ปชป.เบอร์ 26 'จุรินทร์' ยังนิ่ง รอกกต.ประกาศทางการอีกรอบ อาจมีเปลี่ยนแปลง

4 เม.ย.2566- ที่หน้าอาคารไอราวัตพัฒนา ภายในศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ดินแดง(กทม.2) เขตดินแดง กทม. นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ให้สัมภาษณ์หลังจับฉลากหมายเลขประจำผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ ปชป. ได้หมายเลข26 ว่า ขอให้ทางคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)ประกาศอย่างเป็นทางการเสียก่อน เพราะหมายเลขอาจจะยังไม่นิ่งและอาจปรับเปลี่ยนขึ้นมา

ดังนั้นเรื่องนี้จึงขอรอไว้ก่อน แต่หลักๆไม่ว่าจะเบอร์อะไรก็ไม่มีปัญหา เพราะสิ่งสำคัญกว่าคือผลงาน ความซื่อสัตย์ที่ประเทศต้องการและทำให้ประชาธิปไตยยั่งยืน ถ้าทุจริต มีการซื้อเสียง เกิดการประมูลตัวส.ส. ก็จะมีการถอนทุนคืน ที่ผ่านมาเวลาเกิดรัฐประหารก็อ้างเหตุนี้ จนทำให้ประชาธิปไตยล้มครืน และกลายเป็นต้องนับหนึ่งกันใหม่ ดังนั้น ความซื่อสัตย์จึงเป็นสิ่งสำคัญ เบอร์เป็นเพียงส่วนประกอบ เชื่อว่าเมื่อถึงเวลา หมายเลข ประชาชนจะจำได้ คนที่เขาสนใจจะเลือกพรรคประชาธิปัตย์ เชื่อว่าเขาจำได้ และจะไปลงคะแนนได้ ไม่ยาก

เมื่อถามว่าอยากเห็นพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรครวมไทยสร้างชาติ และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ขึ้นเวทีดีเบตกันหรือไม่ นายจุรินทร์ กล่าวว่า ถ้ามาก็ดี เพราะจำเป็น ในวิถีประชาธิปไตยการแสดงความคิดเห็นสะท้อนความคิดความอ่าน สำหรับตนไม่ได้บอกว่าจะดีกว่าคนอื่น แต่พร้อมเป็นผู้นำในวิถีประชาธิปไตย ถ้าเป็นประชาธิปไตยแบบครึ่งใบไปต่อไม่ได้.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'อนุชา'คึก! หาเสียงเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. พบสัญญาณบวก 2 กลุ่มหลัก กลับมาเลือก 'ปชป.'

‘อนุชา’ ชูปราบคอร์รัปชัน ชี้สัญญาณดีคนกลับมาเลือก ปชป. ห่วงโครงสร้างอาคารเก่าแยกหมอมี ‘อภิสิทธิ์’ ฝากคนกรุง ทบทวน 4 ปีที่ผ่านมายังเจอปัญหาเดิมซ้ำซาก

'รองหน.ปชป.' เตือนสติ สิ่งที่ทำให้มนุษย์ต่างจากสัตว์ จะไม่ซ้ำเติมความทุกข์ของผู้อื่น แม้จะเห็นต่าง

สกลธี ภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์สิ่งที่ทำให้มนุษย์แตกต่างจากสัตว์

'กรณ์' เปิดตัวเลข โรงกลั่นรวยอู้ฟู่ถ้วนหน้า ซัดรัฐบาลเก่งแต่กู้มาแจก

กรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อดีตรมว.คลัง โพสต์ข้อความว่า หลังจากที่ฉายภาพไปเมื่อวันก่อนว่า ‘บริษัทโรงกลั่นไทยอ

กู้ 4 แสนล้านบาท! โจทย์ของชาติ ต้องไม่ถูกลากเป็นเกมการเมือง

ประเทศไทยกำลังยืนอยู่ท่ามกลางแรงกดดันทางเศรษฐกิจที่ถาโถมเข้ามาพร้อมกันหลายด้าน ทั้งค่าครองชีพที่สูงขึ้น ต้นทุนการผลิตที่ขยับขึ้น และราคาพลังงานที่กดทับต้นทุนของแทบทุกภาคส่วน ตั้งแต่ภาคขนส่ง ภาคอุตสาหกรรม ไปจนถึงร้านค้ารายย่อยในชุมชน