การเลือกตั้งซ่อม สส.เขต 8 จังหวัดนครศรีธรรมราช ที่จะมีขึ้นในวันที่ กำหนดให้วันที่ 27 เมษายน 2568 เปิดรับสมัครระหว่างวันที่ 2-6 เมษายน 2568 นี้ แม้ยังมีความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการส่งผู้สมัคร แต่กระแสข่าวที่ออกมากำลังจะกลายเป็น “สมรภูมิร้อน” ระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล
“ประชาธิปัตย์-ภูมิใจไทย-กล้าธรรม” ต่างหมายมั่นแย่งชิงที่นั่งสำคัญ โดยเฉพาะ ประชาธิปัตย์ ที่ต้องการทวงคืนพื้นที่เดิม ขณะที่ ภูมิใจไทย ต้องรักษาฐานที่มั่นไว้ ส่วน กล้าธรรม ของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า กระโดดเข้ามาเป็นตัวแปรสำคัญ
ประชาธิปัตย์ ถือว่าศึกนี้มีความหมายมากกว่าการเพิ่มจำนวน สส.ในสภา เพราะนี่คือโอกาสกู้ศักดิ์ศรีของพรรคที่เคยเป็นเจ้าของพื้นที่ภาคใต้ แต่ถูก “ภูมิใจไทย” เข้ามาแทนที่
ชินวรณ์ บุณยเกียรติ อดีต สส. 9 สมัย แสดงเจตจำนงชัดว่าต้องการลงสมัครเพื่อทวงคืนเขตเลือกตั้งเดิม โดยยืนยันว่าแม้พรรคจะเผชิญวิกฤติศรัทธา แต่เขายังยืนหยัดอยู่กับประชาธิปัตย์
นี่จึงเป็นการวัดใจ “เฉลิมชัย ศรีอ่อน” หัวหน้าพรรค และ “เดชอิศม์ ขาวทอง” เลขาธิการพรรค ว่าจะใช้กลยุทธ์ “คนเก่าที่คุ้นเคย” เพื่อดึงคะแนนเสียงกลับมาได้หรือไม่
อย่างไรก็ตาม แม้ “ประชาธิปัตย์” จะหมายมั่นทวงคืนที่นั่งเดิม แต่ “ภูมิใจไทย” ของ “อนุทิน ชาญวีรกูล“ ในฐานะเจ้าของเก้าอี้ปัจจุบันก็จำเป็นต้องรักษาที่มั่นไว้
“มุกดาวรรณ เลื่องสีนิล” อดีต สส. ถูกศาลฎีกาตัดสิทธิ์ทางการเมือง 10 ปี ทำให้พรรคต้องเลือกตัวแทนใหม่ที่ดีที่สุด เพราะหากพลาดที่นั่งนี้ไป อาจกระทบต่อความแข็งแกร่งในภาคใต้
ก่อนหน้านี้มีข่าวลือว่าอาจส่ง “ไสว เลื่องสีนิล” สามีของมุกดาวรรณ ลงสมัคร แต่พรรคภูมิใจไทยออกมาปฏิเสธ ขณะเดียวกัน ชื่อของ “สุนทร รักษ์รงค์” อดีตผู้นำเกษตรกรชาวสวนยาง ก็ถูกพูดถึง
“สุนทร” เคยลงสมัครในนามพรรคพลังประชารัฐและในการเลือกตั้งครั้งก่อนก็สามารถทำคะแนนได้ดี โดยมาเป็นอันดับสองและพลาดการชนะ “มุกดาวรรณ” ไปเพียง 6,000 กว่าคะแนน
หากภูมิใจไทยตัดสินใจส่งเขาลงสนามในครั้งนี้ อาจเพิ่มโอกาสในการรักษาฐานเสียงเดิมและเสริมความแข็งแกร่งให้กับพรรค
ขณะที่ “ภูมิใจไทย” กำลังเผชิญศึกหนักในเมืองคอน แต่ในการเลือกตั้งซ่อมเขต 2 จังหวัดบึงกาฬ เมื่อวันที่ 30 มีนาคมที่ผ่านมา พรรคยังรักษาฐานที่มั่นไว้ได้
“อรอุมา บุญศิริ” ผู้สมัครเพียงคนเดียวของพรรค คว้าคะแนน 46,167 คะแนน จากผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 108,224 คน โดยมีผู้มาใช้สิทธิ์ 56,786 คน คิดเป็น 52.47% แม้จะไม่มีคู่แข่ง แต่คะแนน “โหวตโน” ที่สูงถึง 8,779 คะแนน ก็สะท้อนสัญญาณบางอย่างที่พรรคไม่อาจมองข้าม
อีกปัจจัยที่ทำให้ศึกเลือกตั้งซ่อมเขต 8 ดุเดือดยิ่งขึ้น คือการเข้ามาของพรรคกล้าธรรมที่มี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เป็นประธานที่ปรึกษา โดยประกาศชัดว่าต้องการส่งผู้สมัครลงแข่งขัน
ล่าสุด มีข่าวว่าพรรคกล้าธรรมอาจส่ง “ก้องเกียรติ์ เกตุสมบัติ” อดีตสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดลงสมัคร
จุดที่น่าสนใจคือ “ก้องเกียรติ์” เป็น “ลูกเขย” ของ “ชินวรณ์” ที่กำลังจะลงสมัครในนามประชาธิปัตย์ กลายเป็นศึก “พ่อตา-ลูกเขย” ที่อาจส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ทางการเมืองในพื้นที่
แม้ “ชินวรณ์” จะแสดงท่าทีไม่สนใจ โดยยืนยันว่าเป็นเรื่องของอุดมการณ์ที่แตกต่างกัน แต่ในเชิงการเมืองแล้ว นี่เป็นเกมของ “ธรรมนัส” ในการแทรกตัวเข้าไปในภาคใต้
ศึกเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ ไม่ใช่แค่การแข่งขันระหว่างบุคคล แต่เป็นการแย่งชิงอำนาจระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล ที่อาจสร้างความร้าวฉานในรัฐบาลแพทองธาร ชินวัตร
แม้พรรคเพื่อไทยจะไม่ได้ส่งผู้สมัครลงแข่งขันโดยตรง แต่เชื่อว่าก็กำลังจับตาดูสถานการณ์นี้อย่างใกล้ชิด
หากพรรคร่วมรัฐบาลเปิดศึกกันเองจนเกิดรอยร้าว อาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของรัฐบาล โดยเฉพาะในประเด็นที่ต้องอาศัยเสียงสนับสนุนในสภา
ผลลัพธ์ของการเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นตัวชี้วัดสำคัญว่า
“ประชาธิปัตย์” จะสามารถฟื้นคืนพื้นที่ที่สูญเสียไปได้หรือไม่ “ภูมิใจไทย” จะรักษาที่มั่นไว้ได้หรือเปล่า และ “กล้าธรรม” จะสามารถแจ้งเกิดในภาคใต้ได้จริงหรือ
ที่แน่ๆ ศึกนี้จะไม่จบลงแค่วันที่ 8 พฤษภาคม เพราะผลลัพธ์ที่ออกมา จะส่งแรงกระเพื่อมต่อทิศทางการเมืองระดับประเทศในอนาคตอย่างแน่นอน.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เช็กเลย! ผลเลือกตั้ง สก. 50 เขต อย่างไม่เป็นทางการ
ผลการนับคะแนนการเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) จำนวน 50 เขต อย่างไม่เป็นทางการ 94.99 % หรือผู้ใช้สิทธิเลือกตั้ง 2,165,627 เสียง มีดังนี้
สภาชำแหละ งบ70กางโผ เป้ารอถล่ม
สภาผู้แทนราษฎรจะมีการประชุมเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2570 วงเงิน 3,788,000 ล้านบาท ในวาระแรกขั้นรับหลักการ ตลอด 3 วัน คือตั้งแต่วันที่ 29 มิ.ย.ถึง 1 ก.ค. ถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญทางการเมืองประจำสัปดาห์นี้ ก่อนที่จะมีการปิดสมัยประชุมสภาฯ ในวันที่ 12 ก.ค. โดยวิป 3 ฝ่ายคือ คณะรัฐมนตรี-พรรคร่วมรัฐบาลและพรรคร่วมฝ่ายค้าน ได้ข้อสรุปให้เวลาในการอภิปรายรวม 41 ชั่วโมง
ขอโทษปชช.แบกหลังแอ่นค่าไฟสาธารณะ จ่อชงนายกฯ เขี่ยออกจากบิล
“เอกนัฏ-พลพีร์"ประสานเสียง เร่งลดภาระดึงค่าไฟสาธารณะออกจากบิลประชาชน คาดเริ่มเห็นผลค่าไฟลดลงช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคมนี้ รอถก "เอกนิติ" ชงนายกฯก่อน
'หัวหน้าปชป.' ขอบคุณชาวกทม. ลั่นทุกคะแนนไม่สูญเปล่า รับรู้เป็นรองพลิกสถานการณ์ไม่ง่าย
อภิสิทธิ์ โพสต์ขอบคุณผู้สนับสนุนพรรคที่ยังเชื่อมั่นในพวกเรา ขอบคุณทุกคนที่เหน็ดเหนื่อยทำงานมาเป็นระยะเวลาเดือนกว่าๆ
'มาร์ค' ลุ้นได้ 'ส.ก.' ตามเป้า ตรวจสอบการทำงานผู้ว่าฯกทม. 'อนุชา' ยอมรับความพ่ายแพ้
พรรคประชาธิปัตย์แถลงยอมรับความพ่ายแพ้เลือกตั้ง ผู้ว่าฯกทม. 'อนุชา' ขอบคุณทุกคะแนนเสียง 'อภิสิทธิ์' ลุ้นได้ ส.ก.ตามเป้า
'ทรงศักดิ์' ลุยฟ้องคลิปเสียงเอี่ยวโกงสอบท้องถิ่น ไม่รู้จัก 'ส้ม – กิจ'
“ทรงศักดิ์” ไม่ทน สั่งฝ่ายกฎหมายรวบรวมหลักฐานฟ้อง ปมคลิปเสียงเอี่ยวทุจริตสอบท้องถิ่น ทำเสียหาย ยัน ไม่รู้จัก "ส้ม-กิจ" เชื่อ ความจริงจะปรากฏ ปัด มท.ป่วนเพราะขัดแย้งขย่มเก้าอี้

