บัตรคนจนทำพิษ! 'จตุพร' สงสัยรัฐบาลถังแตก เชื่อนายกฯ-สส. เอาตัวรอด ส่อลอยแพ 'เทคโนแครต'

21 ก.ค.2569-นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน กล่าวในรายการประเทศไทยต้องมาก่อน รัฐบาลชุดนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ อยู่ในสถานการณ์งบประมาณถังแตกหรือไม่ จึงลดจำนวนสิทธิ์คนจนกว่า 9 ล้านคนเพื่อประหยัดงบประมาณบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

บัตรคนจนหรือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจึงสะท้อนวิธีการบริหารจัดการของนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รมว.คลังและรองนายกฯ ซึ่งไม่ได้เป็นนักการเมือง แต่เป็นนักเทคโนแครต พวกดรีมทีมของพรรคภูมิใจไทยนำมาบริหารประเทศด้านเศรษฐกิจ แล้วมาลดจำนวนสิทธิ์คนจนเพื่อลดภาระงบประมาณของประเทศ

อย่างไรก็ตาม ในสมัยรัฐบาลชุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ ได้ให้สิทธิ์คนจนขึ้นทะเบียนประมาณ 13 ล้านคน แล้วรัฐบาลถัดมาพัฒนาเพิ่มสิทธิ์ในคนจนมากไปถึง 19 ล้านคน กระทั่งมาถึงรัฐบาลชุดนายอนุทิน ในปัจจุบันต้องการลดลงคนจนลงไป 9.3 ล้าน หรือครึ่งต่อครึ่ง แต่จำนวนคนจนขึ้นทะเบียนยังมากอยู่ดี

นายจตุพร กล่าวว่า บัตรคนจน หรือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ รัฐบาลจัดสรรงบประมาณให้ผู้มีรายได้น้อยใช้จ่ายซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นเดือนละ 300 บาทต่อคน หรือวันละ 10 บาท ซึ่งมีความหมายต่อคนจนที่ใช้สิทธิ์ประมาณ 19 ล้านคนอย่างมาก ซึ่งสะท้อนว่า ประชากร 1 ใน 3 ของประเทศต้องหาเงินวันละ 10 บาทมารวมกับรายได้อย่างอื่นเพื่อยังชีพในแต่ละวัน

อีกทั้งย้ำว่า เมื่อรัฐบาลเริ่มมีงบประมาณเข้าสู้สถานการณ์ถังแตกและต้องการประหยัดงบประมาณปีละ 3.3 หมื่นล้านหรือเดือนละ 2.7 พันล้านที่คนจนได้สิทธิ์ แต่บัตรคนจนกลับสะท้อนถึงโครงสร้างเศรษฐกิจ สังคม การเมืองของประเทศ เพราะการลดงบประมาณของรัฐบาลกลับเลือกกระทำกับคนจนก่อน มากกว่าไปจัดการคนรวย หรือ ข้าราชการ (ขรก.) ที่มีรายได้สูง เรียกว่า เป็นรีดเลือดจากปู ดังนั้นจึงเกิดปัญหาขึ้น

พร้อมทั้งเชื่อว่า เมื่อนายกฯ กลับจากจีน เรื่องนี้คงไม่ตามใจนายเอกนิติ รองนายกฯ เพราะต้องรับผิดชอบทางการเมือง สิ่งสำคัญ รองนายกฯ รับผิดชอบทางเศรษฐกิจต้องพูดความจริงกับประชาชน โดยกล้าบอกสถานะของประเทศว่า เราอยู่สถานการณ์ถังแตกด้านงบประมาณใช่หรือไม่ และจำเป็นต้องรีดงบประมาณจากส่วนไหนบ้าง

ขณะเดียวกัน การปฏิรูประบบราชการต้องดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมลดหรือยุติการใช้งบประมาณขยายหน่วยงานไม่จำเป็น นอกจากนี้ ต้องแก้ปัญหาเงินนอกงบประมาณจำนวนมากที่ค้างไว้ในบางองค์กร ซึ่งไม่เกิดประโยชน์ เพราะเป็นสมบัติของชาติ อีกอย่างสภาพรัฐถังแตกจึงนำพาประเทศไปไม่ได้ ต้องบอกความจริงให้ประชาชนให้รับรู้

“ต้องพูดความจริงกับประชาชน ไม่มีก็บอกไม่มี แต่ละส่วนต้องลดงบประมาณอย่างไร แต่ละหน่วยงานขยาย ขรก.เกินความจำเป็นจนเกิดฝีแตกในการสอบราชการท้องถิ่นด้วยวิธีการบัดซบ แต่การตัดงบประมาณกลับมาลงดาบคนจนก่อน”

นายจตุพร กล่าวว่า สิ่งสำคัญประเทศไม่ได้ออกแบบมาให้เป็นรัฐสวัสดิการ เพราะนำสมบัติประเทศไปขายให้เอกชนทั้งในและต่างประเทศ การบริหารจัดการเช่นนี้จึงย้อนแย้งกับการเป็นรัฐสวัสดิการ และการตัดงบประมาณคนจนย่อมทำให้ สส.เดือดร้อน

“รองนายกฯ เอกนิติ ไม่ได้สัมผัสประชาชนในพื้นที่ การตัดงบคนจนเมื่อ สส.ลงพื้นที่ ประชาชนต้องตำหนิอย่างรุนแรง เพราเคยได้ก็ไม่ได้และชีวิตลำบากจริง ซึ่งจะทนไม่ไหว จึงเป็นเรื่องใหญ่ของรัฐบาลและนักการเมืองแบกรับได้ แล้วยังให้คำตอบกับชาวบ้านไม่ได้อีก ยิ่งจะลามไปกันใหญ่”

นายจตุพร เปรียบเทียบว่า คนจนเดือดอารมณ์ประทุยื่นอุทธรณ์สิทธิ์เกือบ 3 ล้านคน ซึ่ง อารมณ์เช่นนี้เหมือนกับการรื้อข้อสอบราชการท้องถิ่นเช่นกัน ดังนั้นรัฐบาลต้องพูดความจริงกับประชาชนว่า มีงบประมาณเหลือเท่าไร และทำทุกกระบวนการแล้ว ไม่ใช่มาลงทัณฑ์กับคนจนอย่างเดียวก่อน โดยเชื่อว่า ถ้าไม่ไหวจริงๆ คนก็พร้อมยอมอดไปด้วยกัน แต่ไม่ใช่มาเลือกแตะกับคนจน คนส่วนอื่นไม่ยอมแตะ

“การแก้ปัญหาของรัฐบาลทุกเรื่องนั้น ต้องเริ่มด้วยได้ความจริงก่อน ถ้าปัญหาประชนมีจริงอย่าได้สนใจปัญหาเบื้องหลัง ถ้ารื้องบทุกอย่างแล้ว เราจะอยู่ได้วันไหน และต้องพูดความจริง แต่ละส่วนหรือหน่วยงานต้องปฏิบัติหน้าที่อย่างไรกันบ้าง ถ้าเอาแต่หักด้ามพร้าด้วยเข่า รัฐบาลอยู่ไม่ได้นาน และให้ประชาชนอยู่ใต้คำสั่งตลอดก็พังเช่นกัน”.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

‘ตู่’ แนะ ‘หนู’ ออก พรก.คืนปืนเถื่อน

มั่นใจ ภท.ไม่ดูด กธ. เชื่อ สส.มากล้นเกินครึ่งสังคมหวั่นวิตก กลัวมีอำนาจเบ็ดเสร็จ ชี้ ปวศ.การเมืองระบุ รบ.พรรคเดียวล้มเหลวไม่เป็นท่ามาแล้ว แนะ “หนู” ออก พรก.คืนปืนเถื่อน ใช้เทคโนโลยีตรวจพกปืนเข้มข้น 

'เอกนิติ' สั่งทำ Risk Map สแกนพื้นที่เสี่ยง รับมือน้ำท่วม-ภัยแล้งภาคกลาง

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้

ลุ้น ‘ไทยพลัสเฟส2’

"เอกนิติ" ชี้เงินกู้ตาม พ.ร.ก. 2 แสนล้านหลัง ใช้เปลี่ยนผ่านพลังงานเป็นหลัก ทั้งอุดหนุนติดแผงโซลาร์-เปลี่ยนผ่านรถโดยสารเป็น EV ส่วนเงินกู้ 2 แสนล้านแรกเหลือ 4 หมื่นล้าน พร้อมให้ใช้กับไทยเที่ยวไทยพลัส ส่วนไทยช่วยไทยพลัส เฟส 2 รอประเมินความเหมาะสม นายกฯ เผยจะพยายาม

'จตุพร' กระตุ้นปปช.ฟื้นศรัทธา รื้อโกงสอบท้องถิ่นตั้งแต่ปี 62 กระชากหน้า ลงโทษให้เข็ดหลาบ

'จตุพร' กระชากหน้าเครือข่ายโกงสอบท้องถิ่น ชี้ปฐมบททุจริตเริ่มก่อตัวปี 62 ออกแบบตั้งองค์พวก 'ก.กลาง' รวบอำนาจทำ รมต.เป็นฝ่ายเสียงข้างน้อย กระตุ้น ปปช.รื้อตรวจสอบตั้งแต่ปี 62 จับกุมลงโทษให้เข็ดหลาบ

ข่าวดี!รัฐตัดเกณฑ์ 'รถเก่า' ทิ้งอัตโนมัติทำคนได้สิทธิ์บัตรคนจนเพิ่ม 2-3 ล้านราย

'สิริพงศ์' เผยข่าวดี! รัฐตัดเกณฑ์ 'รถเก่า' ทิ้งให้อัตโนมัติ ลุ้นคนได้สิทธิ์บัตรคนจนเพิ่ม 2-3 ล้านคน ขนส่งฯ เร่งส่งข้อมูลให้คลังกลางเดือน ส.ค. นี้ หลังชาวบ้านแห่อุทธรณ์แล้วกว่า 2 แสนราย