ศาลรัฐธรรมนูญประกาศนัดประชุมใหม่ 1 ก.ค. เร็วกว่ากำหนดเดิม ท่ามกลางกระแสจับตาคำร้อง สว. ยื่นถอดถอน “แพทองธาร” ปมคลิปเสียงกับ “ฮุน เซน” อาจมีคำสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว หากศาลรับคำร้อง
23 มิถุนายน 2568 – มีรายงานจากศาลรัฐธรรมนูญว่า สำนักงานเลขาธิการศาลรัฐธรรมนูญได้แจ้งกำหนดการนัดประชุมตุลาการศาลรัฐธรรมนูญล่าสุด โดยนัดประชุมเร็วขึ้นเป็นวันอังคารที่ 1 กรกฎาคม 2568 จากเดิมที่มีกำหนดประชุมในวันที่ 8 และ 15 กรกฎาคม โดยในช่วงบ่ายวันนี้ ศาลได้ออกเอกสารข่าวแจ้งงดการประชุมประจำสัปดาห์ เนื่องจากติดภารกิจเป็นเจ้าภาพจัดประชุม AACC และเลื่อนประชุมขึ้นมาก่อนกำหนด ซึ่งไม่ใช่แนวปฏิบัติที่เกิดขึ้นบ่อย
การประชุมวันที่ 1 ก.ค. กลายเป็นประเด็นที่ถูกจับตามอง เนื่องจากอาจมีการพิจารณาคำร้องสำคัญที่สมาชิกวุฒิสภา 36 คน นำโดย พล.อ.สวัสดิ์ ทัศนา ที่ร่วมกันยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ให้ความเป็นนายกรัฐมนตรีของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่ กรณีคลิปเสียงสนทนากับสมเด็จฮุนเซน อดีตนายกรัฐมนตรีกัมพูชา โดยคำร้องยังขอให้ศาลมีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าจะมีคำวินิจฉัย
หากศาลรับคำร้องและมีคำสั่งให้ น.ส.แพทองธาร หยุดปฏิบัติหน้าที่ จะเป็นการส่งไม้ต่อให้ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีลำดับหนึ่ง รักษาการแทนตามลำดับ
ขณะเดียวกัน ยังมีวาระอื่นที่เตรียมเข้าสู่การพิจารณา เช่น การลงมติวินิจฉัย พ.ร.บ.การเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ. 2466 ว่าขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 26, 27 และ 29 หรือไม่ และการติดตามความคืบหน้าคำร้องของนายณัฐพร โตประยูร กรณีกระบวนการเลือก สว. ว่าเข้าข่ายล้มล้างการปกครองหรือไม่ ตามมาตรา 49 ของรัฐธรรมนูญ
ทั้งนี้ คำร้องของนายณัฐพรเคยถูกส่งให้อัยการสูงสุดเมื่อ 15 พ.ค. แต่เมื่อครบกำหนด 15 วันตามกฎหมายโดยไม่มีความคืบหน้า นายณัฐพรจึงยื่นตรงต่อศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งศาลได้แจ้งเรื่องไปยังอัยการสูงสุดอีกครั้งเมื่อ 12 มิ.ย. และคาดว่าจะมีความคืบหน้าให้ที่ประชุมรับทราบต้นเดือนหน้า
นอกจากนี้ ยังมีการตั้งข้อสังเกตถึงแนวโน้มคำวินิจฉัยที่อาจสะเทือนรัฐบาล เนื่องจากก่อนหน้านี้ อดีตนายกรัฐมนตรีจากฝ่ายนายทักษิณ ชินวัตร ถูกคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญพ้นจากตำแหน่งมาแล้วถึง 4 คน ได้แก่ นายสมัคร สุนทรเวช, นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์, น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และนายเศรษฐา ทวีสิน
การประชุมวันที่ 1 ก.ค. จึงอาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของรัฐบาล “แพทองธาร” ในขณะที่ความขัดแย้งทางการเมืองและแรงกดดันทั้งในและนอกสภา ยังคงก่อตัวเข้มข้นต่อเนื่อง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ศาลรธน. แจงคดีบาร์โค้ด เปิดไต่สวน 'กกต.' หรือไม่ ขึ้นอยู่กับหลักฐาน
'นครินทร์' เผยความคืบหน้าคดีบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง รอ กกต.-ผู้ตรวจฯ ส่งพยานหลักฐาน ชี้แจงเคลียร์ไม่ต้องเปิดไต่สวน ลับหรือไม่อยู่ที่ข้อกฎหมาย ดุลพินิจของตุลาการแต่ละคน ลั่นยึดรัฐธรรมนูญตัดสินคดี
ร้องผู้ตรวจฯ ส่งศาลรธน. ชี้ขาดคุณสมบัติ รมต. '2 บิ๊กเพื่อไทย'
'ศรีสุวรรณ' ร้องผู้ตรวจการแผ่นดิน ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย 'สุริยะ-ประเสริฐ' มีคุณสมบัติเป็นรัฐมนตรีได้หรือไม่
เขมรจุ้นดิ้นประท้วง! แถลงการณ์ไม่ให้ไทยยกเลิก MOU 2543 อ้างละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ
สมเด็จฮุนเซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา โพสต์เฟซบุ๊กว่า สำนักงานเลขาธิการกิจการชายแดนแห่งรัฐกัมพูชา (SSBA) ออกแถลงการณ์ตามที่คณะกรรมาธิการฯของวุฒิสภาไทย ได้ลงมติเห็นควรให้ยกเลิกบันทึกความเข้าใจระหว่างไทย-กัมพูชา ว่าด้วยการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนทางบก (MOU 2000) พ.ศ.2543
นักวิชาการอิสระวิเคราะห์มหากาพย์บัตรเลือกตั้งติดรหัส!
นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ
ดร.ณัฏฐ์ อัด ‘สมชัย’ เมาหมัด ชี้คดีบัตรเลือกตั้งต้องวัดกันด้วยพยาน
จากกรณีนายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. และตกเป็นผู้ต้องหาในคดีอาญาที่ กกต.กล่าวหากระทำความผิดอาญาหลายข้อหา ได้โพ
ยื่นผู้ตรวจฯ พุธนี้! หลักฐานพิสูจน์บัตรเลือกตั้ง 'ไม่ลับ' ส่งต่อให้ศาล
นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า แจ้งผู้สื่อข่าวคณะผู้เชี่ยวชาญทางเทคโนโลยี

