ร่างกฎหมายกาสิโน กำลังเป็นอีกหนึ่งประเด็นร้อนที่ท้าทายพรรคการเมืองทุกพรรค ไม่ใช่แค่เรื่องของการทำให้กาสิโนถูกกฎหมาย แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงภาวะ “กล้า-กลัว” ของนักการเมืองในการตัดสินใจเรื่องใหญ่ที่ส่งผลต่อสังคมในระยะยาว
ที่ผ่านมามีความพยายามผลักดัน กาสิโนถูกกฎหมาย หลายครั้งแต่ครั้งนี้ ร่างกฎหมายเดินหน้าไปได้ไกลกว่าทุกครั้ง ทำให้ทุกพรรคการเมือง เลี่ยงไม่ได้ ที่จะต้องประกาศจุดยืน
คำถามคือ แต่ละพรรคพร้อมประกาศจุดยืนอย่างชัดเจนหรือยัง หรือยังคงใช้ “วาทกรรมคลุมเครือ” เพื่อลดแรงเสียดทานจากกระแสสังคม
“รัฐบาลแพทองธาร” กำลังผลักดันร่างกฎหมายนี้ แต่กระแสคัดค้านจากประชาชนก็ดังขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะจาก นักวิชาการ กลุ่มภาคประชาสังคม องค์กรศาสนา ที่กังวลว่าหากไทยเปิดกาสิโน จะเพิ่มปัญหา หนี้สิน การพนันในกลุ่มเยาวชน อาชญากรรมและการฟอกเงิน
นักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์และกฎหมาย บางส่วนยังตั้งคำถามว่า กาสิโนจะกระตุ้นเศรษฐกิจจริงหรือไม่ หรือเป็นเพียงกลไกที่ทำให้ กลุ่มทุนขนาดใหญ่ได้ประโยชน์ ขณะที่ประชาชนต้องรับภาระความเสียหายทางสังคม
ร่างกฎหมายนี้ เสนอโดยพรรคร่วมรัฐบาล ซึ่งมี 7 พรรคหลัก ประกอบด้วย เพื่อไทย-แพทองธาร, ภูมิใจไทย-อนุทิน, รวมไทยสร้างชาติ-พีระพันธุ์, ประชาธิปัตย์-เฉลิมชัย, ประชาชาติ-ทวี, ชาติไทยพัฒนา-วราวุธ และ กล้าธรรม-นฤมล
พรรคร่วมรัฐบาลทั้งหมด ไม่สามารถปัดความรับผิดชอบออกไปได้ เพราะแม้จะอ้างว่าเป็น “มติของพรรคร่วมรัฐบาล” แต่แต่ละพรรคก็มี สส.และฐานเสียงของตนเอง ที่ต้องตอบคำถามต่อประชาชน
พรรคเหล่านี้ต้องอธิบายให้ได้ว่า กาสิโนจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างไร โดย ไม่มีปัญหาตามมา อย่างที่ฝ่ายต่อต้านกังวล
ปัจจุบันมีเพียง สองพรรคใหญ่ของรัฐบาล คือ “เพื่อไทย” และ “ภูมิใจไทย” ที่แสดงจุดยืน สนับสนุนอย่างชัดเจน ขณะที่พรรคร่วมรัฐบาลที่เหลือ ยังคง “สงวนท่าที” ไม่ประกาศจุดยืนต่อสาธารณะ พฤติกรรมแบบนี้คือ “ความขี้ขลาดทางการเมือง” หรือเป็นแค่ “เกมรักษาเก้าอี้” โดยไม่แยแสเสียงประชาชนกันแน่?
พรรคประชาชาติ ซึ่งมีฐานเสียงหลักเป็น “ชาวมุสลิม” อาจไม่แสดงท่าทีชัดเจนเพราะ “มิติทางศาสนา” คาดว่าเมื่อถึงเวลาลงมติ พรรคนี้อาจเลือก “งดออกเสียง” เพื่อรักษาสัมพันธ์กับพรรคร่วมรัฐบาล
หากมองจาก มุมมองทางศาสนา “กาสิโน” ถือเป็นการพนัน ซึ่ง ศาสนาอิสลามมีข้อห้ามชัดเจน ทำให้พรรคประชาชาติอาจลังเล ในขณะที่ พรรคเพื่อไทยและภูมิใจไทย ที่มีฐานเสียงจากชาวไทยพุทธ กลับเมินเฉยต่อคำสอนที่เตือนว่า “การพนันนำไปสู่ความเสื่อมและฉิบหายของทรัพย์สิน”
ฝั่ง พรรคฝ่ายค้าน โดยเฉพาะ “พรรคพลังประชารัฐ” ของ “บิ๊กป้อม” พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ ได้ประกาศจุดยืนชัดเจนว่า “ไม่เอากาสิโน” โดยให้เหตุผลว่า “บ่อนกาสิโนจะทำให้ปัญหาการติดการพนันรุนแรงขึ้น ส่งผลต่อครอบครัว สังคม และเพิ่มค่านิยมผิดๆ ในประเทศ”
ขณะที่ พรรคประชาชน ซึ่งเป็น ฝ่ายค้านอันดับหนึ่ง กลับไม่มีจุดยืนที่แน่ชัด ในเรื่องนี้
ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค กล่าวต่อเครือข่ายภาคประชาสังคมที่เข้ายื่นหนังสือเรียกร้องให้พรรคคัดค้านร่างกฎหมาย โดยเลือกเน้นย้ำ “ความรอบคอบ” และตั้งคำถามถึงกระบวนการผลักดันของรัฐบาล ว่าเป็นการ เร่งรัดเกินไป ทั้งที่เป็นประเด็นใหญ่ที่อาจส่งผลกระทบต่อสังคมในระยะยาว
แต่สำหรับพรรคฝ่ายค้านที่เป็นแกนนำ การพูดถึง “กระบวนการ” เพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ ประชาชนต้องการคำตอบที่ชัดเจนว่า พรรคประชาชนเห็นด้วยหรือไม่กับกาสิโน ไม่ใช่เพียงตั้งคำถามถึงแนวทางของรัฐบาล
ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.บัญชีรายชื่อ และประธานวิปฝ่ายค้าน ยิ่งตอกย้ำ ความคลุมเครือ ของพรรคเมื่อให้สัมภาษณ์นักข่าวว่า “เรื่องนี้มีรายละเอียดเยอะ จะมองแค่ว่าเห็นด้วยหรือไม่กับกาสิโนยังไม่พอ” ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าพรรคยังไม่กล้าพอที่จะประกาศจุดยืนโดยตรง
ทำไมบางพรรคกล้าประกาศจุดยืน แต่บางพรรคยังลังเล? เป็นเพราะ เกรงใจกลุ่มทุนที่สนับสนุนการเมือง หรือ กลัวเสียฐานเสียง จากทั้งฝ่ายสนับสนุนและฝ่ายต่อต้าน
ฝ่ายค้านมีหน้าที่ ตรวจสอบรัฐบาล แต่หากไม่สามารถแสดงจุดยืน ในเรื่องที่สังคมให้ความสนใจ ประชาชนจะเชื่อมั่นได้อย่างไร ว่าพรรคมีความจริงใจในการทำหน้าที่
ในทางกลับกันพรรคที่ “ต่อต้านกาสิโน” ก็ต้องมี “เหตุผลหนักแน่นพอ” ว่าการคัดค้านนั้นมีหลักฐานที่ชัดเจนว่ากาสิโนเป็นภัยต่อสังคม มากกว่าประโยชน์ทางเศรษฐกิจ ไม่ใช่เพียงแค่การเล่นบทฝ่ายค้านไปตามหน้าที่
นี่ ไม่ใช่ประเด็นที่พรรคการเมืองสามารถหลบเลี่ยงหรือแทงกั๊กได้ เพราะมันไม่ใช่แค่ “เรื่องนโยบายระยะสั้น” แต่คือการ ตัดสินใจที่กระทบต่อโครงสร้างสังคมในระยะยาว
ประชาชนมีสิทธิ์ที่จะรู้ว่าพรรคที่พวกเขาเลือกคิดอย่างไรต่อร่างกฎหมายกาสิโน และ ทุกพรรคต้องกล้าตอบให้ชัด เพราะในโลกการเมือง “การแทงกั๊ก” ไม่ใช่ทางเลือกอีกต่อไป
หาก พรรคใดยังลังเล ไม่กล้าประกาศจุดยืนที่ชัดเจน ระวังว่าการไม่ตัดสินใจวันนี้ อาจกลายเป็นต้นทุนทางการเมืองในวันหน้า
เพราะ ประชาชนย่อมจดจำได้เสมอ ว่า ใครคือคนที่กล้าเดินหน้าแสดงจุดยืน และ ใครที่เลือกจะเงียบเพื่อรักษาผลประโยชน์ของตัวเอง
“วันนี้คุณแทงกั๊กได้” แต่วันเลือกตั้ง ประชาชนอาจไม่ให้โอกาสแทงกั๊กอีกครั้ง!
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เปิดคำร้อง ป.ป.ช. ชี้อดีต 44 สส.ก้าวไกล มีเจตนาทำลายสถาบัน-ล้มล้างการปกครอง
เปิดคำร้อง ปปช. ชี้อดีต 44 สส.ก้าวไกล มีเจตนามุ่งร้ายทำลายล้างสถาบันฯ ล้มล้างการปกครอง ขอให้หยุดปฏิบัติหน้าที่เเละพ้นจากตำเเหน่ง ห้ามดำรงตำเเหน่งทางการเมืองตลอดชีวิต
ปชน. ซัดนโยบายรัฐบาลภูมิใจไทย เหมือนเด็กทำรายงานกลุ่ม ไม่มีทางออกจากวิกฤตน้ำมัน
"วีระยุทธ" ซัดรัฐบาลรับมือวิกฤตน้ำมันล่าช้า ไร้นโยบายเร่งด่วนชัดเจน ชี้เดินตามหลังประชาชน ไม่กล้าตัดสินใจรื้อโครงสร้างราคา พร้อมเตือนต้องมีทั้งมาตรการรับมือ-เชิงรุก สร้าง ความมั่นคงทางพลังงาน นำประเทศฝ่าวิกฤตอย่างเป็นระบบ
เด็กพรรคส้มจี้รัฐบาลผุดมาตรการแก้ปัญหาฝุ่นพิษ
ปชน. เรียกร้องรัฐบาล ผุดมาตรการแก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5 หลังค่าดัชนีคุณภาพอากาศพุ่งสูง 5 วันติด
รองหัวหน้า รทสช. ชี้รัฐบาลแก้วิกฤตน้ำมัน ผิดจังหวะ ช้ากว่าข้อเสนอ 'พีระพันธุ์'
วิกฤตพลังงานยังไม่ถึงจุดพีค! รองหัวหน้า รทสช. สะท้อนข้อเสนอ "พีระพันธุ์" วางแผนรับมือล่วงหน้า แต่รัฐเพิ่งขยับตาม ย้ำบทบาท รทสช. ในฐานะพรรคร่วมฯ อย่ามองเป็นฝ่ายตรงข้าม เป้าหมายเพื่อให้ประชาชนอยู่รอด
แถลงนโยบายรัฐบาล9-10เม.ย. เก็งข้อสอบ รอหวดยับ"อนุทิน"
อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี จะนำคณะรัฐมนตรี ตบเท้าเข้าห้องประชุมร่วมรัฐสภา เพื่อกรำศึกแถลงนโยบายรัฐบาล “ปกสีน้ำเงิน” ต่อที่ประชุมร่วมรัฐสภา ที่จะเริ่มต้นขึ้นเช้าวันที่ 9 เมษายน และสิ้นสุดลงช่วงก่อนเที่ยงคืนวันศุกร์ที่ 10 เมษายน รวมเวลาการประชุมตลอด 2 วัน 9-10 เมษายน อยู่ที่ 32 ชั่วโมงครึ่ง โดยพรรคร่วมฝ่ายค้านได้เวลามากสุดคือ 14.30 ชั่วโมง
ดร.ณัฏฐ์ มองธีม 'พอแล้วไม่ไหวแล้ว' แค่สีสันสภา
"ดร.ณัฏฐ์" ชี้ฝ่ายค้านชูธีม "พอแล้ว ไม่ไหวแล้ว" เป็นเพียงสีสันทางการเมือง ในชั้นแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ฝ่ายค้านไม่อาจล้มรัฐบาลได้

