
22 ส.ค. 2568 – นายแก้วสรร อติโพธิ นักวิชาการอิสระ ออกบทความในรูปแบบถาม-ตอบ เรื่อง “เก็บลวดหนาม..เปิดด่าน..แล้วชนะเขมรด้วย“สันติภาพ” ???”
ถาม เห็นที่ปรึกษานายกฯ เค้าประกาศว่า ไทยต้องชนะเขมรด้วย “สันติภาพ” อยากทราบว่า ”กลุ่มรวมพลัง” รักสันติภาพไหมครับ
ตอบ ปัญหานี้เป็นเรื่องที่ต้องตัดสินกันด้วยยุทธศาสตร์ ไทย – เขมร ที่ต้องขบคิดมาให้ครบแล้วค่อยมาคุยแลกเปลี่ยนกัน ไม่ใช่ให้เอาแฮชแท็กซ์ เท่ๆ มาประกวดกันอย่างนี้
ข้อเสนอที่ซุกซ่อนกันไว้ จะให้ทหารยอมเก็บลวดหนาม – เปิดด่าน นั้น จะถูกหรือผิด ก็ต้องมียุทธศาสตร์โดยรวมมาอธิบายว่า จะนำไปสู่สันติภาพถาวรได้อย่างไร ยุทธศาสตร์สมบูรณ์อย่างนี้รัฐบาลมีหรือไม่อย่างไร เราก็ยังไม่เคยได้ยินเลย
ถาม แล้วทางกลุ่มรวมพลังมียุทธศาสตร์แล้วหรือ ถึงไปชุมนุมหนุนเลิก MOU ที่หน้าสภา
ตอบ พอจะมีเป็นเค้ามูลร่วมกันบ้างแล้วนะครับ ปัญหาว่าชายแดนไทยหยุดอยู่ที่ตรงไหนนั้น เป็นเรื่องที่ถูกผูกพันไว้ด้วยสนธิสัญญา ที่กำหนดให้ใช้สันปันน้ำ เสริมด้วยหลักเขตในพื้นราบ ที่จะสำรวจตกลงกัน ความผูกพันนี้ ปัจจุบันถูกแปรมาเป็นแผนที่ ที่ไทย – เขมร ถือกันคนละฉบับ แล้วไม่ตรงกัน จนเกิดขัดแย้งเป็นระยะมาถึงทุกวันนี้
ถาม มันเป็นอย่างนั้นได้อย่างไร
ตอบ แผนที่ ๑ : ๒๐๐,๐๐๐ ที่ฝรั่งเศสทำแล้วเขมรยึดถือนั้น สยามเราไม่ได้รับรองแต่อย่างใด ที่ไทยใช้ทุกวันนี้ ก็เป็นแผนที่ที่อเมริกาเอาเทคโนโลยีใหม่ในภาพถ่ายทางอากาศ มาช่วยไทยจัดทำขึ้น จนเกิดเป็นแผนที่ในมาตราส่วน ๑ : ๕๐,๐๐๐ ฉบับไหนถูกหรือผิด ไม่ใช่อยู่ตรงมาตราส่วน อยู่ตรงที่ความสอดคล้องกับข้อกำหนดในสนธิสัญญา ซึ่งเป็นประเด็นที่ยังไม่เคยชี้ขาดกันเลย ได้แต่สร้างกลไกเจรจาตาม MOU เพื่อแก้ไขข้อขัดแย้ง เป็นจุดๆ ไปเท่านั้น ซึ่งเมื่อเขมรไม่ยอมเจรจา กองทัพก็ได้แต่ยื่นข้อประท้วงตาม MOU เป็นครั้งคราวไป บางจุดก็ประท้วงเป็น ๖๐๐ ครั้งแล้ว
ถาม มาวันนี้กองทัพไทยรบชนะ เอาดินแดนที่อยู่ในแผนที่ ๑ : ๕๐๐๐๐ ทั้ง ๑๑ จุดคืนมาหมดแล้ว จึงกั้นลวดหนามแล้วก็จบกันเลยอย่างนั้นหรือ
ตอบ ลวดหนามวันนี้เป็นการกีดกั้นทางกายภาพ ตามการยึดครองโดยอำนาจทางทหารเท่านั้น ในแง่แผนที่ ผมว่าเราต้องเดินหน้าโดยเร็วหากลไกตรวจทานที่ถูกต้อง มาพิสูจน์ให้ได้ฉบับที่ชอบธรรมเป็นที่ยุติก่อน อาจใช้กลไกอาเซียนมาช่วยรับรองด้วยก็ได้ พอได้ฉบับใหม่นี้แล้ว จะสร้างรั้วถาวรแบบ ชายแดน เขมร – เวียตนาม ก็ทำได้
วันนี้เมื่อได้เปรียบทางทหารแล้ว เราต้องเดินแต้มทางการทูตทางวิชาการ สำทับไปเลยให้ โลกเห็นว่าเราใช้เหตุใช้ผล ไม่ใช่ทำแบบเขมรที่ยิงจรวดใส่ชาวบ้าน สร้างภาพบานปลาย แล้วไปฟ้องสหประชาชาติ ตลบตะแลงสร้างภาพความเป็น “เหยื่อ” ให้โลกเข้ามาช่วยตบกบาลประเทศไทย อย่างที่ทำไป
ถาม เราพยายามจะสร้างแผนที่ที่ชอบธรรม สักเท่าใด ฮุนเซ็น เค้าก็ไม่ยอมรับอยู่ดี
ตอบ เรื่องแผนที่นั้นเป็นงานทำวันนี้เพื่อมุ่งผลระยะยาว เฉพาะหน้านี้เป็นเรื่อง “สงครามกับระบอบเผด็จการหมาบ้า ฮุนเซน” ที่ไม่มีทางจะเกิดสันติภาพกับเราได้เลย ต้องลงมือทั้งการทูตการทหาร รุกล้อมให้พ่ายแพ้โดดเดี่ยวจากโลกสากล แล้วให้ชาวเขมรลุกฮือล้มล้างไปเองในที่สุด การปิดด่านต้องปิดแน่นต่อไป ถือเป็นแซงก์ชั่นทางเศรษฐกิจ ส่วนรั้วลวดหนามนั้นรื้อไม่ได้ เติมกล้องวงจรปิดและลาดตระเวณลงไปอีก
ถาม ถอยทหารได้ไหมครับ สงสารที่เขาเหนื่อยกันมากแล้ว น่าจะมีดนตรีไปปลอบขวัญเขาบ้างนะครับ
ตอบ มีการเปลี่ยนกำลังตามจำเป็นอยู่แล้ว ส่วนการถอนทหารก็ทำได้ถ้ายอมตกลง ค่อยๆถอนพร้อมกันทั้งสองฝ่าย ซึ่งวันนี้เขมรก็เบี้ยวไม่ยอมมาเจรจากับทัพภาค ๑ อีกแล้ว
ถาม ทุกวันนี้ ฮุนเซน จนมุมลงทุกวัน คนเขมรรู้แล้วว่าพาคนไปตายมากมาย ข้าวของแพง ฐานะการเงินการคลังตกต่ำหนี้ท่วม เงินเรียลไร้ค่า ฝ่ายต่อต้านเริ่มก่อตัวปล่อยกระแสโจมตี ถึงจุดหนึ่งฮุนเซ็นก็ต้องทุ่มกำลังก่อสงครามใหญ่กับไทยเพื่อแก้วิกฤตจนได้
ตอบ นี่คือเรื่องที่น่าวิตกที่สุดในวันนี้ ถ้ารักสันติจริง ต้องปิดด่านให้แน่น สินค้าจำเป็นที่เล็ดรอดไปลาวแล้วเข้าเขมรต้องถูกสกัด การทูตเชิงรุกต้องสปีดเต็มตัว ดันคดีฮุนเซ็นเป็นอาชญากรสงครามเข้าศาลระหว่างประเทศให้ครึกโครม คดีวางกับระเบิดผิดอนุสัญญาอ๊อตตาวาก็เช่นกัน จากนั้นรุกเข้าเวทีอาเซียนรายงานการสะสมเสริมกำลังของเขมร ถึงชาติสมาชิกทุกประเทศ ประกาศดังๆเตือนเขมรถี่เป็นระยะว่าอย่าให้ถึงเส้นแดง ที่จะทำให้เราจำเป็นต้องลงมือก่อนนะ ฯลฯ
เหล่านี้ถ้าทุ่มเททำได้ดี ก็อาจมีผลหน่วงการรุกรานของ ฮุนเซนลงได้บ้าง
ถาม ต้องมีข่าวเป็นภาษาเขมร ชี้แจงความจริงไปยังคนเขมร ให้ยังผลบ่อนทำลายระบอบฮุนเซน ด้วยหรือไม่ครับ
ตอบ ขอให้ข่าวทางการทั้งกองทัพและกระทรวงต่างประเทศ ทยอยออกมาเด่นๆ เป็นระยะๆ ก่อน จากนั้น ผมว่าโซเชียลไทยเรา ช่วยขยายผลได้แน่นอนครับ
ถาม เห็นรักษาการนายกฯไทย เค้าบอกว่ากำลังจะสั่งการให้ฟ้องฮุนเซนกับศาลไทย เหตุเพราะถ้าทิ้งไว้ไม่ฟ้อง ตัวเองจะมีผิดตาม ๑๕๗ ได้
ตอบ พูดอย่างนี้ แสดงว่าไม่มีใจต่อสู้ และไม่รู้งานเลย มวยล้มชัดๆ เรื่อง ๑๕๗ นั้นเก็บไว้ให้ นายกฯ โทรไปชี้แจงกับอังเคิลดีกว่า ว่า “หลานกลัว ๑๕๗ เลยต้องจำใจทำ ขอคุณลุงอย่าโกรธหลานเลยนะคร้า..”
งานนี้..อุตส่าห์พูดเสียโก้ว่า “สันติภาพคืออาวุธ”ที่แท้แล้ว คือคนไม่มีชาติ ไม่รู้สึกรักบ้านรักเมือง ในสมองมีแต่ประโยชน์ส่วนตน กลัวฮุนเซนจะยึดทรัพย์เท่านั้นจริงๆ
ไปให้พ้นหน้าพ้นตาประชาชนได้แล้ว ลาออกเสียแต่แรก ก็หมดเรื่อง.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
นายกฯ ชี้จ่ายเงินเยียวยาแพะ 8 พันล้านไม่ใช่ผลงานแต่เป็นความอัปยศ!
นายกฯ เปิดงาน '24 ปีการช่วยเหลือเหยื่อผู้บริสุทธิ์' สั่งการผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ ทำงานรวดเร็ว ทั่วถึงเป็นธรรม ชี้จ่ายเงินเยียวยา 8 พันล้าน ไม่ใช่ผลงานแต่เป็นความอัปยศ ยกระดับกระบวนการยุติธรรมไทยสู่สากล
'สีหศักดิ์' ย้ำ ยกเลิก MOU 44 แต่ไม่ยุติเจรจา หลังกัมพูชาโวย
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรมว.การต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ค
'หมอตุลย์' บุกทำเนียบวันนี้ยื่นหนังสือค้านพักโทษ ‘ทักษิณ’
นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ อาจารย์ประจำภาควิชาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า วันนี้ในเวลา 10.30 น. จะเดินทางไปที่ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนทำเนียบรัฐบาล ( ปปช.เก่า)
ปชป. เนื้อหอม! '20 สก. เพื่อไทย' แตกรังแห่ซบ 'เฮียล้าน' จ่อลงอิสระ
'20 สก. เพื่อไทย' แตกรัง! วิ่งซบประชาธิปัตย์ 'เฮียล้าน' สก.ห้าสมัย พร้อมครอบครัว จ่อตั้งกลุ่มพัฒนาฝั่งธนบุรี
เดินหน้าตามนโยบายนายกฯ ลุยปราบ 'นอมินี' โชว์ไตรมาสแรกกวาดล้างบริษัทกลุ่มเสี่ยงลดลง 60%
โฆษกรัฐบาล แจง รัฐลุยปราบ ‘นอมินี’ มุ่งสร้างธุรกิจโปร่งใส เป็นธรรม ตอกย้ำคำประกาศนายกฯ ‘ไม่มีเคลียร์ เด็ดขาดทุกคดี’ ชวนปชช.แจ้งเบาะแส 1570
รัฐบาลน้อมรับนิด้าโพล 'แลนด์บริดจ์' ต้องสื่อสารวงกว้าง
4 พ.ค. 2569 - นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงผลสำรวจนิด้าโพลในหัวข้อ “คนใต้ว่าไง โครงการแลนด์บริดจ์จะมาแล้ว” ที่พบว่า กลุ่มผู้ที่เคยรับรู้ข้อมูลโครงการ จำนวน 1,333 คน (เคยได้ยิน และเข้าใจดีมาก / เคยได้ยิน และพอจะเข้าใจบ้าง /เคยได้ยิน แต่เข้าใจเพียงเล็กน้อย) ส่วนใหญ่ร้อยละ 67.22 เห็นด้วยกับโครงการ โดยแบ่งเป็น เห็นด้วยมาก 34.21% และค่อนข้างเห็นด้วย 33.01% ขณะที่มีประมาณร้อยละ 32.78 ไม่เห็นด้วย สะท้อนทั้งโอกาสของโครงการ และบทบาทของภาครัฐในการสื่อสารข้อมูลอย่างต่อเนื่องและโปร่งใส ส่วนกรณีพบว่าเกินครึ่งหรือร้อยละ 54.53 เคยได้ยินแต่เข้าใจเพียงเล็กน้อยเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์นั้น นางสาวรัชดา กล่าวว่า นี่คือโจทย์ที่รัฐบาลต้องเร่งสื่อสารสร้างการรับรู้ ทั้งกลุ่มประชาชนที่ยังไม่เคยได้ยินหรือไม่เข้าใจ ให้เข้าถึงความข้อมูลมากยิ่งขึ้น “นายกรัฐมนตรี ได้กำชับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสร้างความเข้าใจต่อสาธารณชนเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การตัดสินใจและการขับเคลื่อนโครงการเป็นไปอย่างรอบด้าน และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ” โฆษกประจำสำนักนายกฯ ระบุ สำหรับนักวิชาการและผู้สนใจหลายฝ่ายออกมาแสดงความคิดเห็นทั้งสนับสนุนและตั้งข้อสังเกตต่อโครงการอย่างต่อเนื่อง แต่ความเห็นที่สอดคล้องกัน คือ โครงการแลนด์บริดจ์เป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของไทย ทั้งด้านโลจิสติกส์ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การสร้างงาน และการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ ซึ่งอาจเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อเศรษฐกิจในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ภาครัฐยังให้ความสำคัญกับข้อคำถามสำคัญ อาทิ มูลค่าการลงทุน ความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ รวมถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนในพื้นที่ โดยทุกประเด็นต้องถูกศึกษาในรายละเอียด เพื่อกำหนดมาตรการรองรับอย่างเหมาะสม ให้โครงการสามารถดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตรวจสอบได้ “นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำให้ทุกประเด็นต้องอธิบายได้อย่างชัดเจน แม้ภาพรวมจะได้รับการสนับสนุน แต่ยังมีข้อกังวลจากประชาชน ภาครัฐจึงต้องเร่งสื่อสาร สร้างความเข้าใจ และเปิดรับฟังความคิดเห็นอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การขับเคลื่อนโครงการเป็นไปอย่างรอบคอบและได้รับการยอมรับ” นางสาวรัชดา กล่าว.

