
การแจกเงินทำนองนี้ ไม่ว่าในเฟส 1 หรือเฟส 2 มีผลในทางเศรษฐกิจเป็นการใช้เงิน ที่จะกู้หนี้สาธารณะเพิ่ม เนื่องจากรัฐบาลวางแผนงบประมาณขาดดุลต่อเนื่องไปอีกหลายปี และการแจกเงินดังกล่าว มีผลให้งบประมาณขาดดุลเพิ่มขึ้น ดังนั้น จึงเป็นการกู้หนี้สาธารณะมาแจกเงินโดยปริยาย
21 พ.ย.2567- นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และ ประธานคณะกรรมการด้านวิชาการ พรรคพลังประชารัฐ โพสต์ข้อความว่า แจกเงินอายุเกิน 60 ปีผิดกฎหมาย
ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ 1/2567 ที่มี น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน มีมติเห็นชอบมาตรการแจกเงิน 10,000 บาท เฟส 2 ให้กับผู้สูงอายุ ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป รวมประมาณ 4 ล้านคน ใช้งบประมาณ 40,000 ล้านบาท
ผมมีความเห็นว่าเป็นการผิดกฎหมาย ฝ่าฝืน พ.ร.บ. วินัยการเงินการคลังฯ
1 มาตรการนี้เป็นโครงการต่างหากจากโครงการดิจิทัลวอลเล็ต
ในรูปข้างล่าง สื่อรอยเตอรส์รายงานข่าวว่า รัฐมนตรีคลังจะแจกเงินในโครงการดิจิทัลวอลเล็ต เฟส 2 จำนวน 4 ล้านคน แต่ขอให้ผู้อ่านสังเกตว่า รัฐบาลเองไม่กล้าใช้คำว่า ดิจิทัลวอลเล็ต กลับเรียกเป็น โครงการแจกเงิน 10,000 บาท เฟส 2
ที่เป็นเช่นนี้เพราะ ในทางกฎหมาย นี่ไม่ใช่โครงการดิจิทัลวอลเล็ตตามที่หาเสียงไว้ แต่เฉไฉไปเป็นโครงการแจกเงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างความนิยม
2 โครงการแจกเงิน 10,000 บาท เฟส 1 เน้นกลุ่มเปราะบาง แต่เฟส 2 ไม่ใช่แจกกลุ่มเปราะบาง แต่แจกกลุ่มเปรอะไปหมด
สังคมพอจะรับการแจกเงินในเฟส 1 ได้ เพราะแจกแก่กลุ่มผู้เปราะบาง แต่การแจกในเฟส 2 ไม่ได้แจกแก่กลุ่มผู้เปราะบาง แต่แจกแก่กลุ่มผู้มีอันจะกิน โดยมีการเปลี่ยนแปลงนิยามให้หลวมโพรก ทั้งด้านรายได้ ด้านทรัพย์สิน และด้านคุณสมบัติอื่น
ด้านจำกัดฐานะรายได้ หลักเกณฑ์เดิม
บุคคล: รายได้ต่อปี ต้องไม่เกิน 100,000 บาท
และครอบครัว: รายได้เฉลี่ย
ต่อคนต่อปี ต้องไม่เกิน 100,000 บาท
ด้านจำกัดฐานะรายได้ หลักเกณฑ์ใหม่
รายได้บุคคลต่อปี ขยายมหาศาลเป็นไม่เกิน 840,000 บาท โดยรายได้ครอบครัวอาจจะมากกว่านี้อีกเท่าไหร่ก็ได้ ไม่จำกัด
ด้านจำกัดฐานะทรัพย์สิน หลักเกณฑ์เดิม
มีทรัพย์สินทางการเงินได้แก่ เงินฝาก สลาก พันธบัตร และตราสารหนี้ภาครัฐ
บุคคล: ไม่เกิน 100,000 บาท
และครอบครัว : เฉลี่ยต่อคนไม่เกิน 100,000 บาท
ด้านจำกัดฐานะทรัพย์สิน หลักเกณฑ์ใหม่
มีเงินฝาก ขยายอย่างเกินเหตุ เป็นไม่เกิน 500,000 บาท
ด้านจำกัดความสามารถในการกู้ หลักเกณฑ์เดิม
ถ้ามีเครดิตกู้บ้าน ต้องไม่เกิน 1.5 ล้านบาท และถ้ามีกู้รถ ต้องไม่เกิน 1 ล้านบาท
ต้องยังไม่มีฐานะพอที่จะมีบัตรเครดิต
ด้านจำกัดความสามารถในการกู้ หลักเกณฑ์ใหม่
มีเครดิตสามารถกู้เงินอยู่แล้ว เท่าไหร่ก็ได้ ไม่มีข้อจำกัด
มีฐานะดี ขอบัตรเครดิตกี่ใบก็ได้ มีวงเงินที่จะใช้บัตรเครดิตเท่าไหร่ก็ได้
ด้านคุณสมบัติอื่น หลักเกณฑ์เดิม
ไม่แจกแก่ข้าราชการ/ พนักงานราชการ/ พนักงาน/ ลูกจ้าง/ เจ้าหน้าที่/ ผู้ปฏิบัติงาน ในหน่วยงานของรัฐ
ไม่แจกแก่ผู้รับบำเหน็จรายเดือน/ ผู้รับบำบาญปกติหรือเบี้ยหวัดจากส่วนราชการ
ไม่แจกแก่ ข้าราชการการเมือง สส. สว.
ด้านคุณสมบัติอื่น หลักเกณฑ์ใหม่
ไม่มีข้อห้ามเช่นเดิมเลย
ทั้งนี้ วงเงินรายได้ 840,000 บาท/ปีนั้น นำมาจากหลักเกณฑ์ดิจิทัลวอลเล็ต แต่เป็นการอ้างข้ามสายพันธุ์ ทั้งที่การแจกเฟส 2 ไม่มีอะไรเป็นดิจิทัลเลย
นอกจากนี้ การเปลี่ยนมาแจกเป็นเงินสด ก็ควบคุมเงื่อนไขการใช้เงินไม่ได้เหมือนดิจิทัล จึงไม่มีเหตุผลที่จะแจกเงินนอกเหนือไปจากกลุ่มเปราะบาง
3 การแจกเงินแก่กลุ่มผู้มีอันจะกิน ฝ่าฝืนกฎหมาย
ถึงแม้หลักเกณฑ์ที่แถลงอ้างว่า ผู้รับเงิน 10,000 บาท เฟส 2 เป็นกลุ่มเปราะบาง แต่ในข้อเท็จจริง ไม่ใช่กลุ่มเปราะบาง กลับเป็นกลุ่มที่มีฐานะช่วยตัวเองได้อยู่แล้ว จึงไม่มีความจำเป็นที่รัฐบาลจะต้องแจกเงินแก่ผู้ที่มีอันจะกินอยู่แล้ว
นอกจากนี้ การแจกเงินทำนองนี้ ไม่ว่าในเฟส 1 หรือเฟส 2 มีผลในทางเศรษฐกิจเป็นการใช้เงิน ที่จะกู้หนี้สาธารณะเพิ่ม เนื่องจากรัฐบาลวางแผนงบประมาณขาดดุลต่อเนื่องไปอีกหลายปี และการแจกเงินดังกล่าว มีผลให้งบประมาณขาดดุลเพิ่มขึ้น ดังนั้น จึงเป็นการกู้หนี้สาธารณะมาแจกเงินโดยปริยาย
4 ฝ่าฝืน พ.ร.บ. วินัยการเงินการคลังฯ
มาตรา 6 รัฐต้องดําเนินนโยบายการคลัง การจัดทํางบประมาณ การจัดหารายได้ การใช้จ่าย การบริหารการเงินการคลัง และการก่อหนี้ อย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใสและตรวจสอบได้ ทั้งนี้ ตามหลักการรักษาเสถียรภาพและการพัฒนาทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน และหลักความเป็นธรรมในสังคม และต้องรักษาวินัยการเงินการคลังตามที่บัญญัติในพระราชบัญญัตินี้และตามกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง อย่างเคร่งครัด
มาตรา 7 การกู้เงิน การลงทุน การตรากฎหมาย การออกกฎ หรือการดําเนินการใด ๆ ของรัฐที่มีผลผูกพันทรัพย์สินหรือก่อให้เกิดภาระทางการเงินการคลังแก่รัฐ ต้องพิจารณาความคุ้มค่า ต้นทุน และผลประโยชน์ เสถียรภาพและความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคม ตลอดจนความยั่งยืนทางการคลังของรัฐด้วย
มาตรา 9 คณะรัฐมนตรีต้องรักษาวินัยในกิจการที่เกี่ยวกับเงินแผ่นดินตามพระราชบัญญัตินี้อย่างเคร่งครัด
ในการพิจารณาเรื่องที่เกี่ยวกับนโยบายการคลัง การจัดทํางบประมาณ การจัดหารายได้ การใช้จ่าย การบริหารการเงินการคลัง และการก่อหนี้ คณะรัฐมนตรีต้องพิจารณาประโยชน์ที่รัฐหรือประชาชนจะได้รับ ความคุ้มค่า และภาระการเงินการคลังที่เกิดขึ้นแก่รัฐ รวมถึงความเสี่ยงและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นแก่การเงินการคลังของรัฐอย่างรอบคอบ
คณะรัฐมนตรีต้องไม่บริหารราชการแผ่นดินโดยมุ่งสร้างความนิยมทางการเมืองที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศและประชาชนในระยะยาว
ผมจึงมีความเห็นว่า มาตรการแจกเงิน 10,000 บาท เฟส 2 ที่ไม่ได้แจกให้แก่กลุ่มเปราะบางอย่างแท้จริงเหมือนอย่างเฟส 1 เป็นการก่อหนี้สาธารณะที่ไม่คุ้มค่าและไม่จำเป็น และมีผลกระทบเสถียรภาพและความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคม ตลอดจนความยั่งยืนทางการคลังของรัฐ
นอกจากนี้ มีผลเป็นการมุ่งสร้างความนิยมทางการเมืองที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศและประชาชนในระยะยาว
อนึ่ง ผมได้รับฟังรัฐมนตรีคลัง (นายพิชัย ชุณหวิชร) ปรารภต่อสื่อว่า พื้นที่ทางการคลังเหลือน้อยแล้วจากการมีหนี้สาธารณะจำนวนสูง
แต่ท่านกล่าวเตือนเช่นนี้ คงจะลืมเตือนตัวเอง
ท่านคงลืมไปว่า ประเทศเรามีปัญหาในเชิงโครงสร้างอีกหลายด้าน รัฐบาลจำเป็นจะต้องใช้จ่ายอีกมากเพื่อแสวงหาเครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจตัวใหม่
การเอาเงินมาแจกเปรอะเพื่อสร้างความนิยม ทำให้ไม่เหลือกระสุนเพื่อใช้ยามจำเป็น.




ข่าวที่เกี่ยวข้อง
รัฐบาลจัดหนัก จับขาย 'นิโคตินถุง' ผ่านออนไลน์-แหล่งเที่ยว-ห้าง
รัฐบาลสั่งเข้มดำเนินคดีผู้จำหน่ายยาสูบประเภท 'นิโคตินถุง' ผ่านออนไลน์-แหล่งท่องเที่ยว-ห้างสรรพสินค้า เตือนภัยอันตรายกระทบสมองในระยะยาว
'อดีตรมว.คลัง' ชำแหละ พรรคการเมืองไทย-หัวใจเขมร ดูยังไง
นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โพสต์เฟซบุ๊ก เรื่อง พรรคการเมืองไทย-หัวใจเขมร ดูยังไง? (1/3) มีเนื้อหาดังนี้
'ธีระชัย' ยัน 'ลุงป้อม' ยังไม่ทิ้งพลังประชารัฐ รับ 'วัน อยู่บำรุง' ไม่แน่อยู่หรือไป
นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เปิดเผยถึงกระแสข่าวนายวัน อยู่บำรุง จะไม่ไปต่อกับพรรคว่า เมื่อไม่กี่วันก่อนนายวันก็ยังมานั่งรับประทานอาหารกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค แต่ต้องเข้าใจว่า พรรคพลัง
รัฐบาลขออภัย 'คนละครึ่งพลัส' ไม่ได้ไปต่อ ซัดเพื่อไทยล้มเหลว 'แจกเงินหมื่น' แต่ไม่ยอมรับผิด
รัฐบาลกราบขออภัย "คนละครึ่งพลัส" ไม่ได้ไปต่อ โต้ พท.กล่าวหารัฐบาลเสียงข้างน้อยตีตกเงินหมื่น จวก เป็นความล้มเหลวปฏิบัติหน้าที่รัฐบาลในอดีต
เพื่อไทยไม่หยุดประชานิยม พร้อมสานต่อดิจิทัลวอลเล็ต ยังค้างประชาชนอีก 20 ล้านคน
นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุมเพื่อวางแผนยุทธศาสตร์ในการเตรียมความพร้อมเลือกตั้ง ว่า เรามีการประชุมกันอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีการหารือเกี่ยวกับเรื่องการเลือกตั้ง รวมถึงมีการประเมินกระแสหลังจากที่มีการเปิดตัวแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคทั้ง 3 คนแล้วว่าเป็นอย่างไร
“12.12 สายชอปปิ้งต้องระวัง” สสส.-ม.อ. เปิดเวทีสะท้อนปัญหา “ผลิตภัณฑ์สุขภาพผิดกฎหมาย” ในไทย เผยผลตรวจสอบผลิตภัณฑ์ไร้คุณภาพผ่านแพลตฟอร์ม “TaWai for Health”
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 12 ธ.ค. 2568 ที่อาคารศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับคณะเภสัชศาสตร์

