มีอะไรในกอไผ่! 'จตุพร' ยำเละ ฝ่ายค้านทำตัวน่ารัก 'อุ๊งอิ๊ง' ชอบใจ

22 เมษายน 2568 - นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน จัดรายการประเทศไทยต้องมาก่อนผ่านเฟซบุ๊คว่า ขณะนี้กระแสกดดันรัฐบาลพรรคเพื่อไทยรุมเร้ามาทุกทิศทาง ทั้งแรงรุกให้ปรับ ครม. รวมถึงทีมไทยแลนด์ไปเจรจากำแพงภาษีของโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐต้องเลื่อนออกไปไม่มีกำหนด และจู่ๆ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ส่งเรื่องให้ผู้ตรวจการแผ่นดินร้องต่อศาลปกครองถอนคำสั่งส่งทักษิณ ชินวัตร ไปรักษาตัว รพ.ตำรวจ ชั้น 14

"ขณะนี้ศึกต่างๆของทักษิณ และพรรคเพื่อไทยเกิดขึ้นรอบทิศทาง แม้จะไม่จบสิ้นไปด้วยการเชือดจากพรรคฝ่ายค้านที่น่ารักของรัฐบาลอุิ๊งอิ๊ง (แพทองธาร ชินวัตร) แต่ดาบอื่นๆ ที่จัดเรียงกันมานั้น หากกรณีของทักษิณทำอย่างตรงไปตรงมาแล้ว ปัญหาจะไม่เกิดขึ้นเลย”

อีกทั้งกล่าวถึงท่าทีหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจของพรรคประชาชน ฝ่ายค้านว่า ข้อมูลเล่นงานนายกฯ อุ๊งอิ๊งในสภา แล้วยังประกาศปฎิบัติการโรยเกลือข้อหาส่อหลีกเลี่ยงภาษี รุกที่ดินเขาใหญ่สร้างโรงแรมหรู และครอบครองธรณีสงฆ์ทำสนามกอล์ฟอัลไพน์ แต่ถึงขณะนี้ยังไม่มีผลเป็นรูปธรรมชัดเจน

อย่างไรก็ตาม การโรยเกลือนั้น เอาแต่ยื่นหนังสือให้กรรมสรรพากรตรวจสอบและชี้แจง แต่หน่วยงานนี้อยู่ใต้บังคับบัญชาของรัฐบาล โอกาสบรรลุเป้าหมายขจัดการทุจริตเพื่อสร้างความเสมอภาคทางภาษีย่อมไม่เกิดขึ้น

“ข้อมูลที่อภิปรายฯ นั้น พรรคฝ่ายค้านกลับไม่ใช้สิทธิลงชื่อจำนวน 1 ใน 10 ของสภา เพื่อยื่นให้ศาล รธน. วินิจฉัยกรณีฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง โดยอ้างว่า ไม่ใช้กลไกที่ไม่ยอมรับความชอบธรรม แล้วลงเลือกตั้งตาม รธน. 2560 ที่รัฐประหารร่างขึ้นมาทำไม และรับกลไก ปปช.ที่รัฐประหารตั้งขึ้นเช่นกันได้อย่างไร ฝ่ายค้านพูดเช่นนี้ และทำตัวได้น่ารักแบบนี้รัฐบาลอุ๊งอิ๊งจึงชอบใจ”

นายจตุพรกล่าวถึงชุดทีมไทยเลื่อนไปเจรจากำแพงภาษีทรัมป์ออกไปจาก 23 เม.ย. ว่า ถ้าไทยนัดเจรจากันไว้ชัดเจนแล้ว คงไม่มีเหตุผลที่จะเลื่อนได้ ดังนัน จึงต้องรอวันนัดครั้งใหม่จากสหรัฐ แต่ทุกอย่างย่อมไม่ง่ายอย่างที่คิดกันไว้

"เรื่องกำแพงภาษีทรัมป์เป็นเรื่องใหญ่มาก และผู้มีบารมีนอก รธน.บอกว่าคุยกันไว้หมด แล้วเลื่อนทำไม หรือแสดงว่าไม่มีการนัดหมายกันไว้ อีกอย่างประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน ไม่มาเยื่อนไทยหมายความว่าไง ดังนั้น แต่ละเรื่องใครคิดว่าบรรยากาศท่าจะดี มันไม่ใช่แน่"

พร้อมทั้งกล่าวถึงการปรับ ครม.ว่า เมื่อโควต้าพรรคร่วมรัฐบาลอื่นลงตัวกันหมดแล้ว ถ้ามีการปรับ ครม.จริง คงเป็นเฉพาะโควต้าของพรรคเพื่อไทยเท่านั้นต้องปรับ ส่วนพรรคภูมิใจไทยไม่มีทางจะแลกโควตากระทรวงกับพรรคเพื่อไทย ดังนั้นต้องเขี่ยออก แต่เสียงรัฐบาลคงไม่เพียงพอต่อเสถียรภาพบริหารประเทศได้อย่างมั่นคงได้

ส่วนนายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล อดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎรและแกนนำพรรคภูมิใจไทย โพสต์ข้อความว่า “สถานการณ์ของไทยในยามนี้ถ้าผู้นำประเทศเป็นเพียงแค่สัญลักษณ์ ยากเหลือเกินจะนำพาประเทศก้าวข้ามความยากลำบากไปได้ เราต้องการผู้นำมืออาชีพที่ปกครองได้ บริหารเป็น ความมืดมนอนธการช่างน่ากลัวยิ่งนัก”

นายจตุพร กล่าวว่า แม้นายสมศักดิ์ ไม่มีตำแหน่งในพรรคภูมิใจไทย แต่เขาเป็นนักการเมืองคุณภาพคนหนึ่ง เมื่อโพสต์ข้อความถึงผู้นำมืออาชีพมานำประเทศ ไม่ใช่ให้มาเป็นเพียงสัญลักษณ์ ดังนั้น ย่อมสะท้อนถึงทิศทางการปรับ ครม.ได้อย่างมีนัยสำคัญ

“นักการเมืองภูมิใจไทยกลับมีความคิดเห็นเชิงหลักการถึงผู้นำมืออาชีพ ย่อมสะท้อนได้ชัดเจนว่า พรรคเพื่อไทยไม่กล้าเสี่ยงปรับออกจาก ครม. เพราะส่วนหนึ่งยังมีความกังวลกับเสียงใน สว.ที่เป็นมิตรกับภูมิใจไทย และรัฐบาลพรรคเพื่อไทยจะเหลือเสียงสนับสนุนเกินครึ่งสภาเพียงเสียงเดียวเท่านั้น เหตุนี้เสถียรภาพจึงเปราะบางอย่างยิ่ง”

พร้อมทั้งกล่าวถึง กสม. ทำหนังสือถึงผู้ตรวจการแผ่นดินพิจารณาเพื่อยื่นฟ้องต่อศาลปกครองให้พิพากษาเพิกถอนคำสั่งส่งทักษิณออกไปรักษานอกเรือนจำ อย่างไรก็ตาม การขยับของ กสม. มีความสำคัญ ถ้าไปดูร่องรอยแล้วย่อมเข้าใจได้ว่า ดาบเชือดทักษิณ ชั้น 14 กำลังจะมา

นอกจากนี้ ยังมีปัญหาแต่ละเรื่องเริ่มเรียงกันมาใส่เต็มที่ โดยสังเกตจากการมาเยื่อนไทยของอันวาร์ อิบราฮิม นายกฯ มาเลเซีย โดยเปิดเพลงอมพระมาพูดประกอบคลิปการเยื่อนไทย นอกจากนี้สหรัฐยังไม่ให้ไปตามนัดเจรจากำแพงภาษีทรัมป์ในวันที่ 23 เม.ย. ดังนั้น สภาพรัฐบาลพรรคเพื่อไทยจึงตกอยู่ในปัญหากดดันรอบทิศทาง

“กสม. ได้ขยับรุกให้เพิกถอนคำสั่งส่งทักษิณ ไปรักษาตัวที่ รพ.ตำรวจ ขณะที่แพทยสภากลับเลื่อนประกาศผลตรวจสอบจริยธรรมแพทย์ที่รักษาทักษิณ ถ้าการตรวจสอบได้ข้อสรุปออกมาเป็นด้านดีแล้ว คงไม่จำเป็นต้องขอเลื่อนออกไปอีกโดยอ้างมีเอกสารจำนวนมากต้องพิจารณา สิ่งนี้คือพิรุธและจะเข้าใจเป็นอื่นไปไม่ได้เลย”.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'จตุพร' แนะ 'อนุทิน' กางแลนด์บริดจ์สื่อสารให้ชัด หวั่นจะเสียค่าโง่แบบตอม่อโฮปเวลล์

นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน เฟซบุ๊คไลฟ์ (LIVE) รายการประเทศไทยต้องมาก่อน ว่า รัฐบาลโดยนายอนุทิน ชา

เตือน สถานการณ์ปั่นป่วนรอบไทย ชายแดนใต้ปลุกปั่นแยกดินแดน บี้รบ.รีบตัดไฟยิวแต่ต้นลม

'จตุพร' เตือน สถานการณ์ปั่นป่วนบีบรอบไทย ชายแดนใต้ยังสนุกปลุกปั่นแบ่งแยกดินแดน บี้ รบ.หนู รีบตัดไฟยิวแต่ต้นลม ต้าน 'แลนด์บริดจ์' โครงการหากิน ยกที่ดินให้ทุนต่างชาติ ติงอยากขึ้น VAT ก็ลองดู แค่อดีตขึ้นค่ารถเมล์ 25 สต.รมต.ยังเด้งพ้นตำแหน่ง

'จตุพร' หนุน 'เอกนัฏ' ลดค่าการกลั่น 2 บ.แต่โรงกลั่นยังฮึดฮัด เตือนพ.ค.ชี้ชะตาน้ำมัน-ปุ๋ยหมด

'จตุพร' เตือน วิกฤตไทยลุกลาม ถาโถมหนักอึ้ง คาดเมษา-พฤษภา ดีเซลแพงทะลุกว่า 60 บ. ซ้ำร้ายน้ำมัน-ปุ๋ยหมดสต็อกทุกข์ระทมอดอยากระบาดทั่วหย่อมหญ้า ส่วนพ่อค้าน้ำมันหอบกำไรกันเบิกบาน ให้กำลังใจ รมว.พลังงาน ขอลดค่ากลั่น 2 บ.ยังฮึดฮัด เชื่อ 'ศุภจี' เหนื่อยแบกปัญหา

'จตุพร' จี้ นายกฯ เปลี่ยนแถลงนโยบาย เน้นรับมือยามวิกฤต วางแผนแก้ปัญหาผลกระทบ

'จตุพร' จี้ นายกฯ อนุทิน เปลี่ยนแถลงนโยบาย เน้นรับมือยามวิกฤต วางแผนแก้ปัญหาผลกระทบด้านอาหาร ชูมาตรการให้ ปชช.มีอยู่มีกิน ฟาดโรงกลั่นรัฐถือหุ้นข้างมากนิ่งเงียบโกยกำไร ฉะพวกเห็นแก่ตัว ทิ้งคนไทยหิวโซ ต้องพึ่งตนเอง ส่วนกลุ่มทุนปากพะงาบรอโกยกำไร บี้รื้อโครงสร้างพลังงานก่อนจะไปไม่รอด

ปล่อย“ไอ้โม่ง”ลอยนวล รัฐบาล“อนุทิน”เสี่ยงพัง!

เหตุการณ์ “ลักหลับประชาชน” คืนวันที่ 25 มีนาคม ต่อเนื่องถึงเช้าวันที่ 26 มีนาคม กลายเป็นแรงกระแทกทางการเมืองครั้งใหญ่ หลังรัฐบาลตัดสินใจปล่อยลอยตัวดีเซล ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นทันทีถึง 6 บาทต่อลิตร สร้างภาระค่าครองชีพที่ถาโถมใส่ประชาชนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

'จตุพร' กระตุกนายกฯ ปชช.ไม่ได้คิดรวย ขอแค่อยู่รอดก็พอ บี้เด็ดขาดทลายพ่อค้าสูบกำไร

'จตุพร' กระตุ้นนายกฯ ใช้ความกล้าหาญ เป็นผู้นำเด็ดขาดรื้อโครงสร้างน้ำมัน สร้างระบบตลาดยุติธรรม ยันไม่ใช่การตื่นตระหนกของประชาชน แต่น้ำมันที่กลั่นเพิ่มแล้วยังสูญหาย ลั่นยามวิกฤตหนักหน่วงปชช.ไม่ได้คิดถึงเรื่องรวย แต่คิดจะอยู่รอดอย่างไร เตือนประเทศจะพังทุกระบบ