'เศรษฐา' คิกออฟ! ล้างบางหนี้นอกระบบ เลิกค้าทาสยุคใหม่ คืนรอยยิ้มประชาชน

‘เศรษฐา’ ประกาศคิกออฟล้างบางหนี้นอกระบบ ร่วมแก้ปัญหาค้าทาสยุคใหม่ให้หมดประเทศ จี้กำหนดกรอบเวลาดำเนินคดีให้เร็วที่สุด ต้องไม่มีการละเว้น

8 ธ.ค. 2566 – เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ห้องรอยัลจูบิลี บอลรูม อาคารชาเลนเจอร์ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานการประชุมมอบนโยบายและแนวทางการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายชาดา ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ รมช.คลัง พร้อมด้วย ผู้บริหารกระทรวงมหาดไทยผู้บริหารสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดทุกจังหวัด ปลัดกรุงเทพมหานคร ปลัดจังหวัดทุกจังหวัด นายอำเภอทุกอำเภอ ผู้อำนวยการเขตทุกเขต ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธร ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลทุกแห่ง รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ

โดยเมื่อมาถึง นายกฯ ได้รับฟังบรรยายสรุปการการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบจากหน่วยงานต่างๆ และเมื่อมาถึงบูธของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ นายกรัฐมนตรี ได้กำชับเร่งรัดการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบเพราะถือเป็นสารตั้งต้นอาชญากรรม

จากนั้น นายกฯ กล่าวมอบนโยบายว่า ก่อนอื่นต้องขอบคุณทุกฝ่ายที่ร่วมกันขับเคลื่อนการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบอย่างจริงจัง ทั้งกระทรวงมหาดไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และทุกหน่วยงานทุกที่เข้ามามีส่วนร่วม วันนี้ไม่ได้เชิญทุกท่านมากระชับอำนาจให้ตน แต่มาขอแรงจากทุกท่านทำประโยชน์ให้พี่น้องประชาชน มาช่วยกันทำให้การค้าทาสในยุคใหม่หมดไปจากประเทศไทยด้วยกัน พี่น้องเพื่อนร่วมชาติเราจำนวนมากมีความทุกข์ ถูกพรากอิสรภาพในการใช้ชีวิต เพราะมีหนี้สินจองจำพวกเขาอยู่ พวกท่านในฐานะข้าราชการฝ่ายปกครองที่ทำหน้าที่บำบัดทุกข์บำรุงสุข และเจ้าหน้าที่ตำรวจในฐานะผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ตนเชื่อมั่นว่าพวกท่าน สามารถช่วยพี่น้องประชาชนให้มีอิสรภาพต่อชีวิต สร้างขวัญและกำลังใจให้กับพวกเขาได้

นายเศรษฐา กล่าวว่า ในฐานะนายกรัฐมนตรี จำเป็นต้องขอพึ่งพาความรู้ความสามารถของพวกท่าน ช่วยให้พี่น้องประชาชนของเราเป็นอิสระ หลุดพ้นพันธนาการจากหนี้นอกระบบนี้ ทุกท่านคงทราบกันดีว่ารัฐบาลได้กำหนดให้การแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบเป็นวาระแห่งชาติ ที่พวกเราทุกคนจะต้องมาร่วมแรงร่วมใจกัน แก้ไขปัญหานี้ให้กับพี่น้องประชาชน ที่ได้รับความเดือดร้อนจากการเรียกเก็บดอกเบี้ยเกินที่สูงอย่างไม่เป็นธรรม การทวงถามหนี้ที่มีลักษณะคุกคามขู่เข็ญหรือใช้กำลังประทุษร้าย ส่งผลต่อการใช้ชีวิตและความสงบเรียบร้อยของสังคม เรื่องนี้ตนได้แถลงนโยบายที่ทำเนียบรัฐบาลไปแล้วเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2566 และคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก็ได้มีคำสั่งเมื่อวันจันทร์ที่ 4 ธันวาคม ระหว่างที่เราไป ครม. สัญจร ให้กระทรวงมหาดไทยเป็นเจ้าภาพร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บูรณาการ ขับเคลื่อน และประสานงานร่วมกัน เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเรื่องนี้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน

“ในวันนี้มีผู้บริหารระดับสูงและผู้นำหน่วยงานที่มีความใกล้ชิดกับประชาชนทั่วประเทศ มารวมกัน ณ ที่แห่งนี้ ตนจึงอยากให้ทุกท่านได้รับรู้และทำความเข้าใจที่ตรงกันว่าการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบนั้นเป็นวาระสำคัญของชาติจริง ๆ นี่ไม่ใช่การแก้ไขปัญหาเพื่อภาพลักษณ์ของรัฐบาล ของตน หรือของหน่วยงานท่าน แต่นี่คือการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับประชาชน ให้สามารถฟื้นกลับมาใช้ชีวิตโดยไม่ต้องหวาดระแวง และมีรอยยิ้มได้โดยทั่วกัน” นายกฯ ระบุ

สำหรับกระบวนการเกี่ยวกับการร้องเรียน คงต้องขอพูดถึงการลงทะเบียนที่เป็นจุดเริ่มต้นของกระบวนการทั้งหมด ที่ประชาชนจะเข้ามาสัมผัสกับพวกท่าน มาเล่าให้ฟังถึงความเดือดร้อนของพวกเขา วันนี้เราทำต่างจากที่เคยทำมาในอดีต เราได้บูรณาการช่องทางให้หลากหลาย เพื่อให้พี่น้องประชาชนเลือกเข้าไปในช่องทางที่พวกเขารู้สึกสะดวก ปลอดภัย ช่องทางแรก ทุกท่านคงทราบกับดีแล้วว่ากระทรวงมหาดไทยได้เปิดให้มีการลงทะเบียนลูกหนี้นอกระบบผ่านศูนย์ดำรงธรรม ทั้งในระดับจังหวัดและระดับอำเภอ รวมถึงเบอร์ติดต่อ 1567 ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม ที่ผ่านมา ถึงวันนี้ ได้มีลูกหนี้ที่มาลงทะเบียนแล้วกว่า 71,000 คน รวมยอดมูลหนี้นอกระบบกว่า 3,500 ล้านบาท

นอกจากนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก็มีศูนย์ป้องกันปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับหนี้นอกระบบ สายด่วน 1599 และประชาชนก็สามารถเข้าไปที่โรงพักใกล้บ้านเพื่อแจ้งเหตุได้ ในส่วนของสำนักนายกรัฐมนตรี ก็มีศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ สายด่วน 1111 ที่ประชาชนทั่วประเทศสามารถร้องเรียนความเดือดร้อนปัญหาหนี้นอกระบบได้ เมื่อรับเรื่องร้องเรียนแล้ว ข้อมูลของประชาชนจะมีการประสานเชื่อมโยงฐานข้อมูลจากทุกช่องทางเข้ามาด้วยกัน เพื่อไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อน ได้รับการดูแลไม่ให้ตกหล่น และเป็นข้อมูลที่ถูกต้อง ไม่มีการบิดเบือน ประชาชนที่ลงทะเบียนก็จะได้รับเลข Reference Number ในทุก ๆ กรณีเพื่อตรวจสอบความถูกต้อง ประชาชนสามารถติดตามความคืบหน้า หรือสถานการณ์การดำเนินการที่ได้ร้องเรียนไว้บนเว็บไซต์ของภาครัฐได้ตลอดเวลา

นายกฯ กล่าวว่า ทั้งหมดที่กล่าวไปนั้น ทั้งในการเปิดช่องทาง ทั้งที่ศูนย์ดำรงธรรม ทั้งที่อำเภอและเบอร์ 1567 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เบอร์ 1599 หรือที่โรงพักใกล้บ้าน และศูนย์เรื่องราวร้องทุกข์สายด่วนสำนักนายกรัฐมนตรี 1111 จะทำให้ประชาชนสามารถเลือกช่องทางที่ตนเองรู้สึกปลอดภัย ไม่ต้องกลัวผู้มีอิทธิพล รวมถึงสามารถเดินไปร้องเรียนข้ามเขต ข้ามอำเภอก็ได้

“ผมขอให้ทุกท่านร่วมกันเป็นกระบอกเสียง ช่วยกันสื่อสาร เชื้อเชิญให้ประชาชนที่มีความเดือดร้อนเข้ามาลงทะเบียน ไม่ว่าจะเป็นการทวงหนี้ จากแก๊งหมวกกันน็อก เว็บไซต์ให้กู้ยืมออนไลน์ หรือเจ้าหนี้นอกระบบในรูปแบบอื่น ๆ ทุกการสื่อสารของพวกท่านล้วนเป็นกำลังสำคัญที่จะทำให้การแก้ไขหนี้นอกระบบประสบผลสำเร็จ หลังจากที่เรื่องร้องเรียนเข้ามาในระบบแล้ว ส่วนกลางจะวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อจัดประเภทเรื่องที่ร้องเรียน ก่อนส่งไปให้ในแต่ละพื้นที่ดำเนินการต่อ ซึ่งถ้าพบว่ามีกรณีที่องค์ประกอบความผิดครบ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าพนักงานอัยการสามารถดำเนินการจับกุมและดำเนินคดีได้ทันที ย้ำนะครับ ถ้าองค์ประกอบความผิดครบเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ที่กฎหมายกำหนด ไม่ได้มีการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่แต่อย่างใด“ นายเศรษฐา ระบุ

ทั้งนี้ เชื่อว่าในหลายๆ ครั้ง เจ้าหนี้และลูกหนี้ก็ยังพร้อมที่จะประนีประนอมกันได้ ก็ขอให้เชิญเข้ามาไกล่เกลี่ยกัน ให้เข้ามาร่วมกันหาทางออกอย่างสันติวิธี และถูกต้องตามกฎหมาย จัดทำเป็นสัญญาประนีประนอมต่อกัน ตามแบบฟอร์มที่ทางกระทรวงมหาดไทยได้จัดเตรียมไว้ และกำหนดอัตราดอกเบี้ย ระยะเวลา และงวดผ่อนชำระหนี้ ที่เหมาะสมกับศักยภาพการชำระหนี้ของลูกหนี้แต่ละราย ซึ่งตนเชื่อว่าจะเป็นทางออกที่ดีทั้งกับเจ้าหนี้และลูกหนี้ การดำเนินการทั้งหมดตั้งแต่รับเรื่อง รัฐบาลจะมีการติดตามผล โดยสำนักนายกรัฐมนตรี 1111 จะทำการติดต่อติดตามผล (Follow Up) เพื่อดูว่าทั้งลูกหนี้และเจ้าหนี้ สามารถดำเนินการตามข้อตกลงที่ทำไว้ได้หรือไม่ แล้วหากยังพบปัญหา ไม่สามารถดำเนินการตามสัญญาฉบับใหม่ได้ ก็จะขอเชิญเจ้าหนี้และลูกหนี้เข้ามาร่วมกันแก้ไขข้อตกลงให้เหมาะสมกันอีกครั้ง หรือถ้าในภายหลังพบว่ายังมีการข่มขู่ หรือเจ้าหนี้ไม่ยอมปฏิบัติตามสัญญาไกล่เกลี่ยฯ จนเป็นเหตุให้ลูกหนี้เดือดร้อน พนักงานฝ่ายปกครองและเจ้าหน้าที่ตำรวจ ต้องร่วมกันบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดต่อไป

นายเศรษฐา กล่าวว่า ประชาชนสามารถติดตามผลการดำเนินการไกล่เกลี่ยได้จาก 5 ช่องทางตั้งแต่ ศูนย์ดำรงธรรม หรือเบอร์ 1567 หรือเว็บไซต์ debt.dopa.go.th หรือเบอร์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 1599 หรือเบอร์สำนักนายก 1111 กระบวนการทั้งหมดนี้ ไม่ได้เป็นการตัดสิทธิลูกหนี้ หรือเจ้าหนี้ในการใช้สิทธิอื่น ๆ ตามกฎหมาย หรือกระบวนการยุติธรรมอื่น ๆ แต่ตนขอย้ำว่านี่เป็นกระบวนการที่เจ้าหนี้ และลูกหนี้ ร่วมกันสมัครใจเข้ามาเพื่อหาทางออกร่วมกัน โดยรัฐยินดีที่จะให้ความช่วยเหลือทั้งในชั้นการไกล่เกลี่ย การให้คำแนะนำ และการให้ความช่วยเหลือจากสถาบันการเงินของรัฐ ตนเข้าใจดีว่าในหลายครั้ง ลูกหนี้ตั้งใจที่จะฟื้นฟูศักยภาพ และต้องการช่องทาง แหล่งเงินอื่นๆ นอกเหนือจากเจ้าหนี้ที่กล่าวไป กระทรวงการคลัง และสถาบันการเงินของรัฐก็จะเข้ามามีส่วนร่วมในการให้ความช่วยเหลือแก่ลูกหนี้ตามโครงการที่ได้จัดเตรียมไว้

สำหรัรบขั้นตอนที่ตนกล่าวไปทั้งหมดมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งในการบำบัดทุกข์ บำรุงสุข ของพี่น้องประชาชนที่ตกเป็นทาสหนี้นอกระบบ ตนขอให้ทุกท่านศึกษาและทำความเข้าใจกระบวนการปฏิบัติงาน ซึ่งจะเป็นมาตรฐานในการทำงาน หรือ Standard Operating Procedure (SOP) ให้ถ่องแท้ ซึ่งประกอบไปด้วยขั้นตอนตั้งแต่การรับเรื่อง การช่วยเหลือ การไกล่เกลี่ย การบังคับทางกฏหมาย และอื่นๆ ตนขอให้ทั้งเจ้าหน้าที่มหาดไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงการคลัง ร่วมกันศึกษาในรายละเอียดของกันและกัน ให้เข้าใจถึงความรับผิดชอบของทุกภาคส่วน เพื่อให้การทำงานไม่ซ้ำซ้อน บูรณาการได้จากทุกฝ่าย

นายกฯ กล่าวว่า หนี้นอกระบบเป็นปัญหาที่มีความซับซ้อน ที่อำนาจตามกฏหมายของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง ไม่เพียงพอที่จะช่วยแก้ปัญหาได้อย่างครบวงจร วันนี้ตนจึงขอให้ทุกท่านทำงานร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายปกครอง หรือกระทรวงการคลัง ให้ใช้อำนาจอย่างถูกต้องตามที่พวกท่านถืออยู่ตามกฏหมายทำให้ประชาชนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ในขณะที่ท่านก็สามารถปฏิบัติราชการได้อย่างสบายใจขั้นตอนที่ตนกล่าวไปนั้น เป็นขั้นตอนมาตรฐานที่ตนมั่นใจว่าทุกท่านในที่นี้มีความสามารถที่จะปฏิบัติตามได้อย่างไม่มีปัญหา แต่ในส่วนที่สำคัญ และตนอยากจะลงรายละเอียดให้มากขึ้น คือขั้นตอนที่ตนเข้าใจว่าในทางปฏิบัติมีความท้าทายเป็นอย่างยิ่ง ได้แก่ การไกล่เกลี่ยประนีประนอมข้อพิพาท ขั้นตอนนี้ เป็นทั้งศาสตร์ ที่เกี่ยวข้องกับการคำนวณ การคิดดอกเบี้ยหนี้สิน และเป็นทั้งศิลป์ ที่เกี่ยวข้องกับการเจรจาระหว่างเจ้าหนี้กับลูกหนี้

นายเศรษฐา กล่าวว่า ปัญหาที่ท่านอาจจะพบ คือการที่เจ้าหนี้หรือลูกหนี้ไม่ยอมเข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ย ท่านอาจจะต้องออกไปพบ ไปพูดคุย เชิญชวน ซึ่งเป็นมาตรการที่ตนเรียกว่าไม้อ่อนเพื่อให้พวกเขาสมัครใจเข้ามาสู่กระบวนการและในหลายๆครั้ง ท่านอาจจะต้องเป็นผู้ใช้อำนาจตามกฏหมายในการบังคับ (Enforce) ซึ่งเป็นไม้แข็งในการนำเจ้าหนี้หรือลูกหนี้เข้าสู่ระบบ ตนขอให้ทุกท่าน ไม่ยอมแพ้ ไม่ท้อถอย ไม่หยุดช่วยเหลือประชาชน โดยเฉพาะในกรณีที่พวกเขาไม่ยอมสมัครใจเข้าสู่กระบวนการ ซึ่งตนขอมุ่งเป้าไปที่กลุ่มเจ้าหนี้หรือลูกหนี้ที่มีพฤติการณ์กระทำผิดกฏหมาย สร้างความเดือดร้อนนานาชนิด ต้องแก้ปัญหาให้ได้ อย่าปล่อยผ่านท่านต้องนำความรู้ด้านการทำสัญญาประนีประนอม ที่ต้องระบุรายละเอียดเจ้าหนี้และลูกหนี้ให้ชัดเจน กำหนดมูลหนี้ การคิดอัตราดอกเบี้ย การยกเลิกเพิกถอนสัญญาที่ไม่เป็นธรรม และเงื่อนไขอื่นๆ ในการบังคับคดีหรือสิทธิในทางศาลได้โดยถูกต้องตามกฏหมาย ตนขอฝากให้ท่านใช้ศาสตร์และศิลป์อย่างตรงไปตรงมาในการดำเนินงานนี้

ส่วนเรื่องถัดไปที่สำคัญ การทำงานเราจะต้องมีเป้าหมายใช่ไหม ตนขอประกาศเป้าหมายว่าหนี้นอกระบบจะต้องได้รับการดำเนินการโดยเด็ดขาดทั้งฝ่ายปกครองและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะต้องมีการกำหนดตัวชี้วัด (KPI) ที่เหมาะสม และกรอบเวลาที่ชัดเจน ซึ่งตนขอหลักการกว้างๆให้ท่านดังนี้ ท่านจะต้องไม่ตั้งเป้าหมายที่ง่ายเกินไปจนไม่สามารถวัดผลอะไรได้ และไม่ ยากเกินไปจนเป็นเหตุให้ผู้ปฏิบัติงานรู้สึกไม่อยากเริ่มทำ ทางสำนักงานตำรวจ ท่านควรจะต้องกำหนดระยะเวลาดำเนินการในการจับกุมเพื่อดำเนินการให้เร็วที่สุด และระยะเวลาการทำสำนวนการสอบสวน ทางกระทรวงมหาดไทย ฝ่ายปกครอง ก็ควรกำหนดสัดส่วนเรื่องที่เข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ย และเรื่องที่เจ้าหนี้ลูกหนี้ร่วมกันทำสัญญาประนีประนอมได้สำเร็จ กำหนดระยะเวลาในการดำเนินการแต่ละขั้นตอน ทั้งในชั้นรับเรื่องร้องเรียนถึงการเข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ย และชั้นการทำสัญญาประนีประนอม ไว้ให้ชัด และไม่นานจนเกินไปอย่างที่กล่าวไป กรอบข้างต้นเป็นกรอบกว้างๆ ที่ผู้บริหารจะต้องช่วยกันนำไปย่อยเป็นเป้าเล็กๆ ให้เป็นความสำเร็จ

อย่างไรก็ตาม มั่นใจว่าทุกๆท่านในที่นี้มีความสามารถในการปฏิบัติตามได้อย่างไม่มีปัญหา แต่ในส่วนที่สำคัญที่ตนได้พูดรายละเอียดไปขอให้คอยปรับปรุงการทำงานให้ดีขึ้นเรื่อยๆและปัญหานี้นอกระบบจะลดน้อยลงไปทันทีสุดท้ายนี้ตนขอขอบคุณทุกหน่วยงานที่จะร่วมกันขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของรัฐบาลเรื่องการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบให้เป็นผลชัดเจนมากกว่าในครั้งใดๆที่ผ่านมา ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างที่ประชาชนเฝ้ารอว่าหน่วยงานจะสามารถแก้ไขหนี้สินให้คลี่คลายลงไปได้ ตนขอย้ำให้ทุกท่านให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาของประชาชนในเรื่องนี้ ตนเข้าใจว่าพวกท่านมีงานหลายด้านหลายมิติ อยากให้ท่านรักษาเกียรติและศักดิ์ศรีของท่านด้วยการทำให้ประชาชนและรับใช้ประชาชนมากขึ้น

นายกฯ กล่าวด้วยว่า และตนตระหนักดีว่าภารกิจครั้งนี้แม้จะเป็นเรื่องที่หนักและเหนื่อยในบางเหตุการณ์ อาจจะต้องมีการเสี่ยงภัยเกิดอันตรายขึ้นได้กับทั้งผู้ปฏิบัติงานหรือผู้ได้รับความผิด แต่หากทุกท่านได้เข้าช่วยเหลือประชาชนแม่เพียงคนเดียวได้ ให้เขาได้พ้นจากทุกข์ มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน รวมทั้งญาติลูกหลานของเขาให้หลุดพ้นจากพันธนาการหนี้สินที่ไม่มีวันสิ้นสุดนี้ได้ ท่านควรจะมีความสุขเป็น change for good (เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี) สร้างความสุขสร้างรอยยิ้มให้กับประชาชน สำหรับตนนั้นคือความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ สมเกียรติและศักดิ์ศรีของท่านในฐานะข้าราชการ ผู้บำบัดทุกข์บำรุงสุข และผู้พิทักษ์สันติราษฎร์.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เปิดภารกิจนายกฯ ลงพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ครั้งแรก 27-29 ก.พ.

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง มีภารกิจเดินทางไปตรวจราชการในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้คือ จ.ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ระหว่างวันที่ 27 - 29 ก.พ. นี้ โดยช่วงเช้าวันที่ 27 ก.พ. นายกฯ จะเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)

นายกฯ เรียก 'ธรรมนัส-เลขาฯสปก.-ปลัดทส.' เคลียร์ปัญหาหมุดที่ดินรุกป่าเขาใหญ่

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง ได้เชิญ รอ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยนายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

'เศรษฐา' ลั่นกลางครม. ไม่ห่วงเรื่องบารมี ย้ำอีกรอบให้ลดจำนวนผู้ติดตามขบวนนายกฯ

นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงหลังประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ถึงข้อสั่งการรนายกรัฐมนตรี ว่า นายกฯระบุว่าก่อนหน้านี้เคยสั่งการไปแล้วว่าขอให้ลดจำนวนผู้ติดตามในการลงพื้นที่ตรวจราชการ แต่ปรากฎว่าขบวนก็ยังยาวอยู่ คนคิดตามก็ยังเยอะอยู่