เปิดร่างแก้ รธน. พรรคเพื่อไทย โมเดล สสร. 151 คน จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ กำหนดคุณสมบัติเดียวกันกับผู้สมัคร สส.
25 กันยายน 2568 - ผู้สื่อข่าวรายงานถึงร่างรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขเพิ่มเติมของพรรคเพื่อไทย มีการแก้ไขมาตรา 156 และแก้ไขเพิ่มเติมหมวด15/1 เกี่ยวกับการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ ซึ่งมีการแก้ไขคล้ายกับพรรคประชาชน ในมาตรา 156 บัญญัติเพิ่มเกี่ยวกับการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ในกำหนดการให้ความเห็นชอบในการจัดทำฉบับใหม่ ให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือ ส.ส.ร.ตามมาตรา 256/1 ยังกำหนดให้การดำเนินการเลือก ส.ส.ร. ให้เป็นไปตามมาตรา 256/7 และ 256/8 กำหนดการให้ความเห็นชอบรัฐธรรมนูญมาตรา 256/17 และกำหนดให้การให้ความเห็นชอบญัตติมีการจัดทำระดับจำนวนฉบับใหม่ตามมาตรา 256/23
และเพิ่มหมวด 15/1 เกี่ยวกับการทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยกำหนดในมาตรา 256/2 ให้มี ส.ส.ร. ทำหน้าที่จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยสมาชิกจำนวน 151 คน มาจากผู้สมควรได้รับการเสนอชื่อจำนวน 100 คน ต้องมีสมาชิกแต่ละจังหวัดรวมถึงกรุงเทพมหานคร จังหวัดละไม่น้อยกว่า 1 คน โดยการเลือกตั้งในแต่ละจังหวัดให้ใช้เขตจังหวัดและเขตกรุงเทพมหานครเป็นเขตเลือกตั้ง และสมาชิกรัฐสภาแต่งตั้งจากบุคคลที่มีความรู้ความสามารถ และมีความเหมาะสมเป็นตัวแทน หรือมาจากการเสนอชื่อของสภาฯ วุฒิส ครม. องค์กร สมาคม หรือกลุ่มบุคคลต่างๆ จำนวน51 คน ให้เป็นไปตามมาตรา 256/9 ดังต่อไปนี้
สภาผู้แทนราษฎรเสนอชื่อผู้แทนพรรคการเมืองที่มี สส. โดยบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อต้องไม่เป็น สส. ตามสัดส่วนของจำนวน สส. แต่ละพรรคจำนวน 15 คน ,วุฒิสภาเสนอชื่อบุคคลที่ไม่ได้เป็น สว.5 คน ,ครม.เสนอรายชื่อบุคคลที่ไม่ได้เป็นรัฐมนตรี 5 คน , ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาเสนอชื่อบุคคลที่ไม่ได้เป็นผู้พิพากษาฎีกา 1 คน, ที่ประชุมใหญ่ศาลปกครองสูงสุดเสนอรายชื่อบุคคลที่ไม่ได้เป็นผู้พิพากษาศาลปกครองสูงสุด 1 คน , สมาคมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 3 คน, ที่ประชุมอธิการบดีสถาบันอุดมศึกษาฯ 2 คน, ที่ประชุมคณบดีคณะนิติศาสตร์และคณะรัฐศาสตร์ 2 คน, สมาคมวิชาชีพด้านกฎหมายด้านรัฐศาสตร์และรัฐศาสนศาสตร์3 คน, นักศึกษาสถาบันอุดมศึกษา 2 คน, สภาอุตสาหกรรมฯ 8 คน, สภาวิชาชีพสื่อมวลชน 2 คน, องค์กรเอกชนด้านสิทธิมนุษยชนและกฎหมาย 1 คน, ทั้งนี้ ให้สภาฯ วุฒิสภา ครม. องค์กรสมาคมต่างๆ ที่ได้กล่าวไปข้างต้น เสนอชื่อบุคคลที่มีมีความรู้ความสามารถต่อประธานรัฐสภาภายใน 60 วัน นับแต่วันที่มีเหตุให้จัดทำฉบับใหม่
พร้อมกำหนดคุณสมบัติผู้ที่มีสิทธิ์สมัครรับเลือกเสนอชื่อเป็น สสร. เป็นคุณสมบัติเดียวกันกับการสมัคร สส. คือต้องมีสัญชาติไทยโดยกำเนิด มีอายุไม่ต่ำกว่า 25 ปีในวันเลือกตั้ง มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านจังหวัดที่สมัครรับเลือกตั้งเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่า 5 ปี หรือเป็นบุคคลที่เกิดในจังหวัดสมัครรับเลือกตั้ง หรือเคยศึกษาในสถานที่ศึกษาที่อยู่ในจังหวัดเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่า 5 ปี เคยรับราชการหรือปฏิบัติหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐที่เคยมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านจังหวัดที่สมัครรับเลือกตั้งแล้วแต่กรณีเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 5 ปี
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'อนุทิน' การันตีหน้าตา 'ครม.ใหม่' ดีกว่าเดิม
"อนุทิน" การันตีหน้าตาครม.ใหม่ดีกว่าเดิม เพราะคะแนนที่เมตตาให้ภท.กดหัวกดบ่าอยู่ ยังอุบสูตรจัดตั้งรัฐบาลบอกรอให้ กกต.รับรองผล 100% ก่อน ไม่ตอบควบกลาโหม บอกยังเร็วไป ส่วนประชุมพรรคสีน้ำเงินพรุ่งนี้ เชิญว่าที่สส. หารือหลังชนะเลือกตั้ง
นายอนุชา นาคาศัย ว่าที่ สส.ชัยนาท เขต 1 ยินดีให้มีการนับคะแนนใหม่เพื่อความโปร่งใส บริสุทธิ์ยุติธรรม
นายอนุชา กล่าวว่า “ตนจะยินดีเป็นอย่างยิ่ง หากได้มีการนับคะแนนใหม่เกิดขึ้น เพื่อทำให้เกิดความชัดเจนและเกิดความบริสุทธิ์ยุติธรรมกับทุกฝ่ายรวมทั้งตนเองด้วย
ไม่ปิดกั้นเพื่อไทย! 'อนุทิน' หยอก 'จุลพันธ์' น่ารัก สวมเสื้อสีน้ำเงินแถลงข่าว เจอกันก็เรียกพี่หนูเหมือนเดิม
"อนุทิน" ร้องโอ้ว หลังเห็นภาพ "จุลพันธ์" สวมเสื้อยืดน้ำเงินสูทฟ้าแถลงข่าว บอก "ไม่หนิมไม่หนูแล้ว" ชม หนิมน่ารัก เชื่อเจอกันเรียกพี่หนูเหมือนเดิม ชี้ ช่วงหาเสียงเป็นเรื่องธรรมดา มีกระทบกระทั่งโจมตี ยังอุบดึงร่วมรัฐบาล
'จุลพันธ์' แบะท่าร่วมรัฐบาลภูมิใจไทย บอกไม่มีข้อจำกัด เป็นไปได้ทุกอย่าง
"จุลพันธ์" เผยยังไม่ถูก "ภูมิใจไทย" ทาบตั้งรัฐบาล บอกอะไรก็เกิดขึ้นได้ อยู่ที่อุดมการณ์-แนวคิด-นโยบาย รับเสียใจเล็กน้อยแต่ตั้งหลักได้ เตรียมถอดบทเรียน ลั่นสูญพันธุ์อย่างไร เกือบ 80 ก็พรรคใหญ่
'ชูศักดิ์' เผยแกนนำเพื่อไทยยังไม่ตัดสินใจเป็นรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน ชี้เป็นเรื่องใหญ่มีผลต่ออนาคตพรรค
"ชูศักดิ์" เผยแกนนำยังไม่ตัดสินใจร่วม-ไม่ร่วมรัฐบาล ชี้ ต้องฟังเหตุผล มอง เป็นเรื่องใหญ่มีผลกับอนาคตเพื่อไทย รับผลเลือกตั้งต่ำกว่าที่ประเมินไว้
แกนนำเพื่อไทย ทยอยเข้าพรรคประเมินสถานการณ์ ไม่ตอบร่วมรัฐบาล
บรรยากาศที่พรรคเพื่อไทยภายหลังจากผลการนับคะแนนเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา พรรคเพื่อไทยอยู่อันดับที่ 3 ซึ่งหลายเขตของพรรคเพื่อไทยพลาดไป โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือ จ.เชียงใหม่ ลำปาง ลำพูน น่านและแพร่

