'จตุพร' จับอาการ 'เพื่อไทย' น่าเป็นห่วง อุปาทานหมู่ 310 เสียง!

'จตุพร' อ่านกระดานการเมือง  'เพื่อไทย' อาการน่าเป็นห่วง ตั้งเป้ากวาด ส.ส. จาก 250 เผลอแบปเดียวพุ่ง 310 เสียง ถามเอามาจากไหน อธิบายแบบวิทยาศาสตร์หาความจริงไม่ได้ ยิ่งจัดตั้งรัฐบาลพรรคเดียว ไสยศาสตร์ก็อธิบายไม่ได้ ซัดตรรกะย้อนแย้งประณามเผด็จการโหวตประยุทธ์ เป็นนายกฯ พอกลับพรรคเพื่อไทยกลายเป็นนักประชาธิปไตยโดยฉับพลัน

15 มี.ค.2566 - นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน เฟซบุ๊กไลฟ์ กล่าวถึงพรรคเพื่อไทย ตั้งเป้าหมายเลือกตั้ง จะได้ ส.ส.จำนวน 310 เสียง เพื่อจัดตั้งรัฐบาลเพียงพรรคเดียว ว่าเป็นการสร้างกระแสแลนด์สไลด์ ซึ่งสวนทางกับความเป็นจริง เพราะจำนวนผู้แทนราษฎร 400 เขต ถามว่าใน 14 จังหวัดภาคใต้จำนวน 60 เขตนั้น พรรคเพื่อไทยจะได้ตรงไหนเพียงเสียงเดียว เพราะฉะนั้นเมื่อพรรคเพื่อไทยเสียพื้นที่ไป 60 เสียง จะเหลือ 340 เสียง ซึ่งใน 340 เสียงหากเพื่อไทยต้องการ 310 เสียง จะต้องได้ส.ส.ระบบเขตอย่างน้อย 270 เสียง เหลือเพียง 70 เขตให้พรรคการเมืองอื่นๆเท่านั้น

"ทางการเมืองเป็นไปไม่ได้เลย เหลือเพียง 70 ให้พรรคการเมืองอย่าง ภูมิใจไทย รวมไทยสร้างชาติ พลังประชารัฐ ประชาธิปัตย์ ก้าวไกล ไทยสร้างไทยและพรรคอื่นๆ ถามว่าเป็นไปได้ไหม แต่เมื่อมีการสร้างกระแสแลนด์สไลด์ขึ้นมา จากที่ไม่มีอะไร มาตั้งเป้า 250 แปบเดียวบอก 270 เผลอแปบเดียวไป 310 เสียง อันนี้เป็นอาการที่น่าเป็นห่วง" นายจตุพร กล่าว

นายจตุพร กล่าวต่อไปวันที่พรรคเพื่อไทย ได้เสียงเกินครึ่ง ในนามไทยรักไทย 1 ครั้ง และในนามเพื่อไทย 1 ครั้ง โดยเมื่อปี 2548 เกิดจากพรรคไทยรักไทยควบรวมพรรความหวังใหม่ พรรคเสรีธรรม พรรคชาติพัฒนา ใช้กลไกรัฐเต็มเพราะเป็นรัฐบาลครบ 4 ปี และไม่มีพรรคการเมืองในซีกเดียวกันเป็นคู่แข่งขัน ขณะที่อีกซีกหนึ่งแข่งกันหลายพรรค เพราะฉะนั้นพรรคไทยรักไทย จึงได้ 377 เสียง

ขณะที่เลือกตั้งปี 2554 ก็ไม่มีพรรคการเมืองในซีกเดียวกันแข่งขัน จึงได้ 265 เสียงเกินครึ่ง ดังนั้นวันนี้ถ้าพรรคเพื่อไทยได้ 310 เสียงแปลว่าพรรคก้าวไกล พรรคไทยสร้างไทย ของคุณหญิงสุดารัตน์ ซึ่งอยู่ซีกเดียวกัน จะไม่ได้ ส.ส.สักเสียงเดียว ในทางการเมือง ณ เวลานี้ มันเป็นไปไม่ได้ แต่ต้องการประกาศแลนด์สไลด์ ที่จะสร้างอุปาทานหมู่ โดยไม่ได้อธิบายความว่าจะเอาคะแนนมาจากตรงไหน อย่างไร

นายจตุพร กล่าวว่า ภาคเหนือตอนบนก็จะถูกหาร อย่างน้อยก็ที่พะเยา ส่วนแม่ฮ่องสอนผลัดกันแพ้ผลัดกันชนะ เหนือตอนล่างหายากมาก ภาคกลางยิ่งเป็นจุดบอดของพรรคเพื่อไทย กรุงเทพฯก็ต้องหารกับพรรคการเมืองอื่นๆ ส่วนอีสานมีทั้งภูมิใจไทย พรรคไทยสร้างไทย ซึ่งไม่มีวันที่พรรคเพื่อไทยจะได้ 310 เสียง

"ถ้าจะได้ 310 เสียง พรรคเพื่อไทยจะต้องเดินทางไปสู่เกือบ 18 ล้านเสียง ครั้งที่แล้วได้ 8 ล้าน ต้องหาอีก 10 ล้านเสียง ซึ่งหาความจริงไม่เจอ แต่หาความสบายใจได้" นายจตุพร กล่าวและว่ากระแสฟีเวอร์ จะเกิดขึ้นโดยธรรมชาติ ไปที่ไหนคนเฮที่นั่น แต่ที่เห็นจากเวทีปราศรัยคือการขนคนไปฟัง พูดให้แฟร์คือขนกันทุกพรรคการเมือง

อย่างไรก็ตาม แม้พรรคเพื่อไทยเดินไปถึง 310 เสียงได้จริง ก็ช่วยอธิบายหน่อยว่าจะจัดตั้งรัฐบาลพรรคเดียวได้อย่างไร เพราะเกินครึ่งหนึ่งของ 2 สภาฯคือ 376 เสียง ขาดอีก 66 เสียง จะไปเอาก้าวไกล ไทยสร้างไทย ก็ไม่มีให้เพราะเพื่อไทยเอาไปหมด แล้วจะบอกว่า ส.ว.ต้องมาโหวต ถ้าส.ว.เขาไม่โหวตะจะทำอย่างไร เพราะส.ว.ยังไงเขาก็ต้องโหวตให้ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นลำดับแรกอยู่แล้ว ถ้าไปไม่ได้ก็โหวต พล.อ.ประวิตร

นายจตุพร ถามย้ำว่า 310 เสียงมาได้อย่างไร ช่วยอธิบายหน่อย เพราะมันไม่มีอะไรเป็นวิทยาศาสตร์ และจะจัดตั้งรัฐบาลพรรคเดียวอีกต่างหาก แบบนี้ไสยศาสตร์ก็ยังอธิบายไม่ได้ ดังนั้นในกระดานทางการ มันอธิบายในทางปฏิบัติไม่เป็นจริงได้เลยสักข้อ แต่บรรดากองเชียร์ก็พร้อมเชื่อ คึกคักกันทั้งพรรค

นายจตุพร กล่าวถึงกรณี ส.ส.ที่เคยโหวตเลือก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งหลายคนย้ายกลับพรรคเพื่อไทย ว่าพรรคเพื่อไทยเคยอธิบายความเป็นประชาธิปไตย ว่าคนที่เคยยกมือสนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ เป็นพวกเผด็จการ บัดนี้ในพรรคเพื่อไทยเผด็จการเริ่มมากตามลำดับ

"บนเวทีปราศรัยก็ประณามคนโหวตเลือกพล.อ.ประยุทธ์ เป็นนักการเมืองที่ทรยศต่อประชาชน วันนี้กลายเป็นผู้ที่มีความซื่อสัตย์ต่อประชาชนโดยฉับพลัน ถอดเสื้อทรยศ แล้วใส่เสื้อซื่อสัตย์ เป็นนักประชาธิปไตยกันแล้ว" นายจตุพร กล่าว

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ก่อนเกิดรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 (ตอนที่ 3)

“ใครมาเป็นรัฐบาล มันก็โกงเหมือนกันหมด แต่กินแล้วแบ่งเราบ้าง ทำให้เราอยู่ดีกินดีบ้าง นี่ยอมรับได้” “เคยถามชาวบ้านเมื่อตอนที่นักการเมืองของพวกเขาถูกตรวจพบว่า

ฝ่ายค้านโวยแหลก รัฐมนตรีเบี้ยวตอบกระทู้ซ้ำซาก รู้ล่วงหน้ายังไม่มา

ฝ่ายค้านโวยแหลก 'รัฐมนตรี' เบี้ยวตอบกระทู้ 'ปกรณ์วุฒิ' บอก แต้มบุญไม่ถึง จ่อ ไม่ให้ความร่วมมือตามข้อตกลง ด้าน 'พริษฐ์' ขอให้สิทธิ 'ฝ่ายค้าน' เหมากระทู้สดสัปดาห์หน้า ก่อนถูก 'กรวีร์' เบรคบอกให้ไม่ได้ ก่อนเรื่องยุติ หลัง 'โสภณ' ให้วิปสองฝ่ายตกลงกันเอง

'โสภณ' แจ้งข่าวดี จัดแข่งลดพุงข้าราชการสภา ไอเดียแจกของขวัญปีใหม่

นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกิจกรรมพานแว่นฟ้า ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมให้ประชาชนสร้างสรรค์ผลงานเขียนที่ส่งเสริมประชาธิปไตย ว่า ตนยังไม่ได้เห็นรางวัลที่ชนะเลิศ แต่การทำอะไรเราต้องทำจริง เหมือนที่เราพูดว่าจะเปลี่ยนภาพลักษณ์ของสภา เราเปลี่ยนทางกายภาพก่อน คือความเข้มแข็งของร่างกาย จิตใจที่จะทำงาน ซึ่งเป็นรูปธรรม ส่วนนามธรรมก็อีกเรื่องหนี่ง ตนไม่ชอบอยู่คำหนึ่งคือ “เล่นการเมือง”