พรึ่บ! ครม.ไฟเขียว แต่งตั้ง-โยกย้ายผู้บริหารระดับสูงมหาดไทย 24 ราย

18 ก.ย.2566 - นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่มี เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธาน มีมติเห็นชอบแต่งตั้งผู้บริหารระดับสูงและโยกย้ายข้าราชการ กระทรวงมหาดไทย รวม 24 ราย ทั้งนี้ มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.นี้เป็นต้นไป โดยแบ่งเป็นรองปลัดกระทรวง 1 ตำแหน่ง อธิบดี 3 ตำแหน่ง และผู้ว่าราชการจังหวัด 20 ตำแหน่ง

สำหรับการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูง และผู้ว่าราชการจังหวัด รวม 24 ตำแหน่ง ประกอบด้วย

1. นายชำนาญวิทย์ เตรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด เป็น รองปลัดกระทรวงมหาดไทย

2.นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เป็น อธิบดีกรมการปกครอง (ปค.)

3.นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็น อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน (พช.)

4.นายไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ เป็น อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.)

5.นายสนั่น พงษ์อักษร ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เป็น ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์

6.นายชลธี ยังตรง ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี เป็น ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา

7.นายสุภกิณห์ แวงชิน ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย เป็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก

8.นายขจรเกียรติ รักพานิชมณี ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช

9.นายทวี เสริมภักดีกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย เป็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์

10.นายนฤชา โฆษาศิริไลซ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เป็น ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์

11.นายภาสกร บุญญลักษม์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ เป็น ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี

12.นายสุพจน์ รอดเรือง ณ หนองคาย ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา เป็น ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา

13.นายโสภณ สุวรรณรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ เป็น ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต

14.นายวิบูรณ์ แววบัณฑิต ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็น ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม

15.นายอำพล พงศ์สุวรรณ ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย เป็น ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา

16.นายเกียรติศักดิ์ ตรงศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม เป็น ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี

17.นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย เป็น ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ

18.นายสมนึก พรหมเขียว ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม เป็น ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา

19.นายศักระ กปิลกาญจน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง เป็น ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล

20.นายผล ดำธรรม ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี เป็น ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร

21.นายบัญชา เชาวรินทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก เป็น ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี

22.นายเจษฎา จิตรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เป็น ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี

23.นายพิริยะ ฉันทดิลก ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย เป็น ผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง

และ 24. นายศุภศิษย์ กอเจริญยศ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาพสินธุ์ เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี

 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ยกระดับ ‘สมุดสีชมพูโฉมใหม่’ เชื่อมข้อมูลสุขภาพแม่และเด็กเข้าระบบดิจิทัล

รัฐบาลยกระดับ ‘สมุดสีชมพูโฉมใหม่’ เชื่อมข้อมูลสุขภาพแม่และเด็กสู่ระบบดิจิทัล ย้ำเน้นฝากครรภ์คุณภาพ ดูแลแม่–ลูกครบวงจร

'ภคมน' เย้ย 'อนุทิน' เกรงใจเอเจนซีใหญ่ ไม่กล้าถอนรากถอนโคนมาเฟียภูเก็ต สั่งย้ายข้าราชการแค่ละครตบตา

น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงการเด้งผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต และรองผู้ว่าฯ จ.ภูเก็ต

ผู้ว่าฯเซมเบ้เข้าพบนายกฯ โผกอดกลาง บน.6 สะพัดย้ายเข้ามหาดไทย

“นิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร” ผู้ว่าฯ ภูเก็ต เข้าพบนายกฯ ที่กองบิน 6 ก่อนเดินทางเยือนรัสเซีย โดยมีภาพสวมกอดทักทายกันอย่างเป็นกันเอง ขณะที่ “อนุทิน” เอ่ยประโยคชวนจับตา “มาอยู่กับพี่ มาอยู่ใกล้ๆ” ท่ามกลางกระแสข่าวการโยกย้ายข้าราชการระดับสูง ก่อนรายงานสถานการณ์และการแก้ปัญหาในพื้นที่ภูเก็ตต่อนายกฯ อย่างใกล้ชิด

'พลพีร์' เผยนายกฯ สั่ง 3 รมช.มหาดไทย สางปัญหาภูเก็ต โวลั่นรอดูฝีมือพวกผม

นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงกรณี ครม.มีมติ โยกย้ายนายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ไปดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงมหาดไทย และสลับนายโชตินรินทร์

ปลัด มท. แจงยิบ สลับเก้าอี้ปกครองภูเก็ต เหมือนมีเม็ดทรายในรองเท้าก็ต้องเอาออก

นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีครม.เห็นชอบแต่งตั้งนายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ไปดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงมหาดไทย และแต่งตั้งนายโชตินรินทร์ เกิดสม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ไปดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตแทนว่า