‘สว.สมชาย’ จัดหนัก 2 ตอนรวด ‘เปลือยธาตุแท้:แนวทางอุดมการณ์ก้าวไกล’

24 ก.ค.2566-นายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา(สว.) โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวหัวข้อ “เปลือยธาตุแท้:แนวทางอุดมการณ์ก้าวไกล” ตอนที่1 แก้รัฐธรรมนูญลดพระราชสถานะพระราชอำนาจพระมหากษัตริย์ และตอนที่2 พระมหากษัตริย์ถูกลดพระราชอำนาจต้องขอความเห็นชอบจากสภาผู้แทน

ตอนที่1 แก้รัฐธรรมนูญลดพระราชสถานะพระราชอำนาจพระมหากษัตริย์  ระบุว่า จากที่ผมเคยแสดงหลักฐานร่างแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา112 ของพรรคก้าวไกลที่เคยเสนอเข้าสภาผู้แทนราษฎร2ครั้งว่า เป็นการลดฐานะกฎหมายคุ้มครองพระมหากษัตริย์ในฐานะพระประมุขแห่งรัฐ  เอาออกจากหมวดความผิดต่อความมั่นคง และลดโทษจนบางเบาต่ำกว่ากฎหมายหมิ่นประมาทบุคคลธรรมดา อันเป็นที่มาส่วนหนึ่งทำให้สส.สว.ที่รู้เท่าทันจึงไม่ไว้วางใจให้นายพิธา จากพรรคก้าวไกลเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่30 แล้ว

หากยังพบความเคลื่อนไหวและการดำรงความมุ่งหมายที่กังวลยิ่งกว่า!!!

คือ ร่างเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ ของนายปิยะบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า คีย์แมนคนสำคัญ ปรมาจารย์ทางความคิดและอุดมการณ์การเมืองผู้ก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ คณะก้าวหน้า และผู้ช่วยหาเสียงพรรคก้าวไกล ที่น่าจะยังดำรงความมุ่งหมายเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญหมวด2 พระมหากษัตริย์  ที่เคยเผยแพร่ต่อสาธารณะเมื่อ2564 และอาจเตรียมยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญหมวดพระมหากษัตริย์ในอนาคตอันใกล้

โดยนายปิยะบุตร ได้เสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญไว้ น่ากังวลใจอย่างยิ่ง ดังนี้ ร่างแก้ไขในมาตรา 3ให้ยกเลิกหมวด2

พระมหากษัตริย์ของรัฐธรรมนูญ2560 ตั้งแต่มาตรา6ถึงมาตรา24และใช้ความต่อไปนี้แทน “มาตรา 6 พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขของประเทศ  ทรงเป็นศูนย์รวมจิตใจของปวงชน ชาวไทย และทรงเป็นกลางทางการเมือง การสืบทอดตำแหน่งพระมหากษัตริย์เป็นไปตามหลักการสืบราชสมบัติ ทางสายโลหิตตาม ที่ กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญนี้และกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์”

โดยผมจะค่อยๆทยอยอธิบายรายละเอียดรายมาตราให้พี่น้องประชาชนทราบ เพื่อให้เข้าใจถึงเจตนารมณ์อย่างแท้จริงว่า แนวทางอุดมการณ์ก้าวไกล ที่อ้างนั้น พวกเขาคิดแก้ไขรัฐธรรมนูญหมวดพระมหากษัตริย์เพื่อส่งเสริมหรือลดพระราชสถานะพระราชอำนาจ กันแน่? เพราะนับแต่การเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ได้เทอดทูนให้พระมหากษัตริย์ทรงอยู่เหนือความขัดแย้งทางการเมืองให้เป็นที่เคารพสักการะผู้ใดจะละเมิดมิได้ จะกล่าวหาหรือฟ้องร้องมิได้ เช่นระบุไว้ในมาตรา6 ของรัฐธรรมนูญปัจจุบัน

แต่ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของนายปิยะบุตร ผู้ช่วยหาเสียงพรรคก้าวไกล ได้ยกเลิกความทั้งหมดทิ้งและแก้ไขให้พระมหากษัตริย์ยังทรงต้องเป็นกลางทางการเมือง น่าจะถือว่าเป็นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่มีเจตนาแฝงเร้นและส่งผลลดทอนพระราชสถานะและพระราชอำนาจพระมหากษัตริย์ลง

กล่าวคือ 1)อ้างว่า กำหนดพระราชสถานะประมุขของรัฐ ศูนย์รวมจิตใจ และความเป็นกลางทางการเมือง  ประเด็นนี้ไม่มีความจำเป็นต้องบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ เพราะข้อเท็จจริงรับรู้ในสังคมไทยตั้งแต่ประวัติศาสตร์ชาติและจารีตประเพณีในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขนั้น  พระมหากษัตริย์เป็นพระประมุขและทรงเป็นศูนย์รวมทางจิตใจของพสกนิกรชาวไทยอยู่แล้วมาตลอด  การเสนอเพิ่มเรื่องความเป็นกลางทางการเมืองนั้น เป็นหลักการพื้นฐานที่บังคับใช้ในลักษณะจารีตประเพณีในทางรัฐธรรมนูญ ไม่จำเป็นต้องเขียนไว้เป็นเพิ่มเติมในรัฐธรรมนูญอีกเช่นกัน

การแก้ไขเช่นนี้ จึงอาจเชมีเจตนาแฝงเร้นหรือใช้เพื่อโฆษณาชวนเชื่อว่า ทำให้สถาบันพระมหากษัตริย์เป็นศูนย์รวมจิตใจของปวงชนชาวไทยและเป็นกลางทางการเมืองอย่างแท้จริงนั้น  แต่ในความเป็นจริง “สถาบันพระมหากษัตริย์ตามร่างนี้ จะเหลือเพียงแค่เป็น*สัญลักษณ์ของประเทศเท่านั้น พระราชอำนาจต่างๆที่เคยมีและรัฐธรรมนูญรับรองไว้ถูกจำกัดลงมาก และยังเป็นการนำการเมืองไปเกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์มากขึ้น“ ยังจะนำไปสู่ความขัดแย้งระหว่างสถาบันพระมหากษัตริย์และสภาผู้แทนราษฏรที่มาจากการเลือกตั้งได้ในอนาคต

2)รัฐธรรมนูญแก้ไขนี้เป็นการ *ลิดรอนพระราชอำนาจที่มีอยู่เดิม โดยกำหนดให้พระมหากษัตริย์ทรงมีอำนาจเท่าที่รัฐธรรมนูญกำหนดซึ่งย่อมเป็นไปไม่ได้ที่รัฐธรรมนูญจะเขียนได้ครอบคลุมทั้งหมด  อีกทั้งยังต้องได้รับคำแนะนำความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎร คณะรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรีก่อนด้วย  และยังถือเป็นการยกเลิก หลักการคุ้มครองสถาบันพระมหากษัตริย์ในรัฐธรรมนูญ   ที่ได้วางหลักและกำหนดไว้อย่างชัดเจนแล้วนับตั้งแต่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสยาม ฉบับวันที่ 10 ธันวาคม พ.ศ.2475 ที่มีการคุ้มครองทั้งในส่วนที่เป็นสถาบันและในส่วนพระองค์ไว้

*กระทบกับพระราชสถานะ ความคุ้มครองที่รับรองไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับปัจจุบันที่ระบุไว้ในมาตรา 6 ว่า

“องค์พระมหากษัตริย์ทรงดำรงอยู่ในฐานะเป็นที่เคารพสักการะ ผู้ใดจะละเมิดมิได้ ผู้ใดจะกล่าวหาหรือฟ้องร้องพระมหากษัตริย์ในทางใดๆมิได้”  สอดรับกับแนวทางการเคลื่อนไหวแก้ไขหรือยกเลิกประมวลกฎหมายอาญามาตรา112 ที่มุ่งคุ้มครองสถาบันของพรรคก้าวไกล คณะก้าวหน้าและเครือข่ายมาตลอด

3)*เปลี่ยนกฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ ให้เป็นกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์

ในประเด็นนี้นับว่ามีปัญหาอย่างมากเนื่องจาก กฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์เป็นกฎหมายเก่าแก่ของไทยที่กำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวข้องกับวิธีการเลือกและแต่งตั้งพระรัชทายาท ลำดับการขึ้นครองราชย์สมบัติ ซึ่งเป็นเรื่องในส่วนสถาบันพระมหากษัตริย์ ที่รัฐธรรมนูญที่ผ่านมาและฉบับปัจจุบันได้ใช้ยอมรับกันมาตลอด  โดยมีค่าบังคับใช้เท่ากับรัฐธรรมนูญ  ไม่เคยเกี่ยวข้องในการกำหนดรายละเอียดต้องตราขึ้นเป็นพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้องกับที่มาและอำนาจขององค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญหรือวิธีพิจารณาคดีอาญาของศาล

การเปลี่ยนให้กฎมณเฑียนบาลมาเป็นพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ อาจส่งผลร้ายแรงตามมา ที่ฝ่ายการเมืองจะสามารถเข้ามาแทรกแซงในการกำหนดเงื่อนไขหลักเกณฑ์และลำดับการขึ้นครองราชย์ได้อย่างง่ายดายโดยเสียงข้างมากในรัฐสภา อันส่งผลกระทบกระเทือนต่อความมั่นคงของสถาบันพระมหากษัตริย์ และถือเป็นการลดทอนพระราชอำนาจพระมหากษัตริย์ในเรื่องการสืบราชสมบัติหรือการสืบราชสันตติวงศ์ที่มีการใช้กฎมณเทียนบาลสืบเนื่องกันมาตลอดทุกรัชกาล

โปรดติดตามรายละเอียดในแต่ละมาตราในตอนต่อไป

จากนั้น สว.สมชาย โพสต์เปลือยธาตุแท้:แนวทางอุดมการณ์ก้าวไกล ตอนที่2 พระมหากษัตริย์ถูกลดพระราชอำนาจต้องขอความเห็นชอบจากสภาผู้แทน ระบุว่า มาตรา7ที่นายปิยะบุตรร่างขึ้นใหม่ในร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญหมวด2 พระมหากษัตริย์ นั้นบัญญัติให้การกระทำของพระมหากษัตริย์ที่จะเกี่ยวข้องกับรัฐใดๆ จะต้องได้รับความเห็นชอบจากสภา ส.ส. ครม. หรือ

รมต. ก่อน     **ชัดเจนมากว่า เป็นการลดทอนพระราชอำนาจอย่างแท้จริง

ตัวอย่าง เช่น  หากจะทรงมีรับสั่งหรือให้โครงการพระราชดำริให้ความช่วยเหลือประชาชน จะกระทำมิได้ ต้องขอความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎร หรือครม. ก่อน เท่านั้น หมายความว่าต้องขออนุญาตและได้รับอนุญาตก่อนจึงจะทรงทำได้ ? นอกจากนั้นยังเปลี่ยนพระราชโองการต่างๆที่เคยผ่านวุฒิสภาให้ไปใช้ ผ่านสภาเดียวคือสภาผู้แทนราษฎร โดยไม่มีวุฒิสภาอีกต่อไป เช่นเรื่องการประกาศสงคราม ให้ผ่านความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสาม    การแต่งตั้งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์การแต่งตั้งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ  ผู้พิพากษาศาลฎีกา ตุลาการศาลปกครองสูงสุด และผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระให้เป็นอำนาจผ่านสภาผู้แทนราษฎรแทนวุฒิสภาที่จะถูกยกเลิกไป

*แนวคิดดังกล่าวถือเป็นการปรับพระราชสถานะและพระราชอำนาจใหม่ ของพระมหากษัตริย์ชัดเจน มาตรา7นี้เป็นอีก1ในหลายมาตรา ที่นายปิยะบุตร ผู้นำความคิดของกลุ่มพรรคอนาคตใหม่ ก้าวไกล ก้าวหน้า และเครือข่ายดำรงความมุ่งหมายไว้ในร่างรัฐธรรมนูญที่อาจเสนอเข้าสู่การพิจารณาในเร็ววัน ซึ่งเรื่องนี้เป็นการกระทบต่อสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างแน่นอน

ติดตามรายละเอียดในแต่ละมาตราในตอนต่อไป

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สภาส่อเดือด! ถกรายงานงบกองทุนบำนาญ สส. 'หมอวรงค์' ทุบโต๊ะเลิกสถานเดียว

ประชุมสภาฯ 2 เม.ย. ส่อเดือด! ถกรายงานงบกองทุนบำนาญ สส. ผู้ทรงเกียรติ 'หมอวรงค์' ทุบโต๊ะยกเลิกสถานเดียว หลังเปิดข้อมูลเป็น สส. แค่ปีเดียว ก็ได้สิทธิ เผยตัวเลขงบการเงิน สินทรัพย์ลด-ค่าใช้จ่ายพุ่ง

อดีตบิ๊กข่าวกรอง ชี้ MOU43 สิ้นมนต์ขลัง 'สว.'ยกเลิกแล้วเหลือมติ ครม. หวัง 'นายกฯ' จะไม่เปลี่ยนไปจากหาเสียง

นันทิวัฒน์ ระบุเอ็มโอยู​ 43​ สิ้นมนต์ขลังแล้ว สว.มีมติยกเลิกแล้วเหลือมติครม. แต่คนบางฝ่ายยังกอดเอ็มโอยูไว้แน่น ไม่อยากเลิก​ ยังเห็นมุมดีมีประโยชน์ ยังอาศัยเป็นกรอบในการเจรจากันได้

ดร.ณัฏฐ์ ชี้ คดีฮั้ว สว.ยังไม่จบ ปมอนุฯวินิจฉัยส่อกระทบมติ กกต.

สืบเนื่องจากกระแสข่าว คดีฮั้ว สว.ที่คณะอนุกรรมการวินิจฉัย กกต.คณะที่ 36 มีมติ 5 ต่อ 2 วินิจฉัย ผู้ถูกกล่าวหา 229 คนไม่กระทำฝ่าฝืน พรป.สว.มาตรา 77(1) นั้น

'ธีระศักดิ์' สว.ป้ายแดง แทน 'หมอเกศ' ยันไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด

'ธีระศักดิ์' เข้ารายงานตัวเป็น สว. แทน 'หมอเกศ' ยันไม่ฝักใฝ่การเมืองฝ่ายใด พร้อมทำหน้าที่ผลักดันกฎหมายเพื่อประโยชน์ประชาชน ขอไม่วิจารณ์ข่าวปล่อยผีคดีฮั้ว 229 คน อ้างเกินอำนาจหน้าที่

ศาลลงโทษหนัก! คุก 1 ปี 'นครชัย' อดีต สส.ส้ม มิให้เป็นเยี่ยงอย่าง

ศาลจำคุก 'นครชัย ขุนณรงค์' อดีต สส.ระยอง 1 ปี ไม่รอลงอาญา คดีเคยติดคุก ขาดคุณสมบัติ-เเจ้งความเท็จ ลงสมัครเลือกตั้งปี 66 ชี้มิให้เป็นเยี่ยงอย่างบุคคลอื่น ก่อนให้ประกันตัวระหว่างอุทธรณ์

ดร.ณัฏฐ์ ซัดเวทีจำลองเลือกตั้ง ไร้อำนาจตาม รธน. ไร้ผลกฎหมาย

สืบเนื่องจากนายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร สมาชิกวุฒิสภา ปธ.กมธ.พัฒนาการเมืองฯ วุฒิสภา จัดให้มีการจำลองการเลือกตั้ง โดยให้นายสม