
ทร.ออกกฎอาณัติสัญญาณเตือน 'เรือ-อากาศยาน' ต้องสงสัย กำหนดขั้นตอนการใช้อาวุธบังคับ แต่ต้องไม่ให้เกิดความเสียหาย
26 เม.ย.2567 - เมื่อวันที่ 25 เม.ย.2567 ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศกองทัพเรือ เรื่อง อาณัติสัญญาณสำหรับสั่งแก่ผู้ควบคุมเรือและผู้ควบคุมอากาศยาน ลงนามโดย พล.ร.อ.อะดุง พันธุ์เอี่ยม ผู้บัญชาการทหารเรือ
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา - แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการกระทำอันเป็นโจรสสัด พ.ศ. ๒๕๓๘ ให้กำหนดอาณัติสัญญาณสำหรับสั่งหรือบังคับให้ผู้ควบคุมเรือหรือผู้ควบคุมอากาศยานหยุดหรือไปยังที่แห่งใตแห่งหนึ่งหรือลงสนามบินหรือลงที่ชั่วคราวแห่งใดแห่งหนึ่ง เพื่อตรวจสอบสิทธิในการชักธงของเรือ สอบถามและตรวจพิสูจน์สัญชาติและทะเบียนของอากาศยานตังต่อไปนี้
อาณัติสัญญาณสำหรับให้เรือหยุดในเวลากลางวัน
ข้อ ๑ เรือหรืออากาศยานของกองทัพเรือ แสดงอาณัติสัญญาณต่าง ๆ ให้แก่เรือที่ต้องสงสัยสามารถมองเห็นหรือได้ยินเพื่อติดต่อสื่อสารกัน โตยใช้วิธีการตามความเหมาะสม ตังนี้
๑.๑ ใช้วิทยุสื่อสาร Maritime Band CH.16 หรือช่องอื่น ๆ ที่สามารถติดต่อสื่อสารกันได้ "ให้หยุดเรือ"
๑.๒ชักธงประมวลสากลอักษร ลักษณะเป็นธงสี่เหลี่ยมตาหมากรุกสีเหลืองสลับตำโดยส่วนบนเป็นสีเหลืองและสีดำ ส่วนล่างเป็นสีดำและสีเหลือง ขึ้นในที่ที่เห็นได้ชัดเจนซึ่งมีความหมายว่า "ให้หยุดเรือทันที"
๑.๓ ใช้สัญญาณหวูด อักษร L โดยมีลักษณะเปิดหวูดเป็นจังหวะ หวูดสั้น ๑ ครั้ง หวูดยาว ๑ ครั้ง หวูดสั้น ๒ ครั้ง ซึ่งมีความหมายว่า "ให้หยุดเรือทันที"
๑.๔ ใช้สัญญาณเสียงอื่น ๆ เช่น เครื่องขยายเสียง เป็นต้น ในการสื่อสารแจ้งเป็นข้อความ "ให้หยุดเรือ" แก่เรือลำนั้น
ข้อ ๒ ถ้าเรือลำนั้นไม่หยุด เรือหรืออากาศยานของกองทัพเรือยิงปืนไปในทิศทางที่ปลอตภัยและไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อเรือและการเดินเรือ เพื่อเป็นการเตือนโตยมีวัตถุประสงค์ให้เรือที่ต้องสงสัย"ให้หยุดเรือ"
ข้อ ๓ ถ้าตำเนินการตามข้อ - แล้วเรือลำนั้นยังไม่หยุด เรือหรืออากาศยานของกองทัพเรือยิงปืนไปทางด้านหน้าของเรือลำนั้นเพื่อบังคับให้หยุดเรือตามความจำเป็นและเหมาะสมต่อสถานการณ์โดยต้องไม่ก่อให้เกิดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สิ่น และไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อการเดินเรือในเวลากลางคืน
ข้อ ๔ เรือหรืออากาศยานของกองทัพเรือแสดงอาณัติสัญญาณต่าง ๆ ให้แก่เรือที่ต้องสงสัยสามารถมองเห็นหรือไต้ยิน เพื่อติตต่อสื่อสารกัน โตยใช้วิธีการตามความเหมาะสม ตังนี้
๔.๑ ใช้วิทยุสื่อสาร Maritime Band CH.16 หรือช่องอื่น ๆ ที่สามารถติดต่อสื่อสารกันได้ "ให้หยุดเรือ"
๔.๒ แสตงโคมไฟสากล หรือไฟฉาย อักษร L โดยมีลักษณะเป็นสัญญาณไฟกระพริบ เป็นจังหวะ เร็ว ๑ ครั้ง ช้า ๑ ครั้ง เร็ว ๒ ครั้ง ไปยังทิศทางของเรือที่ต้องสงสัยซึ่งมีความหมายว่า "ให้หยุดเรือทันที"
๔.๓ ใช้สัญญาณหวูด อักษร L โดยมีลักษณะเปิดหวูดเป็นจังหวะ หวูตสั้น ๑ ครั้ง หวูดยาว ๑ ครั้ง หวูดสั้น ๒ ครั้ง ซึ่งมีความหมายว่า "ให้หยุดเรือทันที"
๔.๔ ใช้สัญญาณเสียงอื่น ๆ เช่น เครื่องขยายเสียง เป็นต้น ในการสื่อสารแจ้งเป็นข้อความ "ให้หยุดเรือ" แก่เรือลำนั้น
ข้อ ๕ ถ้าเรือลำนั้นไม่หยุด เรือหรืออากาศยานของกองทัพเรือดำเนินการตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๒ และข้อ ๓ ตามลำตับอาณัติสัญญาณสำหรับให้นำเรือหรืออากาศยานไปที่หนึ่งที่ใด
ข้อ ๖ เรือหรืออากาศยานของกองทัพเรือ แสตงอาณัติสัญญาณต่าง ๆ แก่เรือที่ต้องสงสัยเพื่อให้ไปยังที่แห่งหนึ่งแห่งใด โตยใช้วิธีการตามความเหมาะสม ดังนี้
๖.๓ ใช้วิทยุสื่อสาร Maritime Band CH.16 หรือช่องทางอื่น ๆ ที่สามาถติดต่อสื่อสารไต้
๖.๒ ใช้สัญญาณเสียงอื่น ๆ เช่น เครื่องขยายเสียง เป็นต้น
๖.๓ อากาศยานของกองทัพเรือ ทำการบินวนรอบ ๆ เรือในระดับต่ำ และบินผ่านต้านหน้าของเรือลำนั้น จากนั้นให้บินไปทางทิศใดทิศหนึ่งเพื่อให้เรือแล่นตามไปในทิศทางนั้นถ้าเรือลำนั้นไม่ปฏิบัติตามหรือมีพฤติการณ์จะหลบหนี เรือหรืออากาศยานของกองทัพเรือตำเนินการตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๒ และข้อ ๓ ตามลำตับ
ข้อ ๗ เรือหรืออากาศยานของกองทัพเรือ แสตงอาณัติสัญญาณต่าง ๆ แก่อากาศยานที่ต้องสงสัยเพื่อให้ไปที่แห่งหนึ่งแห่งใต โตยใช้วิธีการตามความเหมาะสม ตังนี้
๗.๑ ใช้วิทยุสื่อสาร ย่านความถี่ Very High Frequency (VHF) 121.5 MHzหรือ 243.0 MHz หรือช่องทางอื่น ๆที่สามาถติดต่อสื่อสารไต้
๗.๒ อากาศยานของกองทัพเรือ ใช้อาณัติสัญญาณสำหรับการสกัดกั้นหรือนำอากาศยานที่ต้องสงสัย ตังนี้
๗.๒.๑ การปฏิบัติในเวลากลางวัน อากาศยานของกองทัพเรือทำการโคลงปีกในตำแหน่งข้างหน้าทางด้านซ้ายของอากาศยานที่ต้องสงสัย โตยอากาศยานที่ต้องสงสัยทำการตอบรับโดยโคลงปีกและบินตามและหลังจากได้สัญญาณตอบรับให้อากาศยานของกองทัพเรือเลี้ยวระดับทางซ้ายช้า ๆ ไปในทิศทางที่ต้องการ ว้นแต่ในกรณีที่สภาพอากาศหรือภูมิประเทศที่ไม่อำนวย อากาศยานของกองทัพเรือจะบินในตำแหน่งข้างหน้าทางด้านขวาและจะเสี้ยวออกทางขวาเช่นกัน
๗.๒.๒ การปฏิบัติในเวลากลางคืน อากาศยานของกองทัพเรือปฏิบัติ เช่นเดียวกับในเวลากลางวันแต่เพิ่มด้วยการกระพริบไฟเดินอากาศและถ้ามีไฟลงสนามให้เปิดปิดไฟลงสนามโดยมีช่วงเปิดปิดสม่ำเสมอ สำหรับอากาศยานที่ต้องสงสัยทำการตอบรับเช่นเตียวกับเวลากลางวันแต่เพิ่มด้วยการกระพริบไฟเดินอากาศ และถ้ามีไฟลงสนามให้เปิดปิดไฟลงสนามโตยมีช่วงเปิดปิดสม่ำเสมอ
ลงนามประกาศ ณ วันที่ ๒๒ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๖
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ราชกิจจาฯ เผยแพร่ประกาศ ‘กำหนดวันสำคัญของชาติไทย’
ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง กำหนดวันสำคัญของชาติไทย
ราชกิจจาฯ แพร่คำสั่งอนุทิน ตั้ง 3 ขรก.การเมืองประจำสำนักเลขาธิการนายกฯ
ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ 2 คำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี แต่งตั้ง “ณภัชชา ศิลปรายะ-พิชญาภา อายุวัฒน์-ภูบดินทร์ ปกป้อง” นั่งข้าราชการการเมือง ตำแหน่งประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี มีผลตั้งแต่ 27 ก
โปรดเกล้าฯ 'พันเอกสุภัทร ชูตินันทน์' ดำรงตำแหน่งนายทหารปฏิบัติการฯ-พระราชทานยศ 'พลตรี'
มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ “พันเอก สุภัทร ชูตินันทน์” ดำรงตำแหน่งนายทหารปฏิบัติการประจำ สำนักงานรองผู้บัญชาการกองบัญชากา
โปรดเกล้าฯ พระราชทานยศข้าราชการในพระองค์ฝ่ายทหาร 19 นาย
มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ พระราชทานยศข้าราชการในพระองค์ฝ่ายทหารชั้นสัญญาบัตร 19 นาย จาก “ร้อยตรี” เป็น “ร้อยโท” ตั้งแต่วันที่ 4 สิงหาคม 2569
โปรดเกล้าฯ ถอดถอน 62 ตุลาการศาลทหารสูงสุด แต่งตั้งใหม่ 51 ราย
มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ถอดถอนตุลาการศาลทหารสูงสุด 62 ราย เหตุเกษียณอายุราชการและปรับย้ายไปดำรงตำแหน่งอื่น พร้อมแต่งตั้งนายทหารสัญญาบัตรดำรงตำแหน่งแทน 51 ราย
ราชกิจจาฯ เผยแพร่ประกาศวุฒิสภา ตั้ง กมธ.พิทักษ์สถาบันฯ เพิ่ม-แทน 11 ตำแหน่ง
ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศวุฒิสภา แต่งตั้งกรรมาธิการวิสามัญการพิทักษ์และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริ

