
‘จตุพร’ กระทุ้ง ‘เศรษฐา’ แจงเงินหมื่นดิจิทัล ขอรูปธรรมชัดเจน ยังยืนยันทำตามหาเสียงหรือไม่ ปูดกระแส ‘ประยุทธ์’ รีเทิร์นมาแรง จับตา มี.ค. – เม.ย. 67 เห็นภาพการเมืองใหญ่ขยับ
10 พ.ย. 2566 – นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน เฟซบุ๊กไลฟ์เรียกร้องนายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯ และ รมว.คลัง ซึ่งนัดแถลงความคืบหน้านโยบายแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ตในวันนี้ว่า สิ่งสำคัญขอให้มีความชัดเจนเป็นรูปธรรม และยังยืนยันจะยึดมั่นตามที่ประกาศหาเสียงเลือกตั้งไว้หรือไม่
นายจตุพร ย้ำว่า การแถลงของนายกฯ ต้องเริ่มต้นยืนยันว่า จะแจกได้ในวันไหน อีกทั้งยังจะทำตามที่หาเสียงและแถลงนโยบายของรัฐบาลไว้หรือไม่ หรือจะทำตาม 3 แนวทางที่คณะอนุกรรมการศึกษานโยบายนี้ ได้เคยแถลงไว้ เพราะสิ่งที่ประชาชนต้องการรู้ อยากฟังคือ รูปธรรมการดำเนินการที่สามารถจับต้องได้ชัดเจน
“การแถลงต้องมีความชัดเจนว่า ดิจิทัลวอลเล็ตจะต้องใช้บล็อกเชน และยังจะแจกเงินดิจิทัลอยู่หรือไม่ หรือจะแจกเป็นเงินบาท และเงินเอามาอย่างไร ถ้าเป็นเงินงบประมาณผูกพัน 4 ปี จะแจกอย่างไร แจกเป็นกลุ่ม หรือแจกเป็นสัดส่วน หากไม่ครบหมื่นบาทก็คงไม่กระตุ้นอะไรได้ สิ่งเหล่านี้เป็นต้องมีความชัดเจนเป็นรูปธรรม” นายจตุพร กล่าว และว่าแม้เวลาที่ผ่านมานั้นการแจกเงินดิจิทัลไม่เคยมีความชัดเจนให้ประชาชน แต่ท้ายสุดแล้วนายเศรษฐาจะได้อยู่ถึงวันแจกเงินดิจิทัลหรือไม่ และที่สำคัญจะเป็นไปตามที่ประกาศหาเสียงไว้หรือไม่
นายจตุพร กล่าวถึงแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลนัดกินข้าวในรอบสองเดือนว่า ช่วงเวลาสองเดือนที่อยู่มารัฐบาลไม่มีผลงานโดดเด่น และไม่มีการเปลี่ยนแปลงชัดเจน อย่างไรก็ตามผลงานเดียวที่ปรากฎขึ้นนั้น คือเวลาที่อยู่มาถึงสองเดือน รวมทั้งตั้งแต่นายเศรษฐาเป็นนายกฯ เอาแต่จะไปต่างประเทศ ยังไม่มีผลงานเป็นชิ้นเป็นอัน ฉายเพียงภาพความขยัน การทำงานเป็นเพียงปรากฎการณ์ ไม่มีรูปธรรมเนื้องานออกมา จนทำให้เกิดความรู้สึกว่าเป็นนายกฯจริงๆ หรือไม่
“ถ้าในอนาคตอันใกล้ จะด้วยเหตุใดก็ตาม มีการเปลี่ยนตัวนายกฯ หากคนมาใหม่คือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งเสียงเริ่มดังขึ้นแล้ว จึงน่าจับตาในสถานการณ์นี้” นายจตุพร ระบุ
นอกจากนี้ ตั้งข้อสังเกตว่า ทำไมช่วงหาเสียงเลือกตั้งแม้แข่งขันกันอย่างหนัก แต่สุดท้าย พล.อ.ประยุทธ์ กลับมาช่วยให้เพื่อไทยตั้งรัฐบาลสำเร็จ โดยเทเสียงสมาชิกวุฒิสภา (สว.) หนุนโหวตนายเศรษฐาเป็นนายกฯ ในวันที่ 22 ส.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งตรรกนี้ไม่มีใครคิดว่าจะเป็นไปได้เลย แต่ก็เกิดขึ้นมาแล้ว ทั้งนี้บรรดากองเชียร์เพื่อไทยต้องมีสติว่า เหตุใด สว.ฝ่าย พล.อ.ประยุทธ์ จึงโหวตให้นายเศรษฐา เป็นนายกฯ อีกทั้งการกลับไทยโดยไม่บังเอิญของนายทักษิณ ชินวัตร ในวันโหวตนายกฯ (22 ส.ค.) แล้วยังไม่ได้เข้าคุกสักวันเดียวนั้น ทุกอย่างเป็นเรื่องเดียวกันทั้งสิ้น แต่อะไรก็ตามไม่มีวันจะได้มาฟรีๆ ไม่มีโหวตการกุศล
นายจตุพร กล่าวถึงการอพยพคนไทยออกจากอิสราเอลว่า สถานการณ์ฉนวนกาซาจากนี้ไปถ้าขัยบไปถึงสงครามเต็มขั้นแล้ว รัฐบาลไทยจะเอาสถานการณ์อยู่หรือไม่ นอกจากนี้ ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อก่อนจะถึงวันที่ 11 พ.ค. 2567 ที่เป็นปฏิทินการเมืองใหญ่ครบวาระ 5 ปีของ สว. จะส่งผลถึงการเปลี่ยนแปลงอะไรขึ้น อย่างไรก็ตาม สถานการณ์คงไม่รอถึงวันที่ 11 พ.ค. แต่จะถอยร่นลงมาประมาณ 2-3 เดือน ประมาณเดือน มี.ค. – เม.ย. 2567 คงเห็นความชัดเจน.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
นายกฯ ชี้จ่ายเงินเยียวยาแพะ 8 พันล้านไม่ใช่ผลงานแต่เป็นความอัปยศ!
นายกฯ เปิดงาน '24 ปีการช่วยเหลือเหยื่อผู้บริสุทธิ์' สั่งการผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ ทำงานรวดเร็ว ทั่วถึงเป็นธรรม ชี้จ่ายเงินเยียวยา 8 พันล้าน ไม่ใช่ผลงานแต่เป็นความอัปยศ ยกระดับกระบวนการยุติธรรมไทยสู่สากล
'จตุพร' แนะ 'อนุทิน' กางแลนด์บริดจ์สื่อสารให้ชัด หวั่นจะเสียค่าโง่แบบตอม่อโฮปเวลล์
นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน เฟซบุ๊คไลฟ์ (LIVE) รายการประเทศไทยต้องมาก่อน ว่า รัฐบาลโดยนายอนุทิน ชา
เดินหน้าตามนโยบายนายกฯ ลุยปราบ 'นอมินี' โชว์ไตรมาสแรกกวาดล้างบริษัทกลุ่มเสี่ยงลดลง 60%
โฆษกรัฐบาล แจง รัฐลุยปราบ ‘นอมินี’ มุ่งสร้างธุรกิจโปร่งใส เป็นธรรม ตอกย้ำคำประกาศนายกฯ ‘ไม่มีเคลียร์ เด็ดขาดทุกคดี’ ชวนปชช.แจ้งเบาะแส 1570
รัฐบาลน้อมรับนิด้าโพล 'แลนด์บริดจ์' ต้องสื่อสารวงกว้าง
4 พ.ค. 2569 - นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงผลสำรวจนิด้าโพลในหัวข้อ “คนใต้ว่าไง โครงการแลนด์บริดจ์จะมาแล้ว” ที่พบว่า กลุ่มผู้ที่เคยรับรู้ข้อมูลโครงการ จำนวน 1,333 คน (เคยได้ยิน และเข้าใจดีมาก / เคยได้ยิน และพอจะเข้าใจบ้าง /เคยได้ยิน แต่เข้าใจเพียงเล็กน้อย) ส่วนใหญ่ร้อยละ 67.22 เห็นด้วยกับโครงการ โดยแบ่งเป็น เห็นด้วยมาก 34.21% และค่อนข้างเห็นด้วย 33.01% ขณะที่มีประมาณร้อยละ 32.78 ไม่เห็นด้วย สะท้อนทั้งโอกาสของโครงการ และบทบาทของภาครัฐในการสื่อสารข้อมูลอย่างต่อเนื่องและโปร่งใส ส่วนกรณีพบว่าเกินครึ่งหรือร้อยละ 54.53 เคยได้ยินแต่เข้าใจเพียงเล็กน้อยเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์นั้น นางสาวรัชดา กล่าวว่า นี่คือโจทย์ที่รัฐบาลต้องเร่งสื่อสารสร้างการรับรู้ ทั้งกลุ่มประชาชนที่ยังไม่เคยได้ยินหรือไม่เข้าใจ ให้เข้าถึงความข้อมูลมากยิ่งขึ้น “นายกรัฐมนตรี ได้กำชับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสร้างความเข้าใจต่อสาธารณชนเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การตัดสินใจและการขับเคลื่อนโครงการเป็นไปอย่างรอบด้าน และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ” โฆษกประจำสำนักนายกฯ ระบุ สำหรับนักวิชาการและผู้สนใจหลายฝ่ายออกมาแสดงความคิดเห็นทั้งสนับสนุนและตั้งข้อสังเกตต่อโครงการอย่างต่อเนื่อง แต่ความเห็นที่สอดคล้องกัน คือ โครงการแลนด์บริดจ์เป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของไทย ทั้งด้านโลจิสติกส์ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การสร้างงาน และการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ ซึ่งอาจเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อเศรษฐกิจในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ภาครัฐยังให้ความสำคัญกับข้อคำถามสำคัญ อาทิ มูลค่าการลงทุน ความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ รวมถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนในพื้นที่ โดยทุกประเด็นต้องถูกศึกษาในรายละเอียด เพื่อกำหนดมาตรการรองรับอย่างเหมาะสม ให้โครงการสามารถดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตรวจสอบได้ “นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำให้ทุกประเด็นต้องอธิบายได้อย่างชัดเจน แม้ภาพรวมจะได้รับการสนับสนุน แต่ยังมีข้อกังวลจากประชาชน ภาครัฐจึงต้องเร่งสื่อสาร สร้างความเข้าใจ และเปิดรับฟังความคิดเห็นอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การขับเคลื่อนโครงการเป็นไปอย่างรอบคอบและได้รับการยอมรับ” นางสาวรัชดา กล่าว.
‘คนละครึ่ง’ค้างเติ่ง เอกนิติชงไม่ทัน5พ.ค./หนูเร่งพ.ร.ก.กู้เงิน/ไทยช่วยไทยคึก
นายกฯ ยันเร่งดัน พ.ร.ก.กู้เงินเข้า ครม.อังคารที่ 5 พ.ค.นี้ ส่วน “เอกนิติ” บอกคนละครึ่งพลัสรอไปก่อน อ้างต้องรอสรุปตัวเลขงบประมาณที่เหลือ “อนุทิน”
ขึ้น‘ค่าจ้าง’ต้องมีเหตุผล แรงงานยื่นข้อเสนอพรึ่บ
“อนุทิน” ระบุขึ้นค่าแรงต้องมีเหตุผล รัฐบาลเตือนนายจ้างวันแรงงานแห่งชาติ ลูกจ้างมีสิทธิหยุดงานพร้อมรับค่าจ้างปกติ ถ้าไม่ได้หยุดเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 1 เท่า ค่าล่วงเวลาไม่น้อยกว่า 3 เท่าของอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมง ขณะที่ 27 องค์กรรวมพลยื่น 8 ข้อเรียกร้องรัฐบาล ตั้งกองทุนประกันความเสี่ยง-อัปเกรดสวัสดิการ

