
10 มี.ค. 2569 นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ และอดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา โพสต์เฟซบุ๊กว่า ขายกิจการแล้วบังคับย้ายบริษัท… ไม่ไปคือไล่ออก? ศาลฎีกาชี้ชัด “เลิกจ้างไม่เป็นธรรม!”
ในยุคที่การควบรวมกิจการ (M&A) หรือการขายหน่วยธุรกิจเกิดขึ้นเป็นว่าเล่น หลายคนอาจเคยเจอเหตุการณ์ที่บริษัทบอกว่า “เราขายแผนกนี้ให้บริษัทอื่นแล้วนะ พนักงานทุกคนต้องย้ายไปเริ่มงานที่ใหม่ ใครไม่ไป… เราไม่มีตำแหน่งให้ทำแล้ว”
คำถามคือ นายจ้างทำแบบนี้ได้จริงหรือ? และลูกจ้างมีสิทธิปฏิเสธได้หรือไม่?
วินิจฉัยจากเคสจริง: พนักงาน 30 ปี กับเงินเดือน 1.7 แสน เรื่องนี้มีบรรทัดฐานจากคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5429/2562 ซึ่งเป็นคดีของลูกจ้างหญิงระดับผู้จัดการในบริษัทผลิตยาข้ามชาติ เธอทำงานมานานกว่า 30 ปี จนเงินเดือนแตะหลัก 171,656 บาท
ต่อมาบริษัทแม่ขายแผนกที่เธอทำอยู่ให้กับบริษัทใหม่ และยื่นคำขาดว่า “ต้องตอบรับการโอนย้ายภายในกำหนด มิฉะนั้นจะถือว่าไม่ประสงค์ทำงาน และจะไม่มีตำแหน่งงานให้ทำอีกต่อไป” เมื่อเธอไม่ยินยอมย้าย… ผลคือ “ถูกเลิกจ้าง” เธอจึงฟ้องเรียกค่าเสียหายรวมกว่า 17 ล้านบาท!
ศาลฎีกาวางบรรทัดฐาน:
เมื่อ “สัญญา” ปะทะ “ความมั่นคง”
คดีนี้สะท้อนให้เห็นถึงการต่อสู้กันของ 2 หลักการทางกฎหมายที่สำคัญที่สุด:
หลักเสรีภาพในการทำสัญญา (Freedom of Contract):
นายจ้างอ้างว่าเขามีสิทธิที่จะเลือกดำเนินธุรกิจหรือขายกิจการให้ใครก็ได้ และลูกจ้างก็ควรมีสิทธิเลือกนายจ้างใหม่ด้วยตัวเอง ไม่ควรถูกบังคับโอนไปโดยไม่เต็มใจ
หลักการคุ้มครองความมั่นคงในการทำงาน (Job Security):
ลูกจ้างมองว่าการทำงานมานานคือความมั่นคงในชีวิต การที่นายจ้างเปลี่ยนมือธุรกิจ ไม่ควรเป็นเหตุให้ลูกจ้างต้องตกงานหรือสูญเสียสิทธิที่สะสมมา
ผลการวินิจฉัยของศาลฎีกา:
การโอนตัวลูกจ้าง ไม่ใช่เรื่องอัตโนมัติ! ตาม ป.พ.พ. มาตรา 577 นายจ้างจะโอนสิทธิความเป็นนายจ้างได้ ต้องได้รับความยินยอมจากลูกจ้าง เพราะลูกจ้างคือ “บุคคล” ไม่ใช่ “ทรัพย์สิน” ที่จะแถมไปกับยอดขายกิจการได้
ไม่ย้าย = ไม่ผิด! เมื่อลูกจ้างไม่ยินยอมย้าย สัญญาจ้างเดิมยังคงอยู่ การเลิกจ้างเพราะเหตุนี้จึงถือเป็น “เลิกจ้างไม่เป็นธรรม”
บอกกล่าวต้องชัดเจน: การแจ้งเงื่อนไขคลุมเครือว่า “ถ้าไม่ย้ายจะไม่มีงานให้” โดยไม่ระบุวันเลิกจ้างที่แน่นอน ถือว่าเป็นการบอกกล่าวที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ต้องจ่าย “สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า” เพิ่มด้วย
อัปเดตกฎหมายใหม่:
พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2562
ปัจจุบันกฎหมายไทยได้ขยับเข้าใกล้หลักการคุ้มครองความมั่นคงในการทำงาน (Job Security) มากขึ้น โดยแก้ไข มาตรา 13 ให้รัดกุมดังนี้:
ต้องยินยอมเป็น “หนังสือ”: การโอนสิทธิหน้าที่ไปยังนายจ้างใหม่ นายจ้างต้องได้รับความยินยอมจากลูกจ้างเป็น ลายลักษณ์อักษร เท่านั้น
สิทธิต้องคงเดิม 100%: นายจ้างใหม่ต้องรับไปทั้ง สิทธิและหน้าที่ ของนายจ้างเดิมทุกประการ ไม่ว่าจะเป็นอายุงานที่สะสมมา สวัสดิการ หรือฐานเงินเดือน ห้ามตัดทอนแม้แต่บาทเดียว!
ข้อสังเกตเชิงวิชาการ:
กฎหมายไทยที่ยังอยู่กึ่งกลาง
นักกฎหมายหลายท่านมองว่า ฎีกา 5429/2562 แสดงให้เห็นว่ากฎหมายแรงงานไทยยังกึ่งกลางระหว่าง “กฎหมายแพ่งเดิม” (ที่เน้นความยินยอมของคู่สัญญา : Consent Model) กับ “กฎหมายแรงงานสมัยใหม่” (ที่พยายามคุ้มครองไม่ให้ลูกจ้างตกงานจากการเปลี่ยนมือนายจ้าง)
เราควรไปถึงขั้น “โอนย้ายอัตโนมัติ” (Automatic Transfer) แบบยุโรป/TUPE หรือไม่ เพื่อให้ธุรกิจขับเคลื่อนได้คล่องตัวขึ้น แต่ยังคงต้องรักษาหัวใจสำคัญคือ “สิทธิของลูกจ้างต้องไม่ด้อยไปกว่าเดิม”
สรุปสำหรับพนักงาน
หากบริษัทจะขายกิจการ แล้วคุณไม่อยากย้าย:
1.คุณมีสิทธิ “ปฏิเสธ” การโอนย้ายได้โดยชอบธรรม
2. นายจ้างเดิมต้องจ้างคุณต่อ หรือหากเลิกจ้าง ต้องจ่ายค่าชดเชย + ค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม
3. อย่าเซ็นยินยอมเด็ดขาดหากคุณยังไม่มั่นใจในเงื่อนไขของที่ใหม่!
วัส ติงสมิตร
นักวิชาการอิสระ
10/3/69

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'อดีตผู้พิพากษาฯ' ยกเคส 'ศิริโชค' อธิบายชัด เปิดสำนวน ป.ป.ช. ผิดกฎหมายทันทีจริงหรือ
วัส ติงสมิตร โพสต์เปิดสำนวน ป.ป.ช. ผิดกฎหมายทันทีจริงหรือ? เมื่อข้อพิพาทไม่ได้อยู่แค่เรื่อง เอกสารลับ แต่อยู่ที่การตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ
ดร.ดิเรกฤทธิ์ ชี้หาก กกต.ไม่ส่งคำร้องฮั้วสว.ไปศาลฎีกา ทั้งที่มีพยานหลักฐาน เสี่ยงเกิดผล 4 มิติสำคัญ
หากสมมติว่า กกต. มีมติ ไม่ส่งคำร้องกรณีฮั้ว ส.ว. ไปยังศาลฎีกา หรือศาลที่มีอำนาจพิจารณาตามกฎหมายเลือกตั้ง ทั้งที่มีพยานหลักฐานจำนวนมากและเป็นคดีที่สังคมจับตา ผลที่อาจเกิดขึ้นมีหลายมิติ
‘คดีที่ดินเขากระโดง’ บททดสอบระบบยุติธรรมไทย รอดูความศักดิ์สิทธิ์ของศาลไทย
วัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ และอดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า คดีที่ดินเขากระโดง: เมื่อศาลสั่งให้สอบสวน แต่ผลกลับจบที่ ‘ยุติเรื่อง’ ปัญหาที่คดีใหม่ 395/2568 ต้องตอบ
นักกฎหมาย ถอดรหัสแชตไลน์ ‘ช่วยน้ำเงินด้วย’ ถ้าผิดจริงเจอทั้งโทษวินัย และ อาญา เต็มๆ
นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า กลายเป็นประเด็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ที่เขย่าแวดวงสิงห์มหาดไทยอย่างรุนแรง เมื่อหน้าประวัติศาสตร์การเมืองไทยต้องจารึกกรณีแชตไลน์หลุดสะเทือนเลื่อนลั่น
ถอดรหัส 'ถอนฟ้อง' ในคดี อดีตประธานป.ป.ช. เมื่อสิทธิของโจทก์ ต้องเผชิญกับประโยชน์สาธารณะ
หน้าประวัติศาสตร์กฎหมายและการเมืองไทยต้องจารึกไว้อีกครั้ง เมื่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 ได้มีคำพิพากษาครั้งสำคัญ
อดีตผู้พิพากษาถอดรหัสคำแนะนำ 'ประธานศาลฎีกา' ว่าด้วยการฟ้องคดีโดยไม่สุจริต
อดีตผู้พิพากษาอาวุโสศาลฎีกา วิเคราะห์คำแนะนำประธานศาลฎีกาฉบับใหม่ ว่าด้วยการดำเนินคดีโดยไม่สุจริต ชี้เป็นหมุดหมายสำคัญของก

