‘บิ๊กตู่’ เหน็บพวก 3 นิ้ว อีก 2 นิ้วหาย ไล่ไปหาหมอป่วยหรือไม่

นายกฯ บอกไม่โกรธกลุ่มเห็นต่าง คนไทยด้วยกัน  แต่เหน็บพวก 3 นิ้วอีก 2 นิ้วหาย ไล่ไปหาหมอป่วยหรือไม่  ฝากผู้ปกครองดูแลบุตรหลาน ลั่นไม่ได้สั่งอะไรโง่ๆ อยู่ 8 ปี ยันมีคณะทำงานสั่งในสิ่งที่ถูกต้อง-ไม่ทุจริต

13 มี.ค.2566-ที่ศาลาประชาคมเทศบาลเมืองบ้านโป่ง ตำบลบ้านโป่ง อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี เวลา 11.30 น.พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม พบปะประชาชน 1,500 คน พร้อมกล่าวว่า วันนี้ตนมาตั้งแต่เช้าแล้ว ไปหลายที่ บวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่วัดขอพรให้ชาวราชบุรี และมาด้วยความห่วงใย วันนี้ที่มาวัตถุประสงค์เยี่ยมเยือนดูความเรียบร้อยในจังหวัดราชบุรี ซึ่งประทับใจความสะอาดเรียบร้อยทั้งทางบก ทางน้ำเรียบร้อยดี วันหน้าในเรื่องของ PM 2.5 การเผาขยะ ต้องหาที่ทิ้งให้ดี และวันข้างหน้าจะหาวิธีการใช้ขยะให้เกิดประโยชน์ ไม่ใช่ไม่ทำ ทำแล้ว

นายกฯ กล่าวว่า รัฐบาลอยู่มา 4 ปีหลายคนคงเห็นบ้างว่าอะไรเกิดขึ้นมาแล้ว สิ่งที่ตนตัดสินใจ คือการทำโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางและการขนส่ง อีกทั้งยังดูแลผู้มีรายได้น้อย แต่จะให้ทั้งหมดไม่ได้เราไม่มีสตางค์พอ แบบนั้นเขาไม่เรียกว่าสวัสดิการ มันผิดหลักการข้อกฎหมาย แต่ถ้าถามใจนายกฯอยากให้ทุกคนมีกิน อยู่ดี แต่วันนี้ต้องแข็งแรงกว่าเดิม ประเทศไทยเดินผ่านความยากลำบากมา 8 ปีเต็ม เจอทั้งโควิด-19 สงครามทางการค้าและการสงครามที่หนักสุด คือ ราคาพลังงาน แก๊ส และน้ำมัน ซึ่งหลายอย่างถ้าทำได้ทำไมจะไม่ทำให้ ตนไม่ใช่คนใจไม้ไส้ระกำ ไม่ได้ทำเพื่อประโยชน์เพื่อใคร แต่วันนี้ต้องสงวนงบประมาณที่มีอย่างจำกัด เพื่อรองรับ เพราะไม่รู้อะไรจะเกิดขึ้นนอกจากนี้

“สถานการณ์เงินเฟ้อสถานการณ์การเงิน การคลังของเรายังมั่นคง ต่างชาติยอมรับ ดังนั้นขอฝากใครพอจะมีความรู้ก็ขอให้ศึกษา เขาบอกว่าลุงไม่รู้เรื่อง แต่อยู่มาตั้ง 8 ปี จะโง่ไม่รู้เรื่องเหรอ ลุงไม่ได้โง่เกินไปนักหรอก คณะรัฐมนตรี มี 36 คน 20 กว่ากระทรวง ข้าราชการกี่หมื่น กี่แสนคน คณะทำงานร้อยกว่าคณะ แต่ละเรื่องไม่ใช่นายกฯสั่งโง่ๆเขามีคณะทำงาน การแสดงความคิดเห็นอะไรไปก็ต้องฟัง ถ้าพูดไม่เข้าท่า เขาก็ด่าเอา ไม่ใช่เป็นนายกฯแล้วจะสั่งได้หมด แต่ต้องสั่งในสิ่งที่ถูกต้องเป็นธรรมไม่ทุจริต เข้าใจคำว่าทุจริตไหม บางคนไม่เข้าใจหรอก ทุจริตคืออะไรไม่รู้ โกงเวลาราชการก็ถือว่าทุจริตแล้ว ไม่มาทำงาน นอนอยู่บ้าน ไม่ได้ป่วย แต่ขี้เกียจมา นี่ก็เบียดบังเขา ไม่ได้เข้าคิว แซงคิว เขาก็เรียกว่าโกงเวลาคนอื่น”

นายกฯ กล่าวว่า สิ่งที่ขอมารัฐบาลพยายามดูให้ อยากให้คนไทยมีสุขภาพที่ดี แผนการดูแลโรงพยาบาลมีอยู่แล้ว โดยวางงบประมาณในระยะเวลา 3 ปี 66-68 ตอนนี้อยู่ในระยะเวลาของการจัดทำงบประมาณปี 2566 ถ้าใช้ปีเดียวล้มไปไม่ ต้องพูดกัน สถานะทางการเงินประเทศไทยยังแข็งแกร่ง ต่างประเทศธนาคารล้ม เรามีล้มไหม ไม่ล้ม ไม่มีล้ม ของเราแข็งแกร่งกระทรวงคลังดูแลดีมีอย่างเดียวทำอย่างไร พวกเราจะเข้าถึงแหล่งเงินให้ได้มากยิ่งขึ้น เพื่อนำมาประกอบอาชีพและแก้ไขปัญหาหนี้สินหนี้ครัวเรือน รัฐบาลต้องทำและเพิ่มรายได้ในสิ่งที่มีอยู่แล้วจากเดิม

นายกฯ กล่าวอีกว่า ใครมีที่ดินให้ปลูกต้นไม้ไว้ให้ลูกหลาน เพราะรัฐบาลสนับสนุนต้นไม้ 58 ชนิด วันหน้าขออนุญาตในการขาย หรือเป็นมรดกลูกหลาน ซึ่งจะมีมูลค่าเป็นแสนเป็นล้านบาท เพื่อนำไปค้ำประกันธนาคารได้ นี่คือสิ่งที่รัฐบาลคิดไว้ให้รวมถึงป่าชุมชน คนอยู่ร่วมกับป่า ขอให้ฟังไม่มีอะไรที่มาได้ง่ายๆในโลกนี้ ไม่มี ถ้าง่ายมันต้องมีอะไรที่ไม่ถูกสักอย่าง เหมือนกับในโซเชียลลงทุน 1,000 บาทได้คืน 60,000 บาทมีที่ไหน ตนอยากจะรู้ นอกจากนี้ โทรศัพท์ถ้าไม่รู้จักเบอร์ อย่าไปรับ เพราะนายกฯไม่ได้เป็นคนรับโทรศัพท์ แทนทุกคน แต่มีระบบคัดกรอง แต่ก่อนไม่ได้ยุ่งขนาดนี้ แต่เดี๋ยวนี้โลกเจริญ คนขี้โกงเยอะด้วยการใช้โทรศัพท์ แต่วันนี้มีกฎหมายเยอะสำคัญถ้าเจอต้องแจ้ง อย่ารับโทรศัพท์ที่ไม่รู้จักเบอร์จำคำพูดตนไว้ ถ้าไอ้บ้าไหนโทรมา ไม่มีชื่อ อย่ารับจำไว้ จะได้ไม่ถูกเขาโกง ถ้าจะเป็นตำรวจ หรือทหารโทรมาให้จดชื่อไว้ ไม่มีทั้งนั้นตนเป็นห่วง

“ไม่รู้จะพูดอะไร พูดมากเดี๋ยวก็โดนด่าอีก ในนี้รับรองไม่มีใครด่าผมแน่นอน ข้างนอกไม่แน่หรอก เมื่อกี้ยังมีข้างนอก ไม่รู้เป็นอะไรมือมี 3 นิ้ว มันหายไปไหน 2 นิ้ว ไม่รู้เหมือนกัน นี่ต้องไปดูสุขภาพ ฝากหมอดูด้วยว่าอีก 2 นิ้วเป็นอะไร แต่ผมไม่ได้โกรธอะไรเขาหรอก แต่ขอให้ดูด้วยแล้วกันว่าต้องมีปัญหาอาการอะไรสักอย่าง ผมโกรธเขาไม่ได้หรอกเขาคือคนไทย แต่เขาคิดอะไรผมไม่รู้”

ในช่วงท้าย หลังจากพูดถึงเรื่องการทำงานของรัฐบาลในหลายๆเรื่อง พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “ใครด่ากูไม่ได้ ก็ด่าตัวเองนั่นแหละ มันไม่มีความสุขนักหรอกที่ยืนตรงนี้ แต่ต้องทำ มันเป็นหน้าที่” ฉะนั้นใครจะทำก็เสนอมาให้ฟังเป็นอย่างไรเป็นไปได้หรือไม่ ต้องพูดให้ได้ อย่างที่เราพูดจะเอาเงินมาจากที่ไหน ถ้าให้ทุกอย่างหมด แต่ถามว่าที่เหลือเจ๊งไหม เข้าใจนะจ๊ะ ยิ่งพูดมาก เดี๋ยวยิ่งเป็นเรื่อง ขอโทษ ถ้าพูดอะไรตรงๆไปหน่อย เราก็เป็นคนแบบนี้ อยู่มาอายุจะ 70 ปีแล้วดูหน้าแก่ขนาดนี้ อยู่ตั้งแต่คนบอกหนุ่มฟ้อ แป๊บเดียวแก่แล้ว เขาบอกมีความสุขเหลือเกิน ก็ไม่เข้าใจ แผ่นดินนี้เป็นของคนไทยทั้งประเทศ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างนี้นายกฯ ได้ยกมือขยับสามนิ้ว พร้อมกล่าวด้วยว่า “ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมมันเหลืออย่างนี้ ฝากผู้ปกครองดูแลบุตรหลานอย่าให้เป็นอย่างนี้ ตอนนี้มีใครไม่สบายไหม แต่น่าจะแข็งแรงกันดี ที่นั่งกันอยู่ตรงนี้”

จากนั้นนายกรัฐมนตรีได้เดินพบปะประชาชนพร้อมกับกล่าวว่า “เวลาโมโหใคร ไม่ชอบใครให้นึกถึงหน้านายกฯไว้”

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อนุทินโชว์วิสัยทัศน์ลุยถกทวิภาค

“อนุทิน” โชว์วิสัยทัศน์ที่ประชุมอาเซียน แนะ 3 แนวทางเชิงยุทธศาสตร์ “เอกภาพ-ยืดหยุ่น-บทบาท” หารือทวิภาคีทั้งผู้นำเวียดนาม-มาเลเซีย-สิงคโปร์ “สีหศักดิ์” แจงหารือ 3 ฝ่ายปัญหาไทย-กัมพูชา เล็งส่งอุปทูตกลับไปประจำการ

กัมพูชามั่ว! ไทยอย่ารั่วตาม 'ไกล่เกลี่ยภาคบังคับ' ไม่จำเป็น

รศ.ดร.ชิดตะวัน ชนะกุล อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ *กัมพูชามั่ว…ไทยอย่ารั่วตาม! โดยระบุว่า

'เอกนิติ' เปิดเบื้องหลัง 'มูดี้ส์' ปรับเครดิตไทย ไม่กังวลกู้ 4 แสนล้าน

'เอกนิติ' เปิดเบื้องหลังดึงความเชื่อมั่นไทย 'มูดี้ส์' ปรับมุมมองเศรษฐกิจไทยสู่ระดับ Stable แจงแผนมุ่งสร้างการเติบโต เร่งเครื่องการลงทุน ย้ำจุดยืนวินัยการคลัง

นายกฯ เงาโชวกึ๋น! เท้งแนะอนุทินใช้เวทีอาเซียนซัมมิตแสดงบทบาทนำ

'เท้ง ณัฐพงษ์' ยก 3 วาระประชาชน ที่ 'นายกฯอนุทิน' ควรใช้เวทีอาเซียนซัมมิตแสดงบทบาทนำของไทยแก้ปัญหา แนะ เคลียร์ปมพื้นที่ทับซ้อนไทย-กัมพูชา ไทยต้องคุมเกมเจรจาทวิภาคี

นายกฯ ชี้จ่ายเงินเยียวยาแพะ 8 พันล้านไม่ใช่ผลงานแต่เป็นความอัปยศ!

นายกฯ เปิดงาน '24 ปีการช่วยเหลือเหยื่อผู้บริสุทธิ์' สั่งการผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ ทำงานรวดเร็ว ทั่วถึงเป็นธรรม ชี้จ่ายเงินเยียวยา 8 พันล้าน ไม่ใช่ผลงานแต่เป็นความอัปยศ ยกระดับกระบวนการยุติธรรมไทยสู่สากล

รัฐบาลน้อมรับนิด้าโพล 'แลนด์บริดจ์' ต้องสื่อสารวงกว้าง

4 พ.ค. 2569 - นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงผลสำรวจนิด้าโพลในหัวข้อ “คนใต้ว่าไง โครงการแลนด์บริดจ์จะมาแล้ว” ที่พบว่า กลุ่มผู้ที่เคยรับรู้ข้อมูลโครงการ จำนวน 1,333 คน (เคยได้ยิน และเข้าใจดีมาก / เคยได้ยิน และพอจะเข้าใจบ้าง /เคยได้ยิน แต่เข้าใจเพียงเล็กน้อย) ส่วนใหญ่ร้อยละ 67.22 เห็นด้วยกับโครงการ โดยแบ่งเป็น เห็นด้วยมาก 34.21% และค่อนข้างเห็นด้วย 33.01% ขณะที่มีประมาณร้อยละ 32.78 ไม่เห็นด้วย สะท้อนทั้งโอกาสของโครงการ และบทบาทของภาครัฐในการสื่อสารข้อมูลอย่างต่อเนื่องและโปร่งใส ส่วนกรณีพบว่าเกินครึ่งหรือร้อยละ 54.53 เคยได้ยินแต่เข้าใจเพียงเล็กน้อยเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์นั้น นางสาวรัชดา กล่าวว่า นี่คือโจทย์ที่รัฐบาลต้องเร่งสื่อสารสร้างการรับรู้ ทั้งกลุ่มประชาชนที่ยังไม่เคยได้ยินหรือไม่เข้าใจ ให้เข้าถึงความข้อมูลมากยิ่งขึ้น “นายกรัฐมนตรี ได้กำชับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสร้างความเข้าใจต่อสาธารณชนเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การตัดสินใจและการขับเคลื่อนโครงการเป็นไปอย่างรอบด้าน และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ” โฆษกประจำสำนักนายกฯ ระบุ สำหรับนักวิชาการและผู้สนใจหลายฝ่ายออกมาแสดงความคิดเห็นทั้งสนับสนุนและตั้งข้อสังเกตต่อโครงการอย่างต่อเนื่อง แต่ความเห็นที่สอดคล้องกัน คือ โครงการแลนด์บริดจ์เป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของไทย ทั้งด้านโลจิสติกส์ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การสร้างงาน และการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ ซึ่งอาจเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อเศรษฐกิจในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ภาครัฐยังให้ความสำคัญกับข้อคำถามสำคัญ อาทิ มูลค่าการลงทุน ความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ รวมถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนในพื้นที่ โดยทุกประเด็นต้องถูกศึกษาในรายละเอียด เพื่อกำหนดมาตรการรองรับอย่างเหมาะสม ให้โครงการสามารถดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตรวจสอบได้ “นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำให้ทุกประเด็นต้องอธิบายได้อย่างชัดเจน แม้ภาพรวมจะได้รับการสนับสนุน แต่ยังมีข้อกังวลจากประชาชน ภาครัฐจึงต้องเร่งสื่อสาร สร้างความเข้าใจ และเปิดรับฟังความคิดเห็นอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การขับเคลื่อนโครงการเป็นไปอย่างรอบคอบและได้รับการยอมรับ” นางสาวรัชดา กล่าว.