
30 ธ.ค. 2567 – นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ “เท้ง-อุ๊งอิ๊ง ต่างมีจุดอ่อน จับตาพีระพันธุ์” โดยระบุว่า
ขออนุญาตวิเคราะห์ผลการสำรวจความคิดเห็นของ “นิด้าโพล” เรื่อง “การสำรวจคะแนนนิยมทางการเมืองรายไตรมาส ครั้งที่ 4/2567” พบว่า บุคคลที่ประชาชนจะสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรีในวันนี้ คือ อันดับ 1 นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ (พรรคประชาชน) 29.85 % อันดับ 2 น.ส.แพทองธาร ชินวัตร (พรรคเพื่อไทย) 28.80 % อันดับ 3 หาคนที่เหมาะสมไม่ได้ 14.40 % อันดับ 4 นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค (พรรครวมไทยสร้างชาติ) 10.25 % อันดับ 5 นายอนุทิน ชาญวีรกูล (พรรคภูมิใจไทย) 6.45 %
สำหรับพรรคการเมืองที่ประชาชนจะสนับสนุนในวันนี้ คือ อันดับ 1 พรรคประชาชน 37.30 % อันดับ 2 พรรคเพื่อไทย 27.70 % อันดับ 3 พรรครวมไทยสร้างชาติ 10.60% อันดับ 4 ยังหาพรรคการเมืองที่เหมาะสมไม่ได้ 8.20 % อันดับ 5 พรรคภูมิใจไทย 5.15 %
ถ้าดูผลการสำรวจความนิยมระหว่างตัวบุคคลกับพรรคการเมือง พบว่ามีลำดับคะแนนนิยมสอดคล้องกัน ระหว่างอันดับของนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ พรรคประชาชน กับ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร พรรคเพื่อไทย แต่คะแนนนิยมของพรรคประชาชน สูงกว่าคะแนนนิยมนายณัฐพงษ์ แสดงให้เห็นว่าความนิยมของพรรคยังเหนือกว่าตัวบุคคล
ซึ่งต้องยอมรับความจริงว่า นายณัฐพงษ์มีบุคลิกและบทบาทไม่โดดเด่นพอ ที่จะทำให้คะแนนนิยมเทียบเท่ากับคะแนนนิยมของพรรค ซึ่งแตกต่างกับกรณีของน.ส.แพทองธาร กับพรรคเพื่อไทย ที่มีคะแนนนิยมใกล้เคียงกัน
ถ้าพิจารณาคะแนนนิยมของนายณัฐพงษ์กับนางสาวแพทองธารในไตรมาสนี้ มีคะแนนใกล้เคียงสูสีกันมาก และทั้ง 2 คน ต่างก็มีจุดอ่อนเช่นเดียวกัน นายณัฐพงษ์อาจมีจุดอ่อน เรื่องบทบาทและบุคลิกไม่โดดเด่น เมื่อเทียบกับนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรค ส่วนนางสาวแพทองธาร มีจุดอ่อนเรื่องวุฒิภาวะ ประสบการณ์ทางการเมือง และความรู้รอบตัวในการตอบคำถามของสื่อมวลชน
แต่ที่น่าสังเกตก็คือ คะแนนนิยมของนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค กับคะแนนนิยมของพรรครวมไทยสร้างชาติ เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ ซึ่งอาจจะมีผลมาจากการที่นายพีระพันธุ์ ได้แสดงจุดยืนในการบริหารกระทรวงพลังงานเป็นที่ถูกใจของประชาชน ที่ใช้พลังงานราคาแพงมาอย่างยาวนาน และหวังที่จะให้นายพีระพันธุ์ ปรับโครงสร้างราคาพลังงาน เพื่อใช้พลังงานราคาถูกในโอกาสต่อไป
ขอให้จับตาดูบทบาทของนายพีระพันธุ์ สามารถต้านแรงเสียดทานจากกลุ่มทุนพลังงาน และนายใหญ่ได้หรือไม่ ถ้าสามารถปรับโครงสร้างหรือปฏิรูป โครงสร้างของพลังงานเป็นผลสำเร็จ โดยไม่ยอมอ่อนข้อให้กับกลุ่มทุนพลังงาน ก็อาจจะได้รับความนิยมสูงขึ้นอีก และเป็นพระเอกในหัวใจของประชาชนได้.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ตร. เตรียมทำความเห็นแย้ง 'อัยการสั่งไม่ฟ้อง' อดีตผู้สมัคร สส.พรรคส้ม คดียาเสพติด-ฟอกเงิน
พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด เปิดเผยถึงกรณีที่มีรายข่าวจากพรรคประขาชนระบุ อัยการสั่งไม่ฟ้อง นายบุญฤทธิ์ เรารุ่งโรจน์ อดีตผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) กรุงเทพมหานคร เขต 33 (บางพลัด–บางกอกน้อย) ของพรรคประชาชนในคดียาเสพติดและฟอกเงิน ว่า
ค่าไฟ-น้ำมันไทย 'แพงยาวหลายปี' นักวิชาการชี้ช่วงเจรจาสงครามคือจังหวะตุนพลังงาน
นักวิชาการธรรมศาสตร์ ชงรัฐบาล ประสานผู้ค้าพลังงาน เร่งขนส่งน้ำมัน-LNG ที่ทำสัญญาไว้ เพื่อมาเตรียมไว้ให้พร้อม เหตุ “สหรัฐ-อิหร่าน” เจรจายุติสงครามถาวร 60 วัน ยังมีความไม่แน่นอน ชี้ วิกฤตครั้งนี้ไทยเจ็บหนัก ราคาน้ำมัน-ไฟฟ้าแพงยาว แนะ เร่งใช้เงินกู้ 2 แสนล้านเปลี่ยนผ่านพลังงาน เพราะไทยเปราะบางด้านพลังงานจริง
'เด็จพี่' สอน 'เท้ง' ทองแท้ไม่กลัวไฟ คนโปร่งใสต้องไม่กลัวความจริง
นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ อดีตโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีการให้สัมภาษณ์ของนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้านและหัวห
ซัดพรรคส้ม 10 ปี ไม่เคยทำประโยชน์ให้ประชาชน!
วิมล ไทรนิ่มนวล นักเขียนรางวัลซีไรต์ โพสต์เฟซบุ๊กว่า ตั้งพรรคส้มมาจะ 10 ปีแล้ว เคยทำอะไรที่เป็นประโยชน์แก่ประชาชน "ทุก
พลิก! อัยการสั่งไม่ฟ้อง อดีตผู้สมัคร สส.พรรคประชาชน คดียาเสพติด-ฟอกเงิน
คดีอดีตผู้สมัคร สส.กทม. เขต 33 พรรคประชาชน มีความคืบหน้า หลังอัยการมีคำสั่งไม่ฟ้องข้อหายาเสพติดและฟอกเงิน แต่กระบวนการยังไม่สิ้นสุด ต้องรอ ผบ.ตร. พิจารณาว่าจะเห็นพ้องหรือแย้ง

