นายทะเบียนพรรคการเมือง ชง กกต. ตีตกคำร้องขับ 21 ส.ส.พปชร.ไม่ชอบกม. อ้างคนยื่นไม่ครบตามมาตรา 42 ซ้ำกกต.รับทราบมติขับ 19 ม.ค. แล้วว่าเป็นไปตามกม. ลุ้นเข้าที่ประชุมอีกทีพรุ่งนี้
14 ก.พ.2565 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมกกต.วันนี้ ( 14 ก.พ.)ไม่ได้มีการพิจารณาคำร้องกรณีนายสมัย รามัญอุดม พร้อมพวก รวม 155คน ซึ่งอ้างตัวเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ ยื่นคำร้องต่อกกต.ว่ามติขับร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า พร้อมพวกรวม 21 คนไม่ชอบด้วยกฎหมาย และคำร้องที่นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นหนังสือขอให้กกต.ตรวจสอบมติพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) จากกรณีขับ 21 ส.ส.ออกจากพรรคว่าถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ แม้ก่อนหน้านี้จะมีกระแสข่าวว่าจะมีการพิจารณาเรื่องดังกล่าวในการประชุมกกต.ก็ตาม แต่ทั้งนี้กกต. ยังมีนัดประชุมอีกครั้งในวันพรุ่งนี้ ( 15ก.พ.) จึงต้องจับตาดูว่าจะมีการนำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาหรือไม่และจะมีมติอย่างใดอย่างหนึ่ง เพื่อให้ทันวันที่ 18 ก.พ. ซึ่งจะครบกรอบเวลา 30 วันที่กลุ่ม 21 ส.ส.ต้องหาพรรคใหม่สังกัดหลังจากถูกขับพ้นพรรคพลังประชารัฐ
ขณะเดียวกันมีรายงานว่า คำร้องของนายศรีสุวรรณ เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับปัญหาความถูกต้องของมติพรรคการเมือง ผู้มีอำนาจวินิจฉัยโดยตรงคือ เลขาธิการกกต.ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมือง ส่วนกรณีคำร้องของนายสมัยนั้น จะเป็นอำนาจของกกต.ที่จะทำหน้าที่พิจารณา ซึ่งก่อนหน้านี้ นายทะเบียนพรรคการเมืองได้มีความเห็นต่อเรื่องนี้เสนอกกต.ว่า กกต.ไม่ควรรับคำร้องนายสมัย เนื่องจากการตรวจสอบรายชื่อการเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐที่นายสมัย และพวกทั้ง 155 คนยื่นกับระบบฐานข้อมูลสมาชิกพรรคพลังประชารัฐที่ทางพรรคเป็นผู้คีย์เข้าระบบพบว่ามีชื่อเป็นสมาชิกเพียง 99 ราย คำร้องดังกล่าวจึงไม่ถูกต้องตาม มาตรา 42 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมืองที่กำหนดว่าในกรณีสมาชิก ซึ่งเป็นส.ส.คนหนึ่งคนใด หรือสมาชิกจำนวนไม่น้อยกว่า 100 คน เห็นว่ามติของพรรคการเมืองที่ตนเป็นสมาชิกอยู่ขัดต่อพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมืองนี้หรือกฎหมายอื่น ให้มีสิทธิร้องต่อกกต.เพื่อพิจารณาวินิจฉัย และกกต.ได้มีมติเมื่อวันที่ 25 ม.ค. 65 รับทราบการดำเนินการของพรรคพลังประชารัฐเมื่อวันที่ 19 ม.ค.65 แล้วว่าเป็นไปตามกฎหมาย แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของกกต.ว่าจะมีความเห็นอย่างไร ส่วนคำร้องที่นายสมัยมายื่นในวันนี้ ( 14 ก.พ.) ขอให้ชะลอการพิจารณาและให้ตรวจสอบรายชื่อสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ 155 คนที่ยื่นว่ามติขับ21 ส.ส.พรรคพลังประชารัฐไม่ชอบใหม่นั้น ยังอยู่ในขั้นตอนการรับเรื่องและตรวจสอบคำร้องเบื้องต้นของทางสำนักงาน ซึ่งก็ต้องดำเนินการตามขั้นตอน จึงไม่น่าจะเข้าพิจารณาในคราวเดียวกัน แต่อาจจะมีการรายงานให้กกต.ทราบ
อย่างไรก็ตามแหล่งข่าวกกต.ให้ความเห็นว่าต่อกรอบเวลาในเรื่องนี้ว่า กฎหมายพรรคการเมืองไม่ได้กำหนดกรอบเวลาไว้ชัดเจนว่า กกต. จะต้องตอบรับการเปลี่ยนแปลงกรรมการบริหารพรรค หรือแจ้งรับทราบมติการขับสมาชิกพรรค ภายในกี่วัน โดยเห็นว่า ตามกฎหมายพรรคการเมืองปัจจุบัน เมื่อพรรคมีมติก็จะถือว่ามีผลในทางกฎหมายทันที แตกต่างกับกฎหมายพรรคการเมืองในอดีตที่แม้พรรคการเมืองมีมติ แต่ต้องรอการตอบรับจากนายทะเบียนพรรคการเมืองจึงจะมีผลทางกฎหมาย ดังนั้นจึงเห็นว่าในกรณีนี้ เมื่อพรรคมีมติขับ 21 ส.ส. ผลทางกฎหมายเกิดขึ้นทันที โดย 21 ส.ส. ต้องหาพรรคการเมืองใหม่สังกัดภายใน 30 วัน ซึ่งหากต่อมานายทะเบียนพรรคการเมือง หรือกกต. เห็นว่ามติขับไม่ถูกต้องและสั่งเพิกถอน ก็เท่ากับว่า 21 ส.ส.ยังคงเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐเช่นเดิม
ทั้งนี้ปัจจุบันอดีตส.ส.พรรคพลังประชารัฐ 21 คนที่ถูกขับในจำนวนนี้ 18 คน สมัครเป็นสมาชิกและทำหน้าที่เป็น ส.ส. ในนามพรรคเศรษฐกิจไทยแล้ว ส่วนอีก 3 คน คือ นายเอกราช ช่างเหลา ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายสมศักดิ์ พันธ์เกษม ส.ส.นครราชสีมา และนายวัฒนา ช่างเหลา ส.ส.ขอนแก่น ยังอยู่ระหว่างรอความชัดเจนจากมติของกกต. จึงยังไม่ได้ไปสมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรคการเมืองใด
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ไอติม' กาหัว 'กกต.' แจงเส้นเงินนักการเมืองท้องถิ่นซุ้ม 'สุขสมรวย'
'ไอติม' ให้เวลา กกต. 1-2 วัน แจงเส้นเงิน 8 แสนของ 'ญานี' นักการเมืองท้องถิ่นซุ้ม 'สุขสมรวย' โอนเข้ากระเป๋าพนักงานสอบสวน กกต. ช่วงเลือก สว. จี้ เร่งชี้แจง-ส่งศาลฟันฮั้ว เตือนอย่าละเว้นปฏิบัติหน้าที่
ศาลอุทธรณ์ภาค 4 สั่งเลือกตั้งใหม่ 'นายก อบจ.ขอนแก่น' คดีใบเหลือง 'วัฒนา ช่างเหลา'
ศาลอุทธรณ์ภาค 4 ได้มีการนัดอ่านคำพิพากษาหมายเลขดำที่ ลต.อบจ.1/2569 ระหว่าง กกต.ผู้ร้อง กับ นายวัฒนา ช่างเหลา ผู้คัดค้าน เรื่อง พรบ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น (ขอให้มีการเลือกตั้ง นายก อบจ.ใหม่)
ราชกิจจาฯ ประกาศเปลี่ยนแปลงกรรมการบริหาร 2 พรรคการเมือง
ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศนายทะเบียนพรรคการเมือง รวมสองฉบับ ลงวันที่ 4 สิงหาคม 2569 เรื่องการเปลี่ยนแปลงคณะกรรมกา
อดีตผู้พิพากษา ถอดรหัสกม.ฮั้วสว. เหตุใดตัดสิทธิทางการเมือง จึงไม่ควรอิงมาตรฐานเดียวกับคดีอาญา
การส่งหลักฐานอันควรเชื่อได้ไปศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งเพื่อปกป้องระบบ มิใช่การทำหน้าที่เป็นศาลที่พิจารณาคดีอาญาเพื่อลงโทษตัวบุคคล
ทวงผลประชามติแก้รธน. บี้ 'รัฐบาล-ฝ่ายค้าน-วุฒิสภา' ลงมือทำ
นายเทพไท เสนพงศ์ นักวิเคราะห์การเมือง อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ "กระตุกเตือน : ทวงผลประชามติ แก้ไขรัฐธรรมนูญ" โดยระบุว่า
ชำแหละคดีฮั้วภาคพิเศษ เปิดหลักฐานส่งตรง กกต.
'ฝ่ายค้าน' เตรียมจัดกิจกรรมเปิดหลักฐานคดีฮั้วสว. ภาคพิเศษสื่อสารตรงถึง กกต. 4 ส.ค.นี้ รับ ต้องทำงานแข่งเวลา แย้ม หากยกคำร้องทั้งหมด-ตัดตอนบางรายส่งศาล ต้องดูเข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่

