ในเสือ 3 ตัวของ ASEAN ร่วมกับสิงคโปร์และมาเลเซีย บัดนี้ 2 ประเทศนั้นก็ยังคงเป็นเสือ มีความเจริญก้าวหน้าเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

กว่าจะรู้ตัวก็เกือบจะสาย

จำได้ว่าเมื่อจบปริญญาตรีน้ำหนักตัว 49 กิโลกรัม เอว 22 รู้สึกว่าตัวเองผอมเกร็ง ไปเรียนต่อปริญญาโทที่อเมริกาครั้งแรก กลับมาน้ำหนักตัว 55 กิโลกรัม ก็รู้สึกว่าดูดีขึ้นไม่อ้วนไม่ผอม สอนอยู่ 2 ปี

ทำดีย่อมได้ดี

ช่วงรอยต่อระหว่างปี 2568 กับปี 2569 ได้ดูพลุ Count down จากห้องในโรงพยาบาล เพราะว่ามีอาการเจ็บไข้อย่างรุนแรง ต้องเข้าโรงพยาบาลตั้งแต่วันที่ 11 ธันวาคม