'ภริยานายกฯ' นำ 'คู่สมรส ครม.' ทัวร์ปัตตานี ปลุกเที่ยวชายแดนใต้

11 มี.ค. 2567 - เมื่อเวลา 09.55 น. ที่สนามบินบ่อทอง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี คณะกรรมการคณะคู่สมรสคณะรัฐมนตรี (คสร.) นำโดย พญ.พักตร์พิไล ทวีสิน ภริยานายกรัฐมนตรี นางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ และคู่สมรส ลงพื้นที่ปฎิบัติภารกิจ จ.ปัตตานี โดยชมการดำเนินงานส่งเสริมระบบเศรษฐกิจชุมชน วัฒนธรรม การท่องเที่ยว ชมผลิตภัณฑ์ผ้าท้องถิ่น ซึ่งนางพาตีเมาะ สะดียามู ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ เลขาธิการศูนย์บริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) และประชาชน มารอต้อนรับ โดยผู้ว่าฯ ปัตตานี ระบุว่า รู้สึกดีใจที่ภริยานายกฯ มาลงพื้นที่ พูดคุยกับประชาชน

ต่อมา คณะเดินทางไปวัดราษฎร์บูรณะ (วัดช้างให้) อ.โคกโพธิ์ กราบสักการะหลวงปู่ทวด และนมัสการ พระครูอนุกูลปริยัติกิจ (สวัสดิ์ อรุโณ ) และสนทนาธรรมกับเจ้าอาวาส โดยพระครูอนุกูล ได้ฝากเรื่องการท่องเที่ยว ให้ดูแลปัญหาที่ต้องนึกถึงความปลอดภัย หากพื้นที่ใดมีความปลอดภัยในชีวิตก็จะมีคนเดินทางมาเพื่อชมประเพณีวัฒนธรรมใต้ที่มีความหลากหลาย ส่วนเรื่องอื่นๆ ได้ฝากไปกับนายกฯเมื่อครั้งที่ลงพื้นที่

จากนั้น คณะเยี่ยมชมมัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี

โดย พญ.พักตร์พิไล เปิดเผยว่า ได้ลงพื้นที่ จ.ปัตตานี เป็นครั้งแรกในชีวิต และมีความตั้งใจจะมาหลายครั้ง แต่โอกาสยังไม่เอื้ออำนวย วันนี้จึงนำคู่สมรสมาชม บางคนอาจติดภารกิจจึงมาไม่ครบมาเพียง 10 กว่าคน แต่สัญญาว่าจะเดินทางกลับมาอีกครั้ง และนับว่าอาจเป็นคู่สมรสคนแรกในรอบหลายสิบปีที่ลงพื้นที่และดีใจที่ประชาชนมาต้อนรับ ส่วนการลงพื้นที่วัดช้างให้ เจ้าอาวาสได้เล่าให้ฟังว่าก่อนหน้านี้มีนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติมาแก้บนจำนวนมาก และมาเที่ยวในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่เมื่อติดสถานการณ์โควิด จึงเงียบและซบเซาไปบ้าง แต่เชื่อว่าจากการลงพื้นที่ครั้งนี้บรรยากาศจะกลับมามีชีวิตชีวาอีก

ภริยานายกฯ กล่าวว่า การที่นายกฯ รวมทั้งคู่สมรสคณะรัฐมนตรี ลงมาครั้งนี้ จะนำความสวยงามของสถานที่ท่องเที่ยวไปเผยแพร่ต่อ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวว่าให้ลงมาเยี่ยมชมสถานที่ เพราะเมืองปัตตานี มีความสวยงาม และคนในพื้นที่มีความน่ารัก ไปที่ไหนได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น มีความปลอดภัย อาหารอร่อย สินค้าพื้นเมืองมีคุณภาพและสวยงาม ยืนยันว่าทุกอย่างมีความสงบ พอสมควรและถือว่ามีความปลอดภัย และเป็นอีกจุดหนึ่งที่จะโปรโมทให้ชาวต่างชาติเข้ามาท่องเที่ยว

ทั้งนี้ในช่วงบ่าย พญ.พักตร์พิไล และคณะ เดินทางไปชมศิลปะมัสยิดกรือเซะ อ.เมืองปัตตานี จากนั้นพบปะกลุ่มยาริงบาติก เยี่ยมชมนิทรรศการ การสาธิตทำผ้าบาติก และชมบ้านขุนพิทักษ์รายา บ้านไม้เรือนแถว 2 ชั้น 2 คูหา อายุกว่า100 ปี ผสมผสานสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นและจีน ตั้งอยู่ในชุมชนเมืองเก่าปัตตานี และบ้านเลขที่ 5 (กือดาจีนอ) บ้านพ่อค้าชาวจีนในอดีต และสักการะศาลเจ้าเล่งจูเกียง (เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว) ศาลเจ้าเก่าแก่คู่เมืองปัตตานี ทั้งนี้ตลอดการลงพื้นที่มีประชาชนให้การต้อนรับทักทายอย่างเป็นกันเอง.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นายกฯ ชี้จ่ายเงินเยียวยาแพะ 8 พันล้านไม่ใช่ผลงานแต่เป็นความอัปยศ!

นายกฯ เปิดงาน '24 ปีการช่วยเหลือเหยื่อผู้บริสุทธิ์' สั่งการผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ ทำงานรวดเร็ว ทั่วถึงเป็นธรรม ชี้จ่ายเงินเยียวยา 8 พันล้าน ไม่ใช่ผลงานแต่เป็นความอัปยศ ยกระดับกระบวนการยุติธรรมไทยสู่สากล

'วันนอร์' รายงานนายกฯ แนวทางดับไฟใต้ รับต้องใช้เวลา

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี และประธานที่ปรึกษาพรรคประชาชาติ เดินทางเข้าพบนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ต่อมา 15.35 น. นายวันมูหะมัดนอร์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังเข้าพบนายกฯว่า ได้มารายงานให้นายกฯทราบถึงความคืบหน้าว่า ได้ทำอะไรไปบ้างหลังจากที่นายกฯได้มอบหมายว่า ทำอย่างไรที่จะให้เกิดสันติสุขในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ตนไปทำการบ้านมา จึงมาแจ้งให้นายกฯทราบ

ปัตตานีอุกอาจ! 4 คนร้าย ใช้อาวุธสงครามถล่มรถ ตร.เสียชีวิต 1 นาย

เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2569 เวลา 17.25 น. พ.ต.อ.ต่อลาภ เล็งฮะ ผู้กำกับการ สภ.มายอ จ.ปัตตานี รับแจ้งเหตุยิงกันมีผู้เสียชีวิต บริเวณสี่แย

รัฐบาลน้อมรับนิด้าโพล 'แลนด์บริดจ์' ต้องสื่อสารวงกว้าง

4 พ.ค. 2569 - นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงผลสำรวจนิด้าโพลในหัวข้อ “คนใต้ว่าไง โครงการแลนด์บริดจ์จะมาแล้ว” ที่พบว่า กลุ่มผู้ที่เคยรับรู้ข้อมูลโครงการ จำนวน 1,333 คน (เคยได้ยิน และเข้าใจดีมาก / เคยได้ยิน และพอจะเข้าใจบ้าง /เคยได้ยิน แต่เข้าใจเพียงเล็กน้อย) ส่วนใหญ่ร้อยละ 67.22 เห็นด้วยกับโครงการ โดยแบ่งเป็น เห็นด้วยมาก 34.21% และค่อนข้างเห็นด้วย 33.01% ขณะที่มีประมาณร้อยละ 32.78 ไม่เห็นด้วย สะท้อนทั้งโอกาสของโครงการ และบทบาทของภาครัฐในการสื่อสารข้อมูลอย่างต่อเนื่องและโปร่งใส ส่วนกรณีพบว่าเกินครึ่งหรือร้อยละ 54.53 เคยได้ยินแต่เข้าใจเพียงเล็กน้อยเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์นั้น นางสาวรัชดา กล่าวว่า นี่คือโจทย์ที่รัฐบาลต้องเร่งสื่อสารสร้างการรับรู้ ทั้งกลุ่มประชาชนที่ยังไม่เคยได้ยินหรือไม่เข้าใจ ให้เข้าถึงความข้อมูลมากยิ่งขึ้น “นายกรัฐมนตรี ได้กำชับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสร้างความเข้าใจต่อสาธารณชนเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การตัดสินใจและการขับเคลื่อนโครงการเป็นไปอย่างรอบด้าน และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ” โฆษกประจำสำนักนายกฯ ระบุ สำหรับนักวิชาการและผู้สนใจหลายฝ่ายออกมาแสดงความคิดเห็นทั้งสนับสนุนและตั้งข้อสังเกตต่อโครงการอย่างต่อเนื่อง แต่ความเห็นที่สอดคล้องกัน คือ โครงการแลนด์บริดจ์เป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของไทย ทั้งด้านโลจิสติกส์ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การสร้างงาน และการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ ซึ่งอาจเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อเศรษฐกิจในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ภาครัฐยังให้ความสำคัญกับข้อคำถามสำคัญ อาทิ มูลค่าการลงทุน ความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ รวมถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนในพื้นที่ โดยทุกประเด็นต้องถูกศึกษาในรายละเอียด เพื่อกำหนดมาตรการรองรับอย่างเหมาะสม ให้โครงการสามารถดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตรวจสอบได้ “นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำให้ทุกประเด็นต้องอธิบายได้อย่างชัดเจน แม้ภาพรวมจะได้รับการสนับสนุน แต่ยังมีข้อกังวลจากประชาชน ภาครัฐจึงต้องเร่งสื่อสาร สร้างความเข้าใจ และเปิดรับฟังความคิดเห็นอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การขับเคลื่อนโครงการเป็นไปอย่างรอบคอบและได้รับการยอมรับ” นางสาวรัชดา กล่าว.

‘คนละครึ่ง’ค้างเติ่ง เอกนิติชงไม่ทัน5พ.ค./หนูเร่งพ.ร.ก.กู้เงิน/ไทยช่วยไทยคึก

นายกฯ ยันเร่งดัน พ.ร.ก.กู้เงินเข้า ครม.อังคารที่ 5 พ.ค.นี้ ส่วน “เอกนิติ” บอกคนละครึ่งพลัสรอไปก่อน อ้างต้องรอสรุปตัวเลขงบประมาณที่เหลือ “อนุทิน”