มติกกต.คดีฮั้วสว.ซ้ำเติมวิกฤตศรัทธา จับตา 28 ก.ย. เติมเชื้อไฟให้ม็อบปชช.ลุกโชน

'จตุพร' ฟาด กกต.สะสมปัญหามากมาย ทำองค์กรเสมือนเลือกข้าง ลามการทำงานสิ้นความน่าเชื่อถือ เลือกตัดสินปัญหาทางใดย่อมก่อวิกฤตศรัทธา รอคดีขึ้นศาล จับตา 28 ก.ย.ศาล รธน.ตัดสินบาร์โคัดบัตรเลือกตั้ง จะเติมเชื้อไฟให้ม็อบ ปชช.ลุกโชนยิ่งขึ้น

16 ก.ย.2569- นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน กล่าวในรายการประเทศไทยต้องมาก่อน โดยประเมินว่า สถานการณ์นับจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชี้ขาดกรณีฮั้ว สว. ยิ่งจะทำให้บ้านเมืองวุ่นวายยิ่งขึ้น เพราะประชาชนไม่เชื่อถือและจะซ้ำเติมให้เกิดวิกฤตศรัทธายิ่งขึ้น

"ปัญหาขณะนี้ อยู่ที่ความวุ่นวายข้างนอกจะอยู่ในบริบทอย่างไร คาดว่า ใน 2-3 วันนี้จะได้เห็นบรรยากาศนัดการเคลื่อนไหวนอกสภากัน อาจเป็นกลุ่มนายสนธิ หรือทางไอลอว์ แต่ไม่มีลักษณะการชุมนุมยืดเยื้อ และรอจังหวะวันที่ 28 ก.ย. ศาล รธน.จะวินิจฉัยอย่างไร”

นายจตุพร กล่าวว่า หลัง กกต.แถลงมติฮั้ว สว.สังคมไม่พอใจเป็นหลัก เพราะ กกต.ได้สะสมปัญหาไว้มากมาย แม้การชี้ขาดนั้นจะเลือกทางใด แต่ กกต.ก็โดนคดีอยู่ดี จึงหลีกเลี่ยงไม่พ้น เพราะการที่ กกต.สะสมความไม่สบายใจของประชาชนจากการจัดการเลือกตั้งทุกระดับ จนคนรู้สึกว่าเสียเวลากันเปล่าๆ

อย่างไรก็ตาม ปัญหา สว. นั้น จะแก้ไขที่มาขณะนี้ยังไม่เห็นช่องทางใดจะทำได้ ส่วนความต้องการเลือก สสร.โดยตรงเพื่อตัดอำนาจ สว. แต่ที่สุดต้องผ่านช่องทางได้รับความเห็นชอบจาก สว.อยู่ดี ซึ่งเป็นไปได้ยาก

สิ่งสำคัญ ถ้า กกต.มีความน่าเชื่อถือ จะวินิจฉัยอย่างไรคงไม่มีปัญหา แต่เรื่องราวเดินมาถึงวิกฤตศรัทธาในขณะนี้ เพราะความสะสมความไม่ไว้วางใจ ถ้าทำกับทุกฝ่าย ทุกสีเสื้ออย่างเสมอภาคกันมา การแถลงของ กกต.จะยิ่งใหญ่มากที่สุดไม่ว่าผลการวินิจฉัยจะออกมาอย่างไร ดังนั้น เมื่อ กกต.ยืนตัวไม่ตรงมาแต่ต้น และคนเต็มไปด้วยความสงสัย จึงโทษใครไม่ได้ และท้ายที่สุดก็หนีศาลไม่พ้น

"ไม่ว่า กกต. จะเลือกทางใดนั้น แต่กับการปล่อยเรื่องให้เลยมาถึงขณะนี้ กกต. ไม่รอดสักทาง เพราะเดินผิดมาตั้งแต่ต้น ถ้าคุณปฏิบัติการณ์ตรงไปตรงมา วันนี้คุณจะตัดสินใจลงมือกันกี่คนเรื่องก็ไม่เกิด แต่คุณลักลั่นกันมา ความไม่น่าเชื่อถือจึงเกิดขึ้น เมื่อเรื่องไปถึงศาลฎีกา จะไต่สวนเพิ่มเติมในสำนวนของ กกต.หรือไม่ และหลังจากนี้ยังมีอีกหลายเรื่องราวและหลายช่องทางที่เกิดจากปัญหาของ กกต.”

นายจตุพร กล่าวว่า นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธาน กกต.ย้อนไปอธิบายความไม่น่าเชื่อถือของพยาน แต่ทั้งหมดนั้น การตัดสินอะไรก็ตามไม่ได้จบลงที่ กกต.แต่จะไปจบที่ศาลฎีกาหรือศาล รธน. เหตุการณ์จึงไปไกล ดังนั้น การข่มขู่พยานจึงต้องตรวจสอบกัน เพราะในการต่อสู้ชั้นศาลเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญทั้งสิ้น

ทุกๆ วันถัดจากนี้ไปจะเต็มไปด้วยข่าว ฮั้ว สว. และจะมีการรื้อค้นและปล่อยข้อมูลในเอกสารหลุดมากขึ้นโดยมีเจตนาเพื่อไม่ให้เรื่องจบ อีกอย่างถ้าสถานารณ์ร้อนยิ่งขึ้น เรื่องการล้มล้างการปกครองหรือการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบจะถูกยื่นต่อศาล รธน.และศาลฎีกา หากเรื่องดำเนินไปเร็ว ผสมกับผลการวินิจฉัยคดีบัตรเลือกตั้งวันที่ 28 ก.ย.นี้ ยิ่งจะทำให้สถานการณ์บ้านเมืองร้อนแรงยิ่งขึ้นไปอีก

เมื่อทุกเรื่องประเดประดังมากขึ้น ถ้าผลคดีบัตรเลือกตั้งออกมาไม่เป็นความลับแล้ว ย่อมเกิดเรื่องราวใหญ่โต ส่งผลให้ สส.ต้องพ้นสภาทั้งหมด 500 คน และสถานะรัฐบาลย่อมสิ้นสุดลงเช่นกัน ปัญหารัฐบาลรักษาการจะตามมา และลุกลาม กกต.จะจัดเลือกตั้งได้หรือไม่ด้วย

สิ่งน่าใจนับจากนี้ไป อยู่ที่การนัดชุมนุมของนายสนธิ และไอลอว์ จะกระพือโหมเขย่าขวัญ กกต. ดังนั้น สถานการณ์ที่รออยู่ข้างหน้าจะเป็นสถานการณ์ที่ใหญ่มาก จึงต้องรอดูว่าสุดท้ายแล้วบ้านเมืองจะไปอย่างไร

นายจตุพร กล่าวอีกว่า ทุกวันนี้ ประชาชนต้องการการเปลี่ยนแปลงตามวิถีทางประชาธิปไตย แต่คิดออกว่า ไม่จะทำอย่างไร ยิ่งการแก้ รธน.ไม่ได้ยึดเสียงข้างมากอย่างเดียว แต่ต้องได้รับเสียงสนับสนุนจาก สว.ถึง 1 ใน 3 จึงเป็นเรื่องยากที่สุดกับการแก้ รธน. นอกจาก รธน.ต้องถูกฉีกอย่างเเดียว

"เมื่อปัญหามันมีมากมาย ก่อนการเลือกตั้งปี 66 ผมเคยเสนอให้ทุกฝ่ายคุยกันว่า จะตกลงทำเรื่องอะไรกันบ้าง (กับ รธน.) ถ้าไม่เช่นนั้นเรื่องที่จะเกิดขึ้นในอนาคต มันจะแก้ไขยากมากที่สุด แต่ความชิงไหวชิงพริบ ต้องการเอาชนะคะคานกัน ท้ายที่สุดประเทศต้องมาติดกับ"

"ถึงที่สุดแล้ว วันนี้เราต้องคิดอ่านกันในด้านการรู้เท่าทันกัน ควรคิดยกระดับคุณภาพประชากรของประเทศ ประสิทธิภาพของประเทศ เพราะเรายังไม่เห็นว่า ประเทศได้เดินไปถึงจุดเปลี่ยนใดๆ เลย ทั้งที่มีความพร้อมทุกอย่าง แต่ประเทศกลับอยู่ได้ด้วยการกู้เงินทุกปี แล้วสักวันหนึ่งย่อมจะเดินไปถึงทางตัน"นายจตุพร กล่าว

 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กระตุก 'ประธานกกต.' เมื่อไม่พบหลักฐานต้องแสวงหาเพิ่ม ไม่ใช่ตัดสินไปก่อนว่าพยานไม่น่าเชื่อถือ

iLaw เตือนความจำ 'ณรงค์ กลั่นวารินทร์' เป็นกกต. ตั้งแต่ปี 2568 ไม่ได้เป็นผู้พิพากษาแล้ว หน้าที่ของ กกต. ไม่ใช่ผู้พิพากษา เมื่อไม่พบหลักฐาน ต้องแสวงหาพยานหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อพิสูจน์ว่าขบวนการตระเตรียมการโกงเลือกสว. ที่พยานกล่าวอ้างนั้น มี 'หลักฐานอันควรเชื่อ' หรือไม่ ไม่ใช่ตัดสินไปก่อนว่า 'พยานไม่น่าเชื่อถือ' และยุติการแสวงหาพยานหลักฐานเพิ่มเติม

ประธาน กกต. แจงสาเหตุไม่สั่งฟ้องภูมิใจไทย พบคุย 'อนุทิน-เนวิน' ที่พูลแมน ไร้หลักฐานเอาผิด

"ณรงค์" ประธาน กกต. แจงยิบยกคำร้อง 21 นักการเมือง ชี้พยาน 3 ปากกลับคำ–ไร้น้ำหนัก พบพยานรหัส 16/26 คดีเก่าติดตัว ยันเส้นเงินสะอาด แม้พบโผล่คุย "อนุทิน-เนวิน" ที่พูลแมน ไร้หลักฐานมัดผิด พร้อมโต้ไม่ได้ฟอกขาวนักการเมือง ชี้มติชุดสอบสวนไม่ผูกมัด ยืนยันประสานดีเอสไอ แกะรอยเส้นเงิน–การใช้โทรศัพท์ต่อเนื่องไปทำคดีต่อเองได้

'รศ.ดร.สุขุม' ชี้ม็อบสนธิยังเห็นแต่แกนนำ ไม่เห็นมวลชนปักหลัก ตั้งคำถามชุมนุมแล้วจะพาประเทศไปทางไหน

รศ.ดร.สุขุม นวลสกุล อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง วิเคราะห์การเคลื่อนไหวของนายสนธิ ลิ้มทองกุล ผ่านรายการ “ริงไซต์การเมือง” โดยประเมินว่า แม้แต่นายสนธิเองก็น่าจะยังไม่มั่นใจว่าจะสามารถจุดกระแสมวลชนได้สำเร็จหรือไม่ แต่เมื่อประกาศการเคลื่อนไหวออกไปแล้ว ก็จำเป็นต้องเดินหน้าต่อ

14ก.ย.คุมเข้มกกต. เตรียมตร.1กองร้อยอารักขาแถลงเย็นไม่ระบุมติ-ชื่อ

“อนุทิน” มั่นใจ ปชช.ยังเชื่อมั่นรัฐบาลนี้บริหารประเทศ ย้อน “สนธิ” ทำเพื่อความสะใจ ผลที่ได้ประชาชนเดือดร้อน กับ “เนวิน” มองตาก็รู้ใจ ขณะที่ กกต.คุมเข้มวันลงมติฮั้ว สว. 14 ก.ย. จัดตำรวจ 1 กองร้อยรับมือมวลชน จ่อแถลงผลช่วงเย็น คาดไม่เปิดเผยคะแนน-ชื่อคนผิด “ไอติม” ลั่นหากไม่ส่งฟ้องศาล 229 คน ไม่จบแน่

'อนุทิน' ซัด 'สนธิ' ทำรัฐบาลอยู่ไม่เป็นสุข เท่ากับทำประชาชนคนไทยเดือดร้อน

“อนุทิน” มั่นใจประชาชนยังเชื่อมั่นรัฐบาลนี้บริหารประเทศ ย้อน “สนธิ” ทำเพื่อความสะใจ ผลที่ได้ประชาชนเดือดร้อน โวผู้นำหลายประเทศทวงให้เชิญเยือนไทย พร้อมให้ กต. จ่อทำจดหมายเชิญบอกไปไหนได้รับการตอบรับที่ดี