‘ปตท.’ ลุยเสริมความมั่นคงพลังงานไทย ลงนามซื้อขายก๊าซฯส่วนเพิ่มแหล่งอาทิตย์ 50 ลบ.ฟ./วัน

ประเทศไทยที่อาศัยการใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงหลักในการผลิตไฟฟ้า หรือทำกิจกรรมอื่น ๆ อยู่นั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องสร้างความมั่นคงเพื่อเป็นเครื่องการันตีศักยภาพของประเทศ ด้วยเหตุนี้เอง ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.) จึงได้เดินหน้าสัญญาซื้อขายก๊าซธรรมชาติส่วนเพิ่มแหล่งอาทิตย์ โดยเป็นประธานในพิธีลงนามซื้อขายนี้ พร้อมทั้งเปิดเผยว่าสัญญาดังกล่าวจะเพิ่มปริมาณการผลิตก๊าซธรรมชาติของแหล่งอาทิตย์ได้อีก 50 ล้านลูกบาศก์ฟุต(ลบ.ฟ.)ต่อวัน

ส่งผลให้ปริมาณการผลิตก๊าซธรรมชาติเพิ่มขึ้นเป็น 330 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน ช่วยลดการพึ่งพาการนำเข้า LNG และเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้แก่ประเทศไทยได้อย่างยั่งยืน นอกจากนี้ กลุ่ม ปตท. ยังอยู่ระหว่างพัฒนาโครงการ Carbon Capture and Storage (CCS) สำหรับการดักจับและกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากแหล่งอาทิตย์อีกด้วย

อย่างไรก็ตามการลงนามดังกล่าวมี นายพงษ์พันธุ์ อมรวิวัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่หน่วยธุรกิจก๊าซธรรมชาติ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) นายมนตรี ลาวัลย์ชัยกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) นายชาทิตย์ ห้วยหงษ์ทอง ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด และนายเคน ทาคากิ General Manager บริษัท โมเอโกะ ไทยแลนด์ จำกัด ร่วมพิธีลงนาม พร้อมด้วยนายวุฒิกร สติฐิต ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นต้นและก๊าซธรรมชาติ ร่วมเป็นสักขีพยาน

ทั้งนี้โครงการอาทิตย์ เป็นแหล่งก๊าซธรรมชาติแหล่งแรกที่บริษัทไทยและคนไทยได้แสดงความสามารถในการดำเนินการสำรวจ พัฒนา และผลิตปิโตรเลียมเองทุกขั้นตอนได้เช่นเดียวกับบริษัทน้ำมันนานาชาติ นับตั้งแต่เดือนมี.ค. 2551 จนถึงปัจจุบัน และที่ผ่านมาโครงการอาทิตย์ได้ผลิตก๊าซธรรมชาติเพื่อเป็นพลังงานให้กับประเทศได้เกิน 1 ล้านล้านลูกบาศก์ฟุตแล้ว ซึ่งสะท้อนถึงการช่วยเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานให้กับประเทศไทยได้อย่างเต็มกำลัง

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง