'มาริษ' ฟ้อง 'ออตตาวา-ยูเอ็น' ให้กดดันกัมพูชาปฏิบัติตามอนุสัญญาอย่างสมบูรณ์

“มาริษ” เปิดข้อมูลเขมรวางระเบิดใหม่ทำทหารไทยทุพพลภาพ ฟ้องรัฐภาคีอนุสัญญาออตตาวา ให้กดดันกัมพูชากลับสู่การปฏิบัติตามอนุสัญญาอย่างสมบูรณ์ ไม่ขัดขวางไทยเข้าเก็บกู้ทุ่นระเบิด- ไม่วางทุ่นใหม่ พร้อมเตือนอย่าใช้สตรีและเด็กเพื่อบุกรุกเข้ามาในดินแดนไทย ทำให้สถานการณ์บานปลาย

28 สิงหาคม 2568 - เมื่อ 27 ส.ค. นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้พบรัฐภาคีและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียสำคัญในกรอบอนุสัญญาห้ามทุ่นระเบิดสังหารบุคคล (อนุสัญญาออตตาวา) ณ สำนักงานใหญ่สหประชาชาติ นครเจนีวา ในโอกาสการพบปะครั้งนี้ รัฐมนตรีฯ ได้เน้นย้ำว่าไทยเป็นประเทศที่รักสันติภาพ และมีความมุ่งมั่นในการปฏิบัติตามพันธกรณีภายใต้อนุสัญญาฯ โดยเฉพาะด้านการเก็บกู้ทุ่นระเบิดเพื่อลดผลกระทบด้านมนุษยธรรมและส่งเสริมความเป็นอยู่ของประชาชน รวมถึงผู้ประสบภัยจากทุ่นระเบิดโดยตรง ในขณะเดียวกัน รัฐมนตรีฯ ได้บรรยายสรุปเหตุการณ์ที่ทหารไทยได้รับบาดเจ็บสาหัสและทุพพลภาพจากการเหยียบทุ่นระเบิดที่วางใหม่ รวมถึงเหตุการณ์โจมตีข้ามแดนมายังชุมชนไทย อันเป็นเหตุให้พลเรือนเสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก

นายมาริษ กล่าวว่า สำหรับการตอบโต้การละเมิดอนุสัญญาออตตาวาของกัมพูชา ไทยยึดหลักสากลและดำเนินการภายใต้กรอบของอนุสัญญาฯ โดยเรียกร้องให้ประชาคมระหว่างประเทศดำเนินการทุกอย่างที่จะนำกัมพูชากลับสู่การปฏิบัติตามอนุสัญญาอย่างสมบูรณ์ ในขณะเดียวกัน ไทยจะยังคงดำเนินการพยายามแก้ปัญหาตามกลไกทวิภาคีที่มีอยู่ควบคู่กันไป

อย่างไรก็ดี เพื่อให้ความร่วมมือนี้เกิดขึ้นอย่างแท้จริงและอย่างจริงใจ กัมพูชาจะต้องไม่ขัดขวางการปฏิบัติการเก็บกู้ทุ่นระเบิดของประเทศไทย ซึ่งเหตุการณ์เช่นนี้ได้เกิดขึ้นมาแล้ว 16 ครั้งในช่วง 8 เดือนที่ผ่านมา นอกจากนี้ เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่กัมพูชาต้องไม่วางทุ่นระเบิดใหม่ และเป็นความสำคัญอย่างยิ่งที่กัมพูชาจะต้องไม่กระทำอื่นใดที่จะทำให้สถานการณ์บานปลาย รวมถึงการใช้สตรีและเด็กเพื่อบุกรุกเข้ามาในดินแดนไทย

“ประเทศไทยเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่า ไม่มีผู้ใดควรต้องทนทุกข์ทรมานจากอาวุธที่ไร้มนุษยธรรมนี้ และประเทศไทยจะยังคงยึดมั่นในหลักการมนุษยธรรมซึ่งเป็นหัวใจของอนุสัญญาฉบับนี้ต่อไป” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศกล่าว

รัฐมนตรีฯ ยังได้ประกาศว่าประเทศไทยจะเข้าร่วมโครงการรณรงค์ของเลขาธิการสหประชาชาติว่าด้วยการลดอาวุธเพื่อมนุษยธรรมและปฏิบัติการทุ่นระเบิด ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นอันยาวนานของไทย ทั้งในกรอบอนุสัญญาออตตาวา และกรอบการลดอาวุธเพื่อมนุษยธรรมและกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'สีหศักดิ์' ย้ำ ยกเลิก MOU 44 แต่ไม่ยุติเจรจา หลังกัมพูชาโวย

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรมว.การต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ค

สวีเดน ถูกยูเอ็นวิจารณ์ กรณีเนรเทศเด็กพิการถึงสองครั้ง

คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติวิจารณ์สวีเดน ที่เนรเทศเด็กพิการไปยังแอลเบเนียถึงสองครั้ง ก่อนที่จะเนรเทศเด็กซึ่งมีความพิการรุนแรงและเจ็บป่วยร้ายแรง รัฐจะต้องทำการประเมินสถานการณ์เป็นรายบุคคลอย่างเข้มงวดและต้องมั่นใจว่ามี “การรักษาและยาที่จำเป็น” ในประเทศปลายทางหรือไม่ หน่วยงานของสหประชาชาติเปิดเผยเมื่อวันจันทร์ในเจนีวา

'สีหศักดิ์' พบ 'ปรัก สุคน' หารือแนวทางสร้างความไว้ใจ งดการกล่าวหา- บิดเบือน

เมื่อวันที่ 27 เมษายน นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้พบหารือกับนายปรัก สุคน รองนายก

'สีหศักดิ์' ขอตรวจสอบ​ ปมธงชาติไทย​บ้านโป่งน้ำร้อนหาย​ ลั่น​ เจรจาเขมร​ต้องรอไทยพร้อมเท่านั้น

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสีศักดิ์​ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี​ และรมว.การต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีธงชาติไทยหายที่บริเวณพื้นที่ตัวอยู่ บ้

'สีหศักดิ์' รับมือสงครามยืดเยื้อ หาแหล่งพลังงานใหม่ คุย อาร์เซอร์ไบจาน- โอมาน-รัสเซีย

ในช่วงตอบคำถามสื่อมวลชนของนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ในงานแสด

การฟื้นฟูบูรณะในฉนวนกาซา ต้องใช้เงินมากกว่า 71 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

การฟื้นฟูบฉนวนกาซาที่ได้รับความเสียหายจากสงครามจะต้องใช้งบประมาณมากกว่า 71 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ตามการประเมินของสหภาพยุโรปและสหรัฐอเมริกา