เคาะแล้ว! ประชุม สว. นัดแรก 23 ก.ค. เลือก 3 เก้าอี้สภาสูง วางตัว 'ปธ.ชั่วคราว'

15 ก.ค. 2567 – ที่รัฐสภา เมื่อเวลา 11.40 น. น.ส.นภาภรณ์ ใจสัจจะ เลขาธิการวุฒิสภา เปิดเผยว่า ขณะนี้มีสมาชิกวุฒิสภา (สว.) มาแสดงตนแล้ว 198 คน ซึ่งคาดว่าอีก 2 คน จะมาแสดงตนในช่วงบ่ายของวันนี้ และเมื่อ สว. มารายงานตัวครบ 200 คนแล้ว การนัดประชุมวุฒิสภานัดแรก เลขาธิการวุฒิสภาจะเป็นผู้นัดประชุม ซึ่งข้อบังคับการประชุมวุฒิสภา พ.ศ. 2562 ข้อ 15 กำหนดว่า การนัดประชุมวุฒิสภาต้องนัดประชุมล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 3 วัน ดังนั้น วันประชุมวุฒิสภาที่มีความเหมาะสมที่จะนัดเป็นครั้งแรก คือ วันที่ 23 ก.ค.

สำหรับวาระการประชุมวุฒิสภานัดแรกจะประกอบด้วย 1.เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม ดังนี้ 1.1 รับทราบประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เรื่อง ผลการเลือกสมาชิกวุฒิสภา 1.2 รับทราบประกาศ กกต. เรื่อง ผลการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (บัญชีสำรอง) 1.3 สมาชิกวุฒิสภากล่าวปฏิญาณตนในที่ประชุมก่อนเข้ารับหน้าที่ ตามมาตรา115 ของรัฐธรรมนูญ 2.เลือกประธานวุฒิสภา และ 3.เลือกรองประธานวุฒิสภา

น.ส.นภาภรณ์ กล่าวว่า การนัดการประชุมครั้งแรกตามข้อบังคับการประชุมวุฒิสภา พ.ศ.2562 ข้อ 5 กำหนดว่า ในการเลือกประธานวุฒิสภาและรองประธานวุฒิสภาครั้งแรก ให้เลขาธิการวุฒิสภาเชิญสมาชิกผู้มีอายุสูงสุดซึ่งอยู่ในที่ประชุมวุฒิสภาเป็นประธานชั่วคราวของที่ประชุม

โดยสมาชิกวุฒิสภาผู้มีอายุสูงสุดเรียงตามลำดับ 3 ลำดับแรก ได้แก่ 1.พล.ต.ท.ยุทธนา ไทยภักดี อายุ 78 ปี 2.นายแล ดิลกวิทยรัตน์ อายุ 77 ปี และ3.นายบุญส่ง น้อยโสภณ อายุ 75 ปี อย่างไรก็ตาม หากในวันดังกล่าว พล.ต.ท.ยุทธนา ไม่อยู่ในที่ประชุมวุฒิสภา สว. ผู้ที่มีอายุสูงสุดลำดับถัดไปตามลำดับ จะเป็นผู้ที่ทำหน้าที่ประธานชั่วคราวของที่ประชุมวุฒิสภา และเมื่อเลือกเสร็จแล้ว ทางสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาจะต้องยืนยันมติและส่งเรื่องไปยังนายกรัฐมนตรี เพื่อนำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งต่อไป ตามข้อบังคับการประชุมวุฒิสภา พ.ศ. 2562 ข้อ 9

ทั้งนี้เมื่อมีพระบรมราชโองการประกาศแต่งตั้งประธานวุฒิสภาและรองประธานวุฒิสภาแล้ว จึงจะมีการนัดประชุมวุฒิสภาครั้งต่อไปได้ โดยประธานวุฒิสภาจะต้องเป็นผู้มีคำสั่งนัดประชุม ซึ่งคาดว่าระยะเวลาเร็วสุดที่อาจเป็นไปได้เมื่อเทียบกับระยะเวลาที่ผ่านมาประมาณ 7 วัน ดังนั้นในการประชุมครั้งถัดไปอาจจะเป็นวันที่ 30 ก.ค.

เมื่อถามว่า ก่อนการเลือกประธานและรองประธานวุฒิสภา มี สว. อยากให้นัดสัมมนาทำความรู้จักกันก่อน เลขาธิการวุฒิสภา กล่าวว่า ตามปกติสำนักงานจะจัดสัมมนาหลังจากที่ สว. ได้เข้าทำหน้าที่แล้ว ส่วนการนัดพบปะกันก่อนการโหวตเลือกนั้น ขึ้นอยู่กับสมาชิกที่จะดำเนินการ

ส่วนการตรวจสอบประเด็นวุฒิการศึกษาของ สว. ที่มองว่าอาจไม่ใช่ของจริงนั้น น.ส.นภาภรณ์ กล่าวว่า ตามอำนาจและหน้าที่ที่รัฐธรรมนูญกำหนดแล้ว เป็นเรื่องของ กกต. ที่จะต้องตรวจสอบ อย่างไรก็ดีทางสำนักงานได้ให้ฝ่ายกฎหมายได้พิจารณาและวิเคราะห์ความเห็นที่เกิดขึ้นกับเรื่องดังกล่าวว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป ทั้งนี้สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาจะต้องดำเนินการทุกอย่างตามอำนาจหน้าที่.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

จันทร์นี้ระทึก! 'เลือกตั้งโมฆะ' หรือไม่ 'ศาลรธน.' ต้องยึด 3 หลักตีความเคร่งครัด

จันทร์นี้มีระทึก 'เลือกตั้งโมฆะ' หรือไม่ 'อดีตผู้พิพากษา' ย้ำ 9 ตุลาการศาลรธน. ต้องตีความโดยเคร่งครัด อย่าตีความขยายรัฐธรรมนูญ ชี้เสี่ยงบัตรเลือกตั้งไม่เป็นความลับ

จับตา! 3 ปรากฎการณ์ เขย่า 'ระบอบสีน้ำเงิน'

นายเทพไท เสนพงศ์ นักวิเคราะห์การเมือง อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์คลิปและข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ "จับตาท่าทีอนุรักษ์นิยมต่อระบอบสีน้ำเงิน" โดยระบุว่า

'อนุทิน' ขึ้นเวทียูเอ็น ปลุกปฏิรูปสหประชาชาติ หนุนสร้างสันติภาพ

นายกฯ กล่าวถ้อยแถลงประชุม UNGA ย้ำจุดยืน 'ปฏิรูปสหประชาชาติ' เพิ่มเสียงที่เท่าเทียมของนานาชาติ สร้างสันติภาพและความมั่งคั่งร่วมกัน

'อนุทิน' ขอบคุณ 'เนเน่' สร้างชื่อเสียงประเทศ ทำคนไทยมีความสุข

นายกฯ ขอบคุณและดีใจไปกับ 'เนเน่' ที่สร้างชื่อเสียงให้ประเทศ ทำคนไทยมีความสุขมีกำลังใจ เชื่อถ้ามีคนพูดคำว่าไทยแลนด์ 1 ล้านครั้ง ไปได้ไกลแน่นอน

นายกฯ ลั่นระฆัง NYSE เชื่อมตลาดหุ้นไทย-สหรัฐ เปิดประตูระดมทุนโลก

นายกฯ ลั่นระฆัง NYSE เชื่อมตลาดหุ้นไทย-สหรัฐอเมริกา เปิดประตูธุรกิจไทยระดมทุนตลาดทุนโลก ดึงเงินลงทุนสร้างงานให้คนไทย

'ศรีสุวรรณ' บุกร้อง ป.ป.ช. เอาผิดจริยธรรมร้ายแรง 2 สว. กลับคำให้การคดีฮั้ว สว.

นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ได้เดินทางมายื่นคำร้องถึงคณะกรรรมการ ป.ป.ช.เพื่อขอให้ไต่สวนและวินิจฉัยเอาผิด 2 สมาชิกวุฒิสภา ที่กลับคำให้การในคดีฮั้ว สว. อันถือได้ว่าเข้าข่ายทุจริตต่อหน้าที่ หรือจงใจปฏิบัติหน้าที่ หรือใช้อำนาจขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย หรือฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง หรือไม่