
'เรืองไกร' ร้อง ป.ป.ช. สอบ 'นายกฯอิ๊งค์' ฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง ปมตั๋วสัญญาใช้เงินส่อหนีภาษี พร้อมสอบ 'อธิบดีสรรพากร' เข้าข่ายผิด ม.154 หรือไม่
7 เม.ย. 2568 - นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ เปิดเผยว่า หลังจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ตนสนใจเรื่องหนี้สินที่เป็นตั๋วสัญญาใช้เงินของนายกรัฐมนตรีจำนวน 9 ฉบับ มูลค่ารวม 4,434 ล้านบาทเศษ โดยไม่มีระยะเวลาและไม่มีการจ่ายดอกเบี้ย ซึ่ง สส. ที่อภิปรายเรื่องนี้ กล่าวหาว่า เรื่องนี้เป็นนิติกรรมอำพรางเพื่อหนีภาษีจากการให้มาเป็นการซื้อขายโดยออกตั๋วสัญญาใช้เงิน (P/N) แทน
นายเรืองไกร กล่าวว่า สส. ผู้อภิปรายกล่าวหาว่า เรื่องนี้ควรเป็นการรับหุ้นจากเครือญาติซึ่งเข้าลักษณะตามประมวลรัษฎากร มาตรา 42 (27) ที่ต้องเอาเงิน 4,434 ล้านบาทเศษ หักด้วย 20 ล้านบาท แล้วนำยอดที่เหลือไปเสียภาษี ในอัตราร้อยละ 5 แต่หากนายกรัฐมนตรีไม่ทำตามกฎหมาย ก็อาจเป้นการหนีภาษีด้วยการทำเป็นการซื้อหุ้นและออก P/N โดยไม่มีกำหนดชำระและไม่มีดอกเบี้ย ซึ่งจะเป็นตัวอย่างให้คนอื่นหนีภาษีในลักษณะดังกล่าวได้ กรณีจึงน่าเชื่อว่าเป็นการทำนิติกรรมอำพรางเพื่อหนีภาษีจากการรับให้ตาม มาตรา 42 (27)
โดยเรื่องนี้ทำให้สาธารณชนวิพากวิจารณ์กันมาก จนนายกรัฐมนตรีบอกว่าในปี 2569 จะมีการไปเสียภาษี และอธิบดีกรมสรรพากรออกมาแสดงความเห็นว่า การทำ P/N นั้น ทำได้ กรณีดังกล่าว หากศึกษาประมวลรัษฎากรและแนวคำพิพากษาศาลฎีกา จะเห็นได้ว่า นายกรัฐมนตรีอาจเข้าข่ายมีพฤติการณ์ทุจริตต่อหน้าที่ปวงชนชาวไทยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 50 (9) และฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ซึ่งเป็นหน้าที่และอำนาจของ ป.ป.ช. ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 234 (1)
นายเรืองไกร กล่าวว่า จากการยื่นบัญชีหนี้สินอื่นเป็นตั๋วสัญญาใช้เงิน 9 ฉบับ นั้น น่าจะเข้าข่ายทำนิติกรรมอำพรางเพื่อไม่เสียภาษีเงินได้ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 42 (27) ซึ่งถือเป็นเงินได้ตามมาตรา 40 (8) ที่มีกำหนดไว้ให้กรอกอยู่ในแบบ ภงด.90 หรือ ภงด. 94 ของกรมสรรพากรแล้ว และจะต้องเสียภาษีภายในเดือนมีนาคม ของปีถัดไป
ทั้งนี้ หากมีการต้องเสียภาษีตามประมวลรัษฎากร มาตรา 42 (27) ตามที่ถูกกล่าวหา เมื่อนำมาตราต่าง ๆ ในประมวลรัษฎากรมาใช้คำนวณภาษีลงในตาราง Excel อาจจะทำให้นายกรัฐมนตรีต้องเสียภาษีพร้อมเบี้ยปรับสองเท่ารวมเป็นเงินประมาณ 659 ล้านบาทเศษ ทั้งนี้ ยังไม่คิดเงินเพิ่มร้อยละ 1.5 ต่อเดือน รายละเอียดปรากฏในตาราง Excel ที่แนบมาด้วย

นายเรืองไกร กล่าวว่า นายกรัฐมนตรี จะหนีภาษีตามที่ถูกกล่าวหาหรือไม่ ก็ต้องขอให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 234 (1) เข้ามาตรวจสอบเรื่องนี้ว่า นายกรัฐมนตรีมีความผิดตามที่ถูกกล่าวหาหรือไม่ เพื่อส่งให้ศาลฎีกาพิจารณาพิพากษาตามความในรัฐธรรมนูญ มาตรา 235 ต่อไป สำหรับอธิบดีกรมสรรพากร ต้องขอให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบด้วยว่า การออกความเห็นดังกล่าว เข้าข่ายเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 154 หรือไม่
"วันนี้ ผมจึงส่งหนังสือทางไปรษณีย์ EMS เพื่อขอให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ว่ามีพฤติการณ์ทุจริตต่อหน้าที่ หรือฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ตามความในรัฐธรรมนูญ มาตรา 234 (1) กรณีแจ้งหนี้ตั๋วสัญญาใช้เงินต่อ ป.ป.ช. รวม 9 ฉบับ มูลค่า 4,434 ล้านบาทเศษ ที่อาจเข้าข่ายเป็นการทำนิติกรรมอำพรางเพื่อไม่ทำหน้าที่เสียภาษีอากรตามที่ประมวลรัษฎากร มาตรา 42 (27) กำหนด อันอาจฝ่าฝืนหน้าที่ของปวงชนชาวไทย ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 50 (9) หรือไม่ และตรวจสอบอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับการไม่เก็บภาษีจากกรณีดังกล่าว จะเข้าข่ายมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 154 หรือไม่" นายเรืองไกร ระบุ
นายเรืองไกร กล่าวทิ้งท้ายว่า ตาราง Excel จะเป็นตัวอย่างเพื่อเป็นแนวทางในการคำนวณภาษีเฉพาะตั๋ว P/N รวม 9 ฉบับ เท่านั้น แต่เพื่อเปรียบเทียบให้เห็นกับการมีหุ้นอีก 2 บริษัท คือ หุ้นบริษัท โรงพยาบาลพระรามเก้า จำกัด (มหาชน) จำนวน 5,000,000 หุ้น มูลค่ารวม 102,500,000 บาท และหุ้นบริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) จำนวน 1,176,915,495 หุ้น มูลค่ารวม 3,483,669,865.20 บาท ซึ่งไม่แสดงวันเดือนปีที่ได้มา ของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นั้น จึงขอให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบหุ้นทั้งสองตัวนี้ว่า ได้มาอย่างไร ทำไม จึงไม่มีการทำ P/N ไว้ หุ้นดังกล่าวได้มาโดยวิธีใด เป็นการได้มาตามมาตรา 42 (27) หรือได้มาโดยการนำเงินจากที่ใดมาซื้อหุ้นดังกล่าว.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'วิโรจน์-เฉลิมพงศ์' ร้อง ป.ป.ช. สอบแชตอ้างอธิบดีปกครอง สั่ง 'ช่วยน้ำเงินด้วย'
ที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมด้วย นายเฉลิม
'วิโรจน์' ชอบใจหลัง 'รัฐบาล' ทบทวนเกณฑ์ลดหย่อนภาษีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หวิดกลายเป็นบัตรสวัสดิการเนรคุณ
ที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวกรณีที่นายเอกนิติ
ส.อ.ท. หนุนรัฐทบทวนเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
ส.อ.ท. หนุนรัฐทบทวนเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เสนอใช้ข้อมูลเชิงลึกคัดกรองตรงจุด ช่วยคนเปราะบางจริง ชูเป้าระยะยาวควรเพิ่มจำนวนประชาชนที่สามารถพึ่งพาตัวเองได้ มีงาน มีรายได้ และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
EEC เยือนเวียดนามรับฟังข้อเสนอหนุนความร่วมมือการลงทุน
EEC ร่วมคณะนายกรัฐมนตรี เยือนเวียดนาม รับฟังข้อเสนอภาคเอกชนไทย หนุนความร่วมมือการลงทุนไทย–เวียดนาม และการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานภูมิภาค
แจ้งเลื่อนประชุม ครม. เป็นพุธที่ 10 มิ.ย. หลัง 'นายกฯ-รมต.หลายคน' บินภารกิจเวียดนาม
สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) ได้แจ้งให้รัฐมนตรี และหน่วยงานรับทราบ ถึงการเลื่อนประชุมคณะรัฐมนตรี
'ชัชชาติ' หนาว! ร้อง ป.ป.ช. เอาผิด ปล่อย 'อากง' วิ่งเต้นซื้อขายตำแหน่ง
นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ได้เดินทางมายื่นคำร้องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เพื่อขอให้ไต่สวนและวินิจฉัยเอาผิดนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์

