หลัง 4 ก.ค. ‘8พรรค’ ถึงจุดจบ! ‘จตุพร’ เชื่อ ’พท.-ก.ก.’ ยากรอมชอม ‘ปธ.สภา’

‘จตุพร’ เชื่อเพื่อไทยกับก้าวไกลยากรอมชอมตำแหน่ง’ปธ.สภา’ คาดลงเอยโหวตแข่งในสภา มั่นใจ ‘สุชาติ’ คว้าไปครอง มุ่งปูทาง ‘ประวิตร’ สู่นายกฯ ระบุหลัง 4 ก.ค. MOU 8 พรรคถึงจุดจบ แยกเดินทางใครทางมัน

2 ก.ค.2566-นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน เฟซบุ๊คไลฟ์ประเทศไทยต้องมาก่อน ตอน “อ่านให้ขาด” โดยระบุว่า พรรคเพื่อไทยกับพรรคก้าวไกลไม่อาจหาข้อยุติในตำแหน่งประธานสภาได้ ดังนั้น หลังวันที่ 4 ก.ค. ข้อตกลงพรรค MOU จำนวน 312 เสียงคงต้องเลิกลา สิ้นสุดพันธะจับมือร่วมตั้งรัฐบาล  การพบกันของ 8 พรรคการเมืองเมื่อ 2 ก.ค. นี้ อาจเป็นการประชุมกันครั้งสุดท้ายก็ได้ เพราะการหารือในวันดังกล่าวไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง และยังไม่มีข้อยุติกับตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร โดยพรรคเพื่อไทยขอไปหารือกับ ส.ส.ของพรรคก่อน และวันที่ 3 ก.ค. ก่อนเที่ยงจะส่งผลสรุปให้พรรคก้าวไกล ซึ่งคาดเป็นการแจ้งผลให้ทราบเท่านั้น และไม่มีอะไรเป็นที่ยุติได้แน่ชัดตามเคย

“พรุ่งนี้ (3 ก.ค.) ก่อนเที่ยง พรรคเพื่อไทยบอกจะส่งผลหารือของพรรคให้พรรคก้าวไกล แต่คาดว่าผลลัพธ์ยังไม่เปลี่ยนแปลงอะไรทั้งสิ้น ดังนั้น เพื่อไทยคงต้องบอกให้ก้าวไกลรู้ว่า 4 ก.ค.ต้องเสนอชื่อประธานสภาเข้าแข่งขันกับก้าวไกล โดยอาจเสนอนายชูศักดิ์ ศิรินิล หรืออาจเป็นคนอื่นก็ได้ แต่พรรคเล็กจะเสนอนายสุชาติ ตันเจริญ เข้าแข่งขันร่วมด้วย ผลลัพธ์ที่ออกมาก็ยังเหมือนเดินคือ นายสุชาติ เป็นประธานสภา”

นายจตุพร กล่าวว่า การเสนอชื่อนายสุชาตินั้น จะมีผลต่อการตรวจสอบเสียงงูเห่าที่จะแยกตัวไปลงเสียงให้นายสุชาติ เมื่อนำไปรวมกับฝ่าย 188 เสียงแล้วจะเกิน 251 เสียงในการตั้งรัฐบาลหรือไม่ เพราะการตรวจสอบเสียงจำนวนนี้จะส่งผลต่อ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพลังประชารัฐ ต้องเข้าชิงในตำแหน่งนายกฯ ด้วย

“แม้เพื่อไทยจะหาทางออกที่ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด เนื่องจากไม่เสนอนายสุชาติ แข่งชิงประธานสภาก็ตาม แต่การไม่ยอมกันของเพื่อไทยกับก้าวไกลนั้น นำไปสู่การโหวตลับได้นายสุชาติ จากการเสนอของพรรคเล็ก ซึ่งผลลัพธ์ไม่เปลี่ยนเลย เมื่อสองพรรคลงเอยกันไม่ได้ ดังนั้น หลังวันที่ 4 ก.ค.ย่อมเป็นวันแยกตัวของพรรค MOU”

นอกจากนี้ การหารือทางการเมืองของพรรคเพื่อไทยนั้น ยึดมั่นแต่กิเลสทางการเมืองล้วนๆ จึงเท่ากับเป็นการหักล้างหลักการทางการเมืองให้กระจุยกระจายไป ด้วยเหตุนี้ พรรคก้าวไกลกับพรรคเพื่อไทยจึงยากที่จะรอมชอมจับมือกันร่วมรัฐบาลได้อีกต่อไป

“การแสดงออกของนักการเมืองนั้น มักโชว์หลักการการเมืองเสมอ แต่พฤติกรรมกลับยึดมั่นกิเลสที่เจ้าของพรรคสั่งการมา ดังนั้น จึงทำให้ผลลัพธ์ไม่เปลี่ยนไปจากนายสุชาติ ในตำแหน่งประธานสภา”

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'จตุพร' กระตุ้นปปช.ฟื้นศรัทธา รื้อโกงสอบท้องถิ่นตั้งแต่ปี 62 กระชากหน้า ลงโทษให้เข็ดหลาบ

'จตุพร' กระชากหน้าเครือข่ายโกงสอบท้องถิ่น ชี้ปฐมบททุจริตเริ่มก่อตัวปี 62 ออกแบบตั้งองค์พวก 'ก.กลาง' รวบอำนาจทำ รมต.เป็นฝ่ายเสียงข้างน้อย กระตุ้น ปปช.รื้อตรวจสอบตั้งแต่ปี 62 จับกุมลงโทษให้เข็ดหลาบ

ไร้ดีลลับแดงเขียวโมนาโก ระวังน้ำเงินสวนคืนเขี่ยพท.

เสถียรภาพของรัฐบาลอนุทินในวันนี้ ไม่ได้ถูกท้าทายจากตัวเลขเสียงในสภาเพียงอย่างเดียว หากแต่ถูกทดสอบผ่าน “สงครามข่าวลือ” และความพยายามสร้างภาพความแตกแยกภายในเครือข่ายอำนาจของพรรคภูมิใจไทย

'น้ำเงิน' เย้ย 'ดีลลับแดง-เขียว' เลอะเทอะ ตกเลขนับเก้าอี้ สส. ให้ได้ก่อน

'ธนกร' เย้ย 'ดีลลับแดง-เขียว' เปลี่ยนนายกฯ ตกคณิตศาสตร์ ชี้ปูดข่าวทั้งทีลองนับเลขเก้าอี้ สส. ก่อน ย้ำพรรคร่วมรัฐบาลยังแน่นปึ้ก

'จตุพร' ฟันฉับ 'ฮั้วสว.' ส่อผิดหมด 200 สว.ไม่เหลือสักคน เหตุมาจากกติกา รธน.60 เป็นปัญหา

'จตุพร' ย้ำ 'ฮั้ว สว' ที่มาจาก รธน.มีปัญหา ชี้แต่ละฝ่ายงัดข้อมูลเก่าเถียงกันสับสน ลั่นยึดกติกาเปะๆ เอ็กซ์เรย์ถ้วนหน้า เชื่อ 200 สว.ไม่เหลือสักคน

'สุริยะ' มั่นใจ 'ภท.' รับมือได้ หลังไอลอว์กระหน่ำคดีฮั้ว สว. ยันไม่กระทบเสถียรภาพรัฐบาล

สุริยะเชื่อประเด็นการฮั้ว สว. เป็นเรื่องที่ควรจะมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปพิจารณา มั่นใจไม่กระทบเสถียรภาพรัฐบาล

'จตุพร' ฟันธง! ส.ค. เกมฮั้ว สว. เดือด 'ส้ม-แดง-น้ำเงิน' ละเลงกันเละ

'จตุพร' ชงรื้อที่มา สว.ใหม่ แนะเอกซเรย์ทุกคนฮั้วกันหรือไม่ คาด ส.ค. ทุกสีงัดข้อมูลละเลงใส่กัน ป่วนการเมืองตะลุมบอน ทั้งส้ม-แดง-น้ำเงินเละเทะ ไม่เหลือพื้นที่การเมืองดีให้ยืน