ใบเสร็จจากแพทยสภา วันที่ข้อเท็จจริงชี้ทางคืนคุกของทักษิณ

คำว่า “ใบเสร็จ” ในพจนานุกรมการเมืองไทย ไม่ได้หมายถึงแค่หลักฐานธรรมดา แต่คือ หลักฐานที่หักล้างไม่ได้ เป็นจุดสิ้นสุดของข้ออ้าง และในกรณีของ ทักษิณ ชินวัตรใบเสร็จที่ออกจาก แพทยสภา เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2568 กำลังค่อยๆ สั่นคลอนโครงสร้างอำนาจ ของระบอบตระกูล

การที่ แพทยสภายืนยันมติเดิม ลงโทษแพทย์ 3 รายซึ่งมีบทบาทสำคัญในการ “ส่งตัว” อดีตนายกฯ ไปนอนอยู่ชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจถึง 181 วัน คือการตอกหมุดย้ำว่า การรักษานั้น ไม่เป็นไปตามหลักวิชาชีพ และไม่สอดคล้องกับ สภาพร่างกายของผู้ป่วยจริง

มตินี้ ไม่ใช่เรื่องอุดมการณ์ของสลิ่มหรือฝ่ายก้าวหน้า หรือการเมืองฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่คือผลจากการ ตรวจสอบข้อเท็จจริงทางการแพทย์อย่างตรงไปตรงมา และสิ่งที่ถูกตัดสินก็คือ ความไม่ตรงกันระหว่างเวชระเบียนกับสภาพผู้ต้องขัง ที่อ้างว่าเจ็บหนักจนต้องนอนโรงพยาบาลครึ่งปี

การที่แพทยสภาลงมติแบบนี้ ไม่ต้องตีความซับซ้อน เพราะหมายความว่าแพทย์ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรง ไม่ได้ทำตามจรรยาบรรณวิชาชีพ ข้อเท็จจริงเช่นนี้ ไม่มีใครปั้นแต่งขึ้นได้ เพราะเป็นผลจากกลไกภายในของวิชาชีพเอง มิใช่จากความกดดันภายนอก

นั่นคือเหตุผลที่คำว่า “ใบเสร็จ” ในสังคมไทยยังคงมีความหมายชัดเจนเสมอ และในครั้งนี้ มติแพทยสภาได้รวบรวม ชุดข้อเท็จจริงทางการแพทย์ ไว้ ซึ่งศาลอาจนำไปใช้ประกอบการพิจารณาในกระบวนการไต่สวนตามขั้นตอนของกฎหมาย

วันที่ 13 มิถุนายน 2568 ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นัด เปิดไต่สวน เพื่อพิจารณาว่า มีการบังคับโทษตามหมายขังจริงหรือไม่ ซึ่งเป็น ประเด็นหัวใจ ของคดี หากไม่เคยมีการบังคับโทษจริงตั้งแต่แรก การได้รับสิทธิใดๆ ต่อจากนั้นก็อาจ ไม่มีผลในทางกฎหมาย

ศาลไม่ได้นัดไต่สวนวันนี้เพราะมีมติแพทยสภา แต่ได้นัดไว้ล่วงหน้าแล้วเพื่อพิจารณาข้อสงสัยที่สังคมตั้งคำถามมานาน มติแพทยสภาจึงไม่ใช่จุดเริ่มต้นของคดี แต่อาจกลายเป็น หลักฐานเสริมที่มีน้ำหนัก ในการชี้ว่าผู้ต้องขังคนหนึ่ง อาจไม่เคยถูกบังคับโทษจริงเลย

ผลของการไต่สวนนี้ หากออกมา ไม่เอื้อต่อทักษิณ ความหมายทางการเมืองย่อมแรงเกินกว่าผลทางคดี เพราะจะหมายถึงการต้อง กลับเข้าเรือนจำ เพื่อเริ่มต้นกระบวนการบังคับโทษจริงเป็นครั้งแรก

และในทันทีที่ทักษิณต้องคืนคุก ไม่เพียงแต่ตัวทักษิณ จะกลายเป็น ผู้ต้องขังอย่างแท้จริง แต่สิ่งที่สั่นสะเทือนยิ่งกว่าคือ เสถียรภาพของรัฐบาลแพทองธาร ลูกสาวของทักษิณที่ถูกมองว่าขึ้นสู่อำนาจได้เพราะ อิทธิพลของบิดา

รัฐบาลนี้อยู่ได้ด้วย ร่มเงาของทักษิณ และคำว่า “รัฐบาลลูกสาว” ก็เป็นชื่อเล่นที่สะท้อนสภาพจริงทางการเมืองมาโดยตลอด หากทักษิณหมดความสามารถในการกำกับเกมการเมืองจากภายนอก สายบังคับบัญชาในเครือข่ายก็จะรวนทันที

แม้บางฝ่ายจะอ้างว่า รัฐบาลนี้ทำงานอย่างอิสระ แต่ในทางปฏิบัติ หลักฐานเชิงรูปธรรมกลับไม่เป็นไปในทางนั้น เพราะทุกการตัดสินใจในเรื่องสำคัญ มักต้องได้รับการ “ไฟเขียว” จากทักษิณที่อยู่เหนือรัฐบาล

นอกจากนี้ สิ่งที่ตามมาจากคำวินิจฉัยของศาลอาจไม่ใช่แค่ การคืนคุกของอดีตนายกฯเท่านั้น แต่คือ การเปลี่ยนสถานะของรัฐบาล จากที่เคยอ้างความชอบธรรมบนความสงสารของสังคม ไปเป็นรัฐบาลที่ กำลังปกป้องผลประโยชน์ของคนผิดกฎหมาย

เมื่อมติของแพทยสภาถูกสังคมจับตา และศาลอาจหยิบยกขึ้นมาใช้ประกอบการไต่สวน ความจริงก็เริ่มคืบคลานเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมอย่างไม่อาจเลี่ยง และหากศาลเห็นว่าไม่มีการบังคับโทษตามครรลองจริงๆ ความจริงก็จะไปไกลถึงจุดที่ แม้รัฐบาลจะอยู่เฉยก็ไม่รอด

ในทางกลับกัน หากศาลฯ วินิจฉัยว่า การบังคับโทษเกิดขึ้นตามครรลอง แม้จะมีคำถามจากสังคม คดีนี้ก็จะ ปิดฉากลงด้วยความเคลือบแคลง และการเรียกร้องตรวจสอบในระดับอื่นก็อาจยังคงเกิดขึ้นต่อไปในเชิงสังคม

ที่สำคัญ แม้ศาลอาจจะตัดสินในวันนี้หรือเลื่อนไปในภายหลัง ความเสียหายเชิงการเมืองก็เกิดขึ้นไปแล้วในระดับหนึ่ง เพราะมติแพทยสภาได้สร้างความกระจ่างว่า การนอนโรงพยาบาลถึง 181 วันนั้น ไม่อาจอธิบายได้ด้วยเหตุผลทางการแพทย์

คำถามจึงพุ่งไปยังรัฐบาลโดยตรง ว่าเหตุใดจึงปล่อยให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น และแม้จะพยายามอ้างว่าเป็นเรื่องของกลไกในอดีต แต่ประชาชนย่อมรู้ดีว่า รัฐบาลชุดนี้ก่อตัวขึ้นภายใต้ร่มเงาและการชี้นำของทักษิณ ชินวัตร

การที่ สมศักดิ์ เทพสุทิน พยายามดึงเรื่องในแพทยสภาไม่ให้ลงมติ ก็ยิ่งตอกย้ำว่ามีความพยายามจากฝ่ายบริหารในการ แทรกแซงความจริง แม้จะไม่สำเร็จ แต่ก็เพียงพอให้ประชาชนตั้งคำถามต่อ ความบริสุทธิ์ใจของรัฐบาล

เมื่อข้อเท็จจริงเดินมาถึงจุดที่ไม่อาจเบือนหน้าหนีได้อีก รัฐบาลไม่อาจยืนอยู่ตรงกลางระหว่างทักษิณกับความจริงได้อีกต่อไป

และหากวันใดที่ศาลมีคำวินิจฉัยออกมาว่า การบังคับโทษไม่เคยเกิดขึ้นจริง รัฐบาลจะต้องรับผิดทางการเมืองโดยทันที ไม่ว่าจะรู้เห็นหรือไม่รู้เห็นก็ตาม เพราะรัฐบาลชุดนี้คือรัฐบาลที่เติบโตมาภายใต้เงาของทักษิณ

วันนั้น ใบเสร็จจากแพทยสภา จะกลายเป็นมากกว่า เอกสาร มันคือ สัญลักษณ์ของการเริ่มต้นกระบวนการคืนอำนาจจากเครือข่ายการเมืองสืบทอดอำนาจ ไปสู่กระบวนการยุติธรรมที่แท้จริง

หากข้อเท็จจริงยังสามารถส่งเสียงได้ในประเทศนี้ เสียงนั้นก็ดังกังวานที่สุดในวันนี้เพราะอาจไม่เพียงนำไปสู่การคืนคุกของชายคนหนึ่ง แต่คือการ เปิดฉากเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอำนาจ ที่ดำรงอยู่ด้วย ชื่อสกุล ไม่ใช่หลักนิติธรรม

และวันนั้นเอง ประเทศไทยจะได้รู้ว่า ใบเสร็จที่ออกจากแพทยสภา ไม่ได้แค่บ่งชี้ความผิดทางวิชาชีพ แต่มันอาจเป็นจุดเริ่มต้นของการพังทลายของ ระบบที่เชื่อว่าทุกอย่างซื้อได้ด้วยอำนาจและสายสัมพันธ์.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กกต. ส่งศาลฎีกา ถอนชื่อผู้สมัคร สส. 28 ราย จ่อเอาผิดอาญาถึงหัวหน้าพรรค

กกต.เสนอให้ส่งศาลฎีกาสั่งถอนชื่อผู้สมัคร สส. จะพรรคการเมืองต่างๆอีก 28 ราย เนื่องจากตรวจสอบพบว่าเป็นผู้อยู่ในระหว่างถูกจำกัดสิทธิ์ เนื่องจากไม่ได้ไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งเรา

'พี่ศรี' กัดไม่ปล่อย ยื่นแพทยสภา สอบเพิ่ม 13 หมอ เอี่ยวทักษิณนอนชั้น 14 รพ.ตำรวจ

นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ได้เดินทางมายื่นเอกสารข้อมูล(เพิ่ม) หลังจากที่แพทยสภามีหนังสือขอข้อมูลประกอบการพิจารณาการสอบสวนจริยธรรมกลุ่มแพทย์ทุกคนที่เกี่ยวข้องกับการรักษานายทักษิณ ชินวัตร

ศาลฟัน7ผู้สมัครสส. กล้าธรรมโดนไป3พรรคส้ม1คน‘อนุทิน’ซัด‘ณัฐวุฒิ’เผาเมือง

ศาลฎีกามีคำสั่งถอนรายชื่อ 7 ผู้สมัคร สส.เขต 7 จังหวัด เหตุมีคุณสมบัติต้องห้าม กกต.ย้ำห้ามลงคะแนนเลือกเพราะจะกลายเป็นบัตรเสีย กล้าธรรมอ่วม โดนไป 3 ราย ปิดฉาก สส.ปอนด์ พรรคส้ม

ถอนชื่อ 7 ผู้สมัคร สส. พรรคกล้าธรรม-เพื่อไทย-ปชน.-พปชร. ขาดคุณสมบัติ

ว่าที่ ร.ต.ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง แถลงว่าวันที่ 1 ก.พ.2569  เป็นวันออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าขอชี้แจงทำความเข้าใจเรื่องของผู้สมัคร สส.แบบเขตที่ถูกถอดถอนชื่อการรับสมัครเลือกตั้ง

ศาลฎีกาพิพากษาจำคุก 'ป๋าติ๊ก-ป๋ากบ' กับพวก 50 ปี ค้ามนุษย์อ่างวิคตอเรีย

ศาลฎีกาพิพากษาจำคุกอ่วมป๋าติ๊ก-ป๋ากบ กับพวก 50 ปี ค้ามนุษย์วิคตอเรีย ซีเครท เพิ่มอัตราดอกเบี้ยผู้เสียหายเป็นร้อยละ 7.5 ต่อปี ส่วนเสี่ยกำพลยังหนีคดี

'อิ๊งค์' ลงกาดหลวง ช่วยผู้สมัคร พท. หาเสียง แวะรับการ์ดจากป้าอรุณศรี fc ฝากถึงทักษิณ

อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร ลงพื้นที่กาดหลวง ช่วยหาเสียงผู้สมัครเพื่อไทยตอบรับอบอุ่น แวะร้านป้าอรุณศรี fc สำคัญพร้อมรับการ์ดฝากถึง'ทักษิณ'ช่วงค่ำมีคิวเดินถนนคนเดิน