'พิธา' เพ้อ หากก้าวไกลได้เป็นรัฐบาลเมื่อ 2 ปีที่แล้ว 4 เสาหลักเป็นวาระสำคัญของประเทศไทย

29 เม.ย. 2568- นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล โพสต์ข้อความว่ารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้มาเยือน Pacitan บ้านเกิดของ ดร.สุซิโล บัมบัง ยูโดโยโน (SBY) อดีตประธานาธิบดีอินโดนีเซีย ผู้มีบทบาทสำคัญในการนำพาประเทศผ่านช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ ด้วยภาวะผู้นำที่มั่นคง รอบคอบ และตั้งมั่นในหลักประชาธิปไตยที่ยังเป็น แรงบันดาลใจในระดับอาเซียน

ในฐานะนักการศึกษา (Visiting Fellow)ผมมีความสนใจและอยากกลับมาอินโดนีเซียอีกครั้ง เพื่อเรียนรู้ แลกเปลี่ยน และทบทวนบทเรียนร่วมกัน ในช่วงเวลาที่ภูมิภาคของเรากำลังเผชิญกับความท้าทายรอบใหม่

เมื่อ 20 กว่าปีก่อน ผมทำงานเป็นที่ปรึกษาธุรกิจ (Management Consulting) ผมเคยมีโอกาสร่วมงานกับรัฐวิสาหกิจ หน่วยงานภาครัฐ และธนาคารในอินโดนีเซีย ประสบการณ์เหล่านั้นทำให้ได้เห็นรากฐานสำคัญที่หล่อหลอมประเทศแห่งนี้อยุ่บ้างในอดีต

ผมได้พบกับท่าน SBY ครั้งแรกเมื่อปี 2009–2010 ขณะเป็นนักศึกษาที่ Harvard Kennedy School และได้ฟังบรรยายของท่านเกี่ยวกับภาวะผู้นำและการเปลี่ยนผ่านประชาธิปไตย

ต่อมาเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสไปบรรยายที่ Stanford University และที่นั่นเองที่ได้พบกับ คุณกีตา วิริยาวัน อดีตรัฐมนตรีพาณิชย์ในรัฐบาลของท่านอดีตประธานาธิบดี ซึ่งนำไปสู่การพบปะและการสนทนาในวันนี้

เราร่วมกันแลกเปลี่ยนบทเรียนสำคัญ 4 ประการที่เปลี่ยนโฉมอินโดนีเซีย:

• Reformasi: การเปลี่ยนผ่านสู่ประชาธิปไตยหลังยุคอำนาจเบ็ดเสร็จ

• Dwifungsi: หรือ dual function คือการปฏิรูปบทบาทของกองทัพให้อยู่ภายใต้ระบอบพลเรือน หยุดบทบาทหลากหลายของกองทัพให้เป็นมืออาชีพและออกห่างจากการเมือง

• Decentralisasi: การกระจายอำนาจจากส่วนกลางสู่ท้องถิ่น เพื่อเสริมสร้างประชาธิปไตยฐานราก

• Masa Keemasan: “ยุคทอง” ที่อินโดนีเซียมีเสถียรภาพทางการเมือง เศรษฐกิจเติบโต และมีบทบาทระดับโลกที่เข้มแข็งขึ้น

แน่นอนว่าบริบทและช่วงเวลาของแต่ละประเทศย่อมไม่เหมือนกัน แต่หากพรรคก้าวไกลได้เป็นรัฐบาล เมื่อ 2 ปีที่แล้ว เสาหลักทั้งสี่เหล่านี้ — การปฏิรูปสถาบันการเมือง, การปรับสมดุลพลเรือนกับกองทัพ, การกระจายอำนาจ และการสร้าง ประเทศที่มีเสถียรภาพและความหวัง — ก็คงเป็นวาระสำคัญของไทยเช่นเดียวกัน

ในช่วงเวลาที่บทบาทของอาเซียนกำลังถูกทดสอบจากการแข่งขันระหว่างมหาอำนาจ การเดินทางครั้งนี้จึงมีความหมายเป็นพิเศษ

โลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่ การเมืองเชิงอำนาจ (power-based diplomacy) กำลังเบียดบัง การทูตบนกฎกติกา (rule-based diplomacy) — เมื่อฝ่ายเดียวมาก่อนพหุภาคี การแข่งขันมาก่อนความร่วมมือ และชาตินิยมมาก่อนการพึ่งพาอาศัยกัน การสร้างภูมิภาคที่ตั้งอยู่บนหลักการจึงไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นความจำเป็น

พรุ่งนี้ ผมจะได้พบกับกับ ดร.มาร์ตี นาตาเลกาวา อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศอินโดนีเซีย ผู้ซึ่งยืนหยัดขับเคลื่อน ความเป็นกลางเชิงรุก การสร้างพหุภาคี และ การเสริมสร้างบทบาทอาเซียน — เสียงที่จำเป็นอย่างยิ่งในยุคที่โลกกำลังเปลี่ยนจากการทูตบนกฎกติกาไปสู่การเมืองที่ขับเคลื่อนด้วยอำนาจครับ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

พบภาพเขียนบนผนังถ้ำที่เก่าแก่ที่สุดในโลก ในอินโดนีเซีย

นักวิทยาศาสตร์ค้นพบภาพเขียนบนผนังถ้ำที่เก่าแก่ที่สุดในโลกในประเทศอินโดนีเซีย ภาพเขียนเหล่านี้มีอายุอย่างน้อย 67,800 ปี ตามการศึกษาของนักโบราณคดีชาวอินโดนีเซียและออสเตรเลีย ซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Nature เมื่อวันพุธ

ดึง‘พิธา’หาเสียงโค้งสุดท้าย!

พรรคส้มเปิดกลยุทธ์ 3 ท. “ทอน-ทิม-เท้ง” ธนาธรหงายไพ่ “พิธา” กลับจากต่างประเทศช่วยหาเสียงโค้งสุดท้าย “เสี่ยเอก” ยันหากไม่ใช่พรรคอันดับหนึ่งขอเป็นฝ่ายค้าน

แบดมินตันไทยซ้อมหนัก หวังโค่นอินโดนีเซีย ครองเจ้าอาเซียนพาราฯ

แบดมินตันพาราไทยคลาสยืน ซ้อมเข้มโค้งสุดท้าย ก่อนล่าเหรียญทองมหกรรมกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 วันที่ 20-26 มกราคม 2569 ที่จังหวัดนครราชสีมา ทีมโค้ช มั่นใจทำผลงานได้ดี และสู้กับอินโดนีเซียเจ้าแห่งแบดมินตันคนพิการอาเซียนสนุกแน่ ขณะที่ “โปเต้” ณัฐพงษ์ มีชัย ดาวรุ่งมือ 4 ของโลก ที่จะลงแข่งขันอีเวนต์เดียว คือ คลาส SH6 ในครั้งนี้ มุ่งมั่นเต็มร้อยในการคว้าเหรียญทองมาฝากแฟนกีฬาชาวไทยให้ได้เป็นสมัยที่ 2 ติดต่อกัน