'ชัยธวัช' ย้ำจุดยืนไม่เห็นด้วยหากศาลรธน.มีอำนาจเหนือรัฐสภา ตอกย้ำ 8 พรรคร่วมยังผนึกตัวเหนียวแน่น ท่องคาถาเป็นภาระฝ่ายประชาธิปไตยจัดตั้งรัฐบาลเพื่อยุติการสืบทอดอำนาจของขั้วเดิม
26 ก.ค.2566 - นายชัยธวัช ตุลาธน ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะเลขาธิการพรรคก้าวไกล (ก.ก.) กล่าวถึงกรณีนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา ออกมาระบุว่าอาจสามารถหารือในที่ประชุมรัฐสภาเพื่อทบทวนมติการเสนอชื่อเลือกนายกฯ ซ้ำได้ แต่ให้ยึดตามศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งผลวินิจฉัยของศาลมีผลผูกพันทุกองค์กร ว่าเราไม่เห็นด้วยหากศาลรัฐธรรมนูญจะมีอำนาจเหนือรัฐสภา ยกเว้นในส่วนที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ชัดเจน ว่าอำนาจของศาลอยู่ตรงไหน ดังนั้น จุดยืนของเราคือการนำเสนอทางออกให้กับสภา ว่าเมื่อมีความเห็นของสังคมว่ามติของรัฐสภาขัดต่อรัฐธรรมนูญ น่าจะใช้กลไกของรัฐสภาในการแก้ปัญหาของตนเองได้ ซึ่งควรใช้อำนาจของสภาเองในการแก้ไขปัญหานี้ ไม่เช่นนั้นเราที่ถือว่าเป็นตัวแทนของอำนาจอธิปไตย จะทำอะไรได้หรือไม่ได้ต้องไปถามศาลรัฐธรรมนูญทุกอย่าง มันไม่ควรจะเป็นแบบนั้น ซึ่งข้อเสนอในเรื่องนี้คงต้องเอาไปหารือกัน
เมื่อถามว่า พรรคก้าวไกล จะมีโอกาสพลิกในการกลับมาเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลหรือไม่ นายชัยธวัชกล่าวว่า คิดว่าทุกอย่างเป็นไปได้หมด แต่สิ่งที่เราอยากจะผลักดันตอนนี้ คือควรจะมีการปลดล็อกมติซึ่งขัดต่อรัฐธรรมนูญ ที่ทำให้การเสนอชื่อแคนดิเดตนายกฯ ซ้ำไม่ได้ หรืออาจจะทำได้แต่ก็เป็นไปด้วยความยากลำบาก ในส่วนนี้จะเป็นนเงื่อนไขที่บีบในการจัดตั้งรัฐบาลมีปัญหาได้ของ 8 พรรคร่วม ไม่ว่าจะเป็นแคนดิเดตนายกฯ จากพรรคใดก็ตาม เรื่องนี้คงไม่ใช่เรื่องของแคนดิเดตนายกฯ พรรคก้าวไกลพรรคเดียว
เมื่อถามต่อว่า หากปลดล็อกเรื่องนี้ได้ พรรคก้าวไกล และ 8 พรรคร่วมจะสามารถเสนอชื่อนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ซ้ำอีกครั้งหรือไม่ นายชัยธวัชกล่าวว่า ยังไม่ได้คุยกัน เบื้องต้นพรรคก้าวไกลได้ส่งไม้ต่อให้พรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล
เมื่อถามว่า การประชุมร่วมกันของ 8 พรรคร่วมจะมีการนัดหมายอีกครั้งในวันไหน นายชัยธวัชกล่าวว่า ยังไม่ได้รับการประสานงานจากพรรคเพื่อไทยเนื่องจากมีการงดการประชุมสภาไปด้วย พรรคเพื่อไทยน่าจะต้องการระยะเวลาพอสมควรที่จะนำข้อเสนอเข้าที่ประชุม 8 พรรคอีกครั้ง
เมื่อถามถึงกระแสข่าวที่จะมีการฉีกเอ็มโอยู พรรคก้าวไกล ยังคงย้ำจุดยืนเดิมหรือไม่ นายชัยธวัชกล่าวว่า ต้องรออในที่ประชุม สำหรับพรรคก้าวไกลจุดยืนเราชัดเจน ว่าพยายามอย่างดีที่สุดเพื่อให้การจัดตั้งรัฐบาลเป็นไปตามผลการเลือกตั้ง
ถามย้ำว่า ยังมั่นใจใช่หรือไม่ว่าจะไม่ไปถึงขั้นฉีกเอ็มโอยู นายชัยธวัชกล่าวว่า อย่าเพิ่งไปประเมิน แน่นอนการเมืองทุกอย่างเป็นไปได้ แต่ขอให้รอการประชุมดีกว่า
เมื่อถามว่า เมื่อการเลื่อนประชุมรัฐสภาเพื่อโหวตนายกฯ ถูกชะลอออกไป พรรคก้าวไกล จะช่วยหาเสียงสนับสนุนอย่างไร นายชัยธวัชกล่าวว่า เราพยายามพูดคุยกับ สว. ที่เราสามารถคุยได้ ถึงความเป็นไปได้ที่จะโหวตให้แคนดิเดตนายกฯ จากพรรคเพื่อไทย คงต้องช่วยๆ กัน เพราะการจัดตั้งรัฐบาลเป็นภาระหน้าที่ของเราทุกคน
เมื่อถามถึงกรณีที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ออกมาแสดงความคิดเห็นเชิงลบกับพรรคก้าวไกลได้มีการพูดคุยกันหรือไม่ว่าเกิดจากสาเหตุอะไร นายชัยธวัชกล่าวว่า ยังคงต้องเคารพความเห็นของทุกคน
เมื่อถามว่า พรรคก้าวไกลและพรรคเพื่อไทยยังมีความสัมพันธ์เป็นข้าวต้มมัดอยู่หรือไม่ นายชัยธวัชกล่าวว่า สิ่งสำคัญคือความต้องการและความคาดหวังจากประชาชน ที่อยากจะเห็นพรรคอันดับหนึ่งและอันดับสอง ซึ่งเป็นฝ่ายประชาธิปไตยจัดตั้งรัฐบาลร่วมกัน เพื่อยุติการสืบทอดอำนาจของขั้วอำนาจเดิม
เมื่อถามถึงกรณีที่หลายฝ่ายมองว่า ควรรออีก 10 เดือนเพื่อให้ สว.หมดวาระ ในทางปฏิบัติสามารถทำได้หรือไม่ นายชัยธวัชกล่าวว่า ในทางปฏิบัติทำได้ แต่อาจนานเกินไป อย่างไรก็ตามเชื่อว่า 8 พรรคการเมือง โดยเฉพาะพรรคอันดับหนึ่งและอันดับสองจับมือกันแน่น รัฐบาลเสียงข้างน้อยเป็นไปได้ยากกว่ารัฐบาลเสียงข้างมาก
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เอาแล้ว! เรืองไกรร้องศาลปกครองเพิกถอนทำประชามติเหตุคำถามไม่ตรงคำวินิจฉัยศาล
เรืองไกรร้องศาลปกครอง เพิกถอนการทำประชามติ เหตุรัฐสภาไม่ได้มีมติตามคำบังคับศาลรัฐธรรมนูญ
มติเอกฉันท์! ไม่รับคำร้อง MOA 'เท้ง-หนู'
มติเอกฉันท์ ศาลรัฐธรรมนูญไม่รับคำร้อง ปมMOA 'เท้ง-หนู' เหตุผู้ร้องไม่มีสิทธิ์ยื่น
จบข่าว! ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์ตีตกปมกล่าวหา 'อนุทิน' ฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง
'ศาลรัฐธรรมนูญ' มีมติเอกฉันท์ไม่รับคำร้อง 'คดีถนนสาธารณะขึ้น-ลงอากาศยาน' ชี้ผู้ร้องยื่นซ้ำไร้สาระใหม่ ปมกล่าวหา 'อนุทิน' ฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง ขัดรธน.
ศาล รธน. เรียกเอกสารหลักฐานจาก รมว.กลาโหม เพื่อวินิจฉัยคดีต่อต้านเกณฑ์ทหารของ 'เนติวิทย์'
ศาลรัฐธรรมนูญประชุมปรึกษาในคดที่ กรณีพ.ร.บ.รับราชการทหาร พ.ศ. 2497 มาตรา 27 และมาตรา 45 ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 26 และมาตรา 31 หรือไม่
อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกาชี้ 'ภูมิธรรม–ทวี' รอด! ส่งผลสะเทือน สว.ที่เล่นบทเหยื่อกระอัก
นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา
เปิดมติเสียงข้างมาก ศาลรัฐธรรมนูญตัดสิน 'ภูมิธรรม-ทวี' ไม่ผิดคดีฮั้ว สว.
ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมาก วินิจฉัยว่าความเป็นรัฐมนตรีของนายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตรองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมไม่สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา170 วรรคหนึ่ง(4)ประกอบมาตรา 160 (4 )และ(5)จากกรณีถูกร้องว่าใช้กรมสอบสวนคดีพิเศษเป็นเครื่องมือแทรกแซงกระบวนการ ตรวจสอบการเลือกสมาชิกวุฒิสภา ซึ่งเป็นอำนาจของกกต.จึงถือว่าทั้งสองไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์และมีพฤติกรรมเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรม

