3เดือนเร็วไป! ‘ภูมิธรรม’ เมินโพล ‘พิธา’ นำโด่ง เชื่อ ปชช.ยังศรัทธา ‘เศรษฐา-พท.’

‘ภูมิธรรม’ เมินผลโพล ‘พิธา’ นําโด่ง เชื่อ ปชช.ยังศรัทธานายกฯ ลั่นเพื่อไทยเหนือกว่าพรรคอื่น ชี้โพล 3 เดือนเร็วไป อ้างรบ.เข้ามาสางปัญหาสะสมนาน 9 ปี ซ้ำไม่มีงบประมาณทำงาน เร่งวางรากฐาน มั่นใจ หลังปีใหม่เห็นศักยภาพเต็มที่แน่

25 ธ.ค.2566-นายภูมิธรรม เวชยชัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีผลสำรวจนิด้าโพลระบุว่า ประชาชนอยากเห็นนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคก้าวไกล เป็นนายกรัฐมนตรี เป็นการส่งสัญญาณอะไรหรือไม่ว่า ก็ไม่ได้แปลกอะไร เพราะการสำรวจผลโพลขึ้นอยู่กับว่าใครสำรวจสถาบันไหนบ้าง และสำรวจในกลุ่มตัวอย่างเท่าไหร่ จากส่วนไหนบ้าง ซึ่งตอนนี้เราฟังผลโพลจากทุกฝ่ายที่อาจจะมีลักษณะไปในทิศทางเดียวกันหรือแตกต่างกัน แต่ที่สำคัญที่สุดคือพื้นที่ของประชาชนโดยตรง

นายภูมิธรรมกล่าวว่า ตนเชื่อว่าพื้นที่ที่รัฐบาลไปพบประชาชนส่วนใหญ่ ยังสนับสนุนพรรคเพื่อไทยและนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ส่วนผลโพลถ้าเป็นในเมือง โดยเฉพาะคนวัยหนุ่มสาว ยอมรับว่าความนิยมของนายพิธายังมีอยู่ แต่คิดว่าอยู่ที่การทำงานมากกว่า รัฐบาลนี้เข้ามาช่วงแรกวุ่นอยู่กับการทำงานอยู่ หลังจากทำงานเสร็จแล้ว ค่อยไปดูอีกทีว่าประชาชนจะรู้สึกอย่างไร ส่วนตัวคิดว่าความนิยมไม่เท่ากับผลงานที่ทำงานให้กับประชาชน

ถามว่า การทำโพลภายใน 3 เดือนคิดว่าเร็วไปหรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า ส่วนตัวคิดว่าเร็วไปนิดนึง เหมือนที่บอกว่าจะมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ รัฐบาลเพิ่งเริ่มทำงาน ต้องเข้าใจว่าสิ่งที่รัฐบาลเข้ามาครั้งนี้ มาถึงก็เจอแต่ปัญหาเยอะแยะ เป็นปัญหาที่สะสมมาเกือบ 9-10 ปี จากการรัฐประหาร ดังนั้นการทำงานขณะนี้ เป็นการปูรากฐาน

“สิ่งสำคัญที่สุดขณะนี้ รัฐบาลยังไม่มีงบลงทุนในการทํางานเลย ส่วนใหญ่เป็นงบประจำ เพราะงบประมานเป็นช่วงรอยต่อพอดี ซึ่งงบประมาน ปี 67 กำลังจะเข้าสภาต้นปีนี้ ฉะนั้นเรายังไม่มีเงินทำงาน ดังนั้นงบประมาณที่เราจะทำงานได้ จะมีหลังเดือนพฤษภาคมปีหน้าเป็นต้นไป ที่ผ่านมาเราใช้การบริหารเงิน ด้วยการนำธนาคารของรัฐมาช่วยบ้าง เป็นการหยิบจับมาโปะ เป็นการเตรียมพื้นที่แก้ไขปัญหาในอนาคตต่อไป และเชื่อว่าหลังจากปีใหม่เป็นต้นไป ทุกคนจะได้เห็นว่าฝีมือการทำงานของรัฐบาลเป็นอย่างไร และในช่วงต้นปี จะมีการชี้แจงให้ประชาชนทราบว่า 3 เดือนที่รัฐบาลเข้ามา ได้ปูรากฐานอะไรบ้าง”

เมื่อถามว่า มั่นใจว่าจะใช้ผลงานเป็นตัวดึงคะแนนได้ใช่หรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า ผลงานเป็นสิ่งที่สำคัญมากอันดับต้นๆ ในการดึงความรู้สึก เพราะถ้าประชาชนเห็นความตั้งใจของรัฐบาล หรือสามารถแก้ไขปัญหาได้ ประชาชนก็จะพอใจ เชื่อว่าเรามีความสามารถเหนือกว่าพรรคอื่น คือการลงไปพบปะประชาชน ซึ่งสมาชิกที่ลงพื้นที่ก็ได้รับเสียงสะท้อนว่าพรรคยังได้รับความเชื่อมั่น เพียงแต่เราอาจจะต้องปรับการสื่อสารกับคนในเมืองและเยาวชน ส่วนการใช้โซเชียลมีเดีย ยอมรับว่าพรรคเพื่อไทยยังไม่แข็งแรง มีข้อจำกัด ซึ่งหลังจากมีการปรับปรุงพรรค มีหัวหน้าพรรคและคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ เชื่อว่าจะสามารถทำความเข้าใจให้คนเหล่านี้เข้าใจพรรคมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลมีเวลา 4 ปีในการทำงาน หลังจากนั้นประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินว่า ใครที่สร้างประโยชน์ให้กับประชาชนได้ดีที่สุด

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดร.สุวินัย วิเคราะห์ 'กลยุทธ์ขงเบ้งของอนุทิน' รับแรงปะทะ เปิดทางทีมรัฐมนตรีทำงาน

ดร.สุวินัย ภรณวลัย มองเกมการเมือง “อนุทิน” อาจกำลังใช้กลยุทธ์แบบขงเบ้ง ดึงสปอร์ตไลต์และแรงวิจารณ์ทั้งหมดมาไว้ที่ตัวเอง ขณะ

ทอ. โชว์แสนยานุภาพ F-16 รับนายกฯ เดินหน้าเสริมเขี้ยวเล็บป้องชายแดน

ทอ.โชว์แสนยานุภาพ F-16 รับนายกฯ พาชม 'ไข่' เติมใหม่ พร้อมเผชิญภัยคุกคามชายแดน 'อนุทิน' มอบนโยบาย เดินหน้าเสริมเขี้ยวเล็บป้องอธิปไตยชายแดน ย้ำให้รักษาจิตวิญญาณแห่งการรับใช้ชาติ

สยบข่าวสหรัฐตั้งฐานผลิตโดรนในไทย ยันไม่ใช้เรื่องทหารเจรจาภาษี

นายกฯ ปัดข่าวสหรัฐตั้งฐานผลิตโดรนในไทย ยันไม่ใช้เรื่องทหารเจรจาภาษี แยกความมั่นคงกับการค้า ถามหาคนเปิดประเด็น ย้ำ Cobra Gold เดินหน้าปกติ

'อนุทิน' การันตีคดีโกงสอบไม่มีเส้นสาย ไร้เพดานสาวถึงใครก็คนนั้น

นายกฯ ย้ำคดีทุจริตสอบไม่มีเส้นไม่มีสาย ชี้ 'ปปง. - ป.ป.ช. - ตร.' จับมือเร่งดำเนินการอยู่ ลั่นไร้เพดาน หากถึงใครก็คนนั้น

รัฐบาลแจง 'ดอกเบี้ยคนละครึ่ง' ไม่ใช่แจกเงินปชช. แต่จัดสรรผ่านกองทุน

รองโฆษกรัฐบาลแจง 'ไทยช่วยไทย เพิ่มทุน ดอกเบี้ยคนละครึ่ง' ไม่ใช่แจกเงินปชช.โดยตรง แต่เพิ่มโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุน ลดพึ่งพาหนี้นอกระบบ จัดสรรผ่านกองทุนที่จดทะเบียนนิติบุคคลทั่วประเทศ