10 มี.ค.2566 - นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน เฟซบุ๊กไลฟ์ประเทศไทยต้องมาก่อน ตอน "สับขาหลอก" โดยกล่าวช่วงหนึ่ง กล่าวถึงกรณีข้อหายุบพรรคเพื่อไทยว่า คำร้องของนายสนธิญา สวัสดี เป็นเพียงการเผาหลอก ส่วนเผาจริงได้เตรียมการไว้แล้ว ผ่านการไต่สวนชี้ข้อหามีมูลเป็นที่ยุติ และกำลังอยู่ในขั้นตั้งอนุกรรมการไต่สวน จากนั้นเสนอให้ กกต.ชุดใหญ่มีมติชี้มูล แล้วยื่นศาล รธน.ลงดาบข้อหายุบพรรค ซึ่งคาดว่า คงใช้เวลาไม่นานนับจากนี้
นายจตุพร ย้ำว่า บุคคลที่ไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคการเมือง และถูกตัดสิทธิ์การเมือง 10 ปี นอกจากได้ใช้สิทธิ์ลงคะแนนเสียงแล้ว ยังเหลือเพียงหน้าที่เชียร์พรรคการเมืองได้อย่างเดียว โดยต้องได้รับการแต่งตั้งให้เป็น "ผู้ช่วยหาเสียง" เท่านั้น
"สิ่งสำคัญ ผู้ช่วยหาเสียงมีหน้าที่เชียร์ อย่าได้ทำหน้าที่เกินเลยไปเป็นโค้ชสั่งการผู้เล่นเด็ดขาด ยิ่งกองเชียร์ยังมีสถานะคนนอกพรรค การพูด การเชียร์อะไร อย่างไร ต้องระมัดระวัง โดยให้พรรคพูดล่วงหน้าก่อน กองเชียร์ค่อยพูดตามเป็นดีที่สุด จะปลอดภัยจากการครอบงำที่สุด ผมผ่านบทบาทตรงนี้มาแล้ว ในฐานะผู้ช่วยหาเสียงคนแรกของประเทศ"
นายจตุพร เสนอว่า ช่องว่างของผู้ช่วยหาเสียงมีช่องเดียวตามที่เสนอแนะมาเท่านั้น หากเดินผิดจะติดกับดักข้อหาครอบงำ ซึ่งเพื่อไทยไม่ได้มีแค่กรณีเดียว แต่รู้ว่า กกต.มีข้อมูลร่วม 20 กรณี ดังนั้นเพื่อไทยควรมีสมาธิไปรับมือข้อกล่าวหาที่อยู่ในข่ายเผาจริง ส่วนกรณีคำร้องของนายสนธิญา เป็นเพียงการเผาหลอก หรือแค่น้ำจิ้ม ไม่ใช่สาระสำคัญทางอำนาจ
ส่วนพรรคการเมืองอื่นนั้น นายจตุพร ระบุว่า บางพรรค กกต.ยกคำร้องยุบพรรคไปแล้ว แต่ต้องนำกลับมาตรวจสอบใหม่ จนบางพรรคกำลังเดินเข้าสู่เงื่อนไขทางการเมือง ดังนั้น ควรใส่ใจคำพูดของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่บอกความในใจว่า "ไม่อยากเลือกตั้ง" ซึ่งต้องเชื่อในเรื่องนี้ เพราะเป็นคำใหญ่มาก ในยุทธการสับขาหลอก และควรตามให้ทันการออกแบบการเมืองที่ดำรงความมุ่งหมายไว้อย่างเด่นชัดที่สุด
นอกจากนี้ นายจตุพร ประเมินว่า ถ้ายุบพรรคก่อนการเลือกตั้งพรรคเพื่อไทยสามารถแต่งตัวทันการเลือกตั้ง โดยย้ายไปอยู่พรรคอื่นแทนที่ แต่ถ้ายุบระหว่างการหาเสียงเลือกตั้งสงครามเดือดระอุยากจะจบลงง่ายๆ ดังนั้น คาดว่า การยุบจะเกิดขึ้นหลังการเลือกตั้ง อย่างไรก็ตาม ที่คิดแบบโลกสวยจะย้ายไปอยู่พรรคสำรองไว้ แต่ช่วงนั้นเป็นช่วงตลาดเปิดให้ดูดรวบรวม ส.ส. เพื่อต่อรองแลกตำแหน่งรัฐมนตรี จึงเป็นช่วงแบ่งกั๊กเป็นกบฎต่อพรรคเต็มไปหมด
"ยิ่งการยุบพรรคเป็นกระแสแรงมากขึ้น แสดงว่า จะปฏิเสธการจับมือกับ พปชร. ยิ่งยากขึ้นเท่านั้น และขณะเดียวกัย หากยิ่งส่งสัญญาณจับมือ พปชร. ก็เท่ากับเร่งให้ถูกยุบพรรคเวลาก็ได้นั้น ความเสื่อมก็ปรากฎทันที ไม่มีใครออกมาปกป้อง ซึ่งจะเชื่อ หรือไม่เชื่อก็ตาม" นายจตุพร ระบุ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'เพื่อไทย' นัดถกปรับโมเดล 'สสร.' หลังประธานศาลรธน. ยันเลือกตั้ง 100% ทำได้
พรรคเพื่อไทยเตรียมหารือผู้บริหารพรรค 23 มิ.ย. เพื่อพิจารณาปรับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ หลังประธานศาลรธน. ระบุเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ จากประชาชนสามารถทำได้ 100%
เพื่อไทย ตัดข้อกังวลปม 'สสร.' จ่อชงสภาฯให้ทันพิจารณา
นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทย หลังจากชะลอเพื่อปรับแก้เนื้อหาหลัง สส.พรรคภูมิใจไทยถอนรายชื่อว่า ตอนนี้พรรคเพื่อไทยมีคณะทำงานเกี่ยวกับเรื่องนี้ดำเนิน
'ประเสริฐ' เผยเพื่อไทยเดินหน้าร่าง รธน.ใหม่ ปรับแก้ที่มา ส.ส.ร. ให้ยึดโยงประชาชนมากที่สุด
ที่พรรคเพื่อไทย มีการประชุม สส.ประจำสัปดาห์ โดยมีนายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ประธาน สส.พรรค และนายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาคณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย เป็นประธานการประชุมร่วม คาดว่ามีการหารือในส่วนของร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับพรรคเพื่อไทยที่มีการปรับแก้เนื้อหาในส่วนของที่มา ส.ส.ร.
'ชัชชาติ' หนาว! ร้อง ป.ป.ช. เอาผิด ปล่อย 'อากง' วิ่งเต้นซื้อขายตำแหน่ง
นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ได้เดินทางมายื่นคำร้องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เพื่อขอให้ไต่สวนและวินิจฉัยเอาผิดนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์
อ่านเกมแก้รัฐธรรมนูญ บีบเหลือร่างสีน้ำเงินฉบับเดียว!
อดีต สส.นครศรีธรรมราช วิเคราะห์การถอนชื่อ สส.ของพรรคภูมิใจไทยและพรรคกล้าธรรมออกจากร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทย
'พริษฐ์' จี้ภูมิใจไทยอธิบายให้ชัด หลังถอนชื่อร่างรัฐธรรมนูญเพื่อไทย ทั้งที่เคยโหวตหนุน
นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่พรรคภูมิใจไทยให้ สส.ถอนชื่อจากการสนับสนุนร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทย ว่า ตนทราบจากข่าว เ

