หลักฐานชัด!! กองทัพบกยืนยันทุ่นระเบิดห้วยตามาเรียเป็นของวางใหม่ทำทหารบาดเจ็บ 4 นาย

11 พ.ย. 2568 – พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ได้เปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมถึงกรณี กำลังพลประสบเหตุเหยียบกับระเบิด บริเวณพื้นที่ห้วยตามาเรีย อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ว่า

“จากรายงานล่าสุด พบว่ามีกำลังพลได้รับบาดเจ็บรวม 4 นาย ได้แก่

• จ่าสิบเอก เทอดศักดิ์ สมาพงษ์ ได้รับบาดเจ็บสาหัส ข้อเท้าขวาขาด

• พลทหาร วชิระ พันธะนา มีอาการแน่นหน้าอกจากแรงอัด

• พลทหาร อภิรักษ์ ศรีชมไชย ถูกสะเก็ดระเบิดบริเวณขา

• พลทหาร อนุชา สุจารี มีอาการระคายเคืองตาจากฝุ่นหรือสารเคมีของระเบิด

ขณะนี้ทุกนายได้รับการรักษาในโรงพยาบาลในพื้นที่แล้ว”

พลตรี วินธัย กล่าวต่อว่า

“กองทัพภาคที่ 2 ยืนยันว่า เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างที่กำลังพลปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนบนเส้นทางที่ใช้เป็นประจำ ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวเคยเป็นจุดที่ทหารกัมพูชาเคยรุกล้ำเข้ามาวางกำลัง ก่อนจะถอนกำลังออกไปภายหลังเหตุปะทะที่ผ่านมา

โดยหลังจากทหารกัมพูชาถอนกำลังออกไปแล้ว ฝ่ายไทยได้เข้าควบคุมพื้นที่ตั้งแต่วันที่ 17 ต.ค. 68 พร้อมทั้งได้ดำเนินการเสริมความมั่นคงพื้นที่ ด้วยการกวาดล้างทุ่นระเบิด วางเครื่องกีดขวางลวดหนาม และลาดตระเวนเฝ้าตรวจอย่างต่อเนื่อง

ต่อมาเมื่อวันที่ 9 พ.ย. 68 ตรวจพบว่าแนวลวดหนามที่วางไว้ถูกลักลอบเข้ามารื้อถอน จากนั้นในวันที่ 10 พ.ย. 68 เวลาประมาณ 08.30 น. หน่วยในพื้นที่จึงได้จัดกำลังชุดลาดตระเวนร่วมกับชุดทหารช่าง เข้าพิสูจน์ทราบบริเวณแนวลวดหนามที่ถูกรื้อถอน จนเกิดเหตุกำลังพลเหยียบทุ่นระเบิด มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 4 นายข้างต้น

หลังจากเกิดเหตุ เวลาประมาณ 15.50 น. หน่วยในพื้นที่ได้จัดกำลังร่วมกับชุดตรวจค้น นปท.3 ตำรวจพิสูจน์หลักฐานจังหวัดศรีสะเกษ และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บึงมะลู เข้าพิสูจน์ทราบบริเวณจุดเกิดเหตุ โดยตรวจพบรายละเอียดดังนี้

1. หลุมระเบิดขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 55 ซม. ลึก 18 ซม. จำนวน 1 หลุม

2. ชิ้นส่วนทุ่นระเบิด PMN-2 อยู่ภายในหลุมและพื้นที่ใกล้เคียง

3. ทุ่นระเบิด PMN-2 เพิ่มเติมจำนวน 3 ทุ่น โดยแต่ละทุ่นวางห่างจากหลุมระเบิดประมาณ 1 เมตร

จากหลักฐานที่ปรากฏ จึงสรุปได้ว่า ทุ่นระเบิดดังกล่าวเป็นการลักลอบรื้อถอนลวดหนามและเข้ามาวางทุ่นระเบิดใหม่ในเขตไทย โดยมีเป้าหมายคือกำลังพลที่ลาดตระเวนเส้นทางอยู่เป็นประจำ การกระทำดังกล่าวแสดงถึงความไม่จริงใจในการลดความขัดแย้งของฝ่ายกัมพูชา และสะท้อนถึงความเป็นปรปักษ์ระหว่างกัน ซึ่งขัดต่อปฏิญญาร่วมที่ได้ลงนามไว้อย่างชัดเจน ซึ่งย่อมส่งผลกระทบต่อท่าทีของฝ่ายไทยและข้อตกลงต่าง ๆ อย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง”

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กกล.นเรศวรเปิดฝึกนักบินโดรนฟีนิกซ์ รุ่น 13 ระดมกำลังพล 22 หน่วยเสริมศักยภาพรบยุคใหม่

กองกำลังนเรศวรเปิดการฝึกหลักสูตร “ผู้บังคับอากาศยานไร้คนขับโจมตีทิ้งระเบิดทางยุทธวิธี รุ่นที่ 13” หรือ “นักบินโดรนฟีนิกซ์” โดยมีผู้เข้ารับการฝึ

เอาแล้ว! กองทัพภาค 2 ออกกฎเหล็กห้าม 'กำลังพล' เผยแพร่ภาพถ่ายที่ตั้งฐาน-ปฏิบัติการทางทหาร

กองทัพภาค 2 เผยแพร่ ระเบียบกระทรวงกลาโหมว่าด้วยการให้ข่าวฯ พ.ศ.2530 และ แนวทางการใช้สื่อโซเชียลมีเดียของกองทัพบก เพื่อป้องกันข้อมูลรั่วไหล ลดความเสี่ยงต่อการกิจ และรักษาความปลอดภัยของหน่วย

กองทัพขู่ใช้ไม้แข็งสกัดข่าวปลอม ยืนยันไม่พบเขมรเคลื่อนรถถังประชิดชายแดน

กรณีมีการเผยแพร่ข้อมูลในสื่อสังคมออนไลน์ อ้างว่าฝ่ายทหารกัมพูชาได้เคลื่อนย้ายรถถังจำนวนกว่า 200 คัน พร้อมอาวุธ RPG ล็อตใหม่ และกำลังพลจำนวนมากเข้าประชิดแนวชายแดนไทย ว่า จากการตรวจสอบข้อมูลในพื้นที่อย่างละเอียด ยังไม่พบความเคลื่อนไหวดังกล่าวแต่อย่างใด

มทบ.39 ระดมจิตอาสาช่วย รพ.พุทธชินราช ขยายพื้นที่แก้ปัญหาผู้ป่วยล้น

ปัญหาผู้ป่วยล้น รพ.ศูนย์ กลายเป็นเรื่องใหญต้องแก้แย่างเร่งด่วน มณฑลทหารบกที่ 39 ส่งกำลังพลจิตอาสาพระราชทาน 20 นาย ลงพื้นที่โรงพยาบาลพุทธชินราช

'ไทย' โต้ 'เขมร' ปัดยิง 22 นัดช่องจอม ชี้แค่ส่งเสียงเตือน หลังทหารขยับแนวใกล้พื้นที่ควบคุม

สถานการณ์บริเวณแนวชายแดนดังกล่าวยังอยู่ภายใต้การติดตามและประสานงานของหน่วยงานด้านความมั่นคงของทั้งสองฝ่ายอย่างใกล้ชิด

'จักรภพ' เตือนวิกฤตชายแดนไทย–เขมร อย่าปล่อยอารมณ์นำประเทศ

'จักรภพ' เตือนวิกฤตชายแดนไทย–กัมพูชา อย่าปล่อยอารมณ์นำประเทศ ชี้ทหารมีหน้าที่ทั้ง 'ปฏิบัติการรบ–รักษาสันติภาพ' แนะรัฐเร่งกำหนดเป้าหมายให้ชัด ก่อนกำลังพลคลางแคลงใจรบเพื่ออะไรแน่